“ความลับ”
เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจาก การฟังธรรมะ มีคนถามพระว่า “ดิชั้นจะทำอย่างไรดี สามีของดิชั้นทิ้งดิชั้นไปมีสามี” คนฮากันทั้งศาลา “ถ้าเป็นผู้หญิงด้วยกันดิชั้นสู้ได้แต่กับผู้ชายชั้นมีไม่เหมือนเค้า” ผมเลยเอามาเป็นแนวทางเขียนเรื่องนี้

เปรมรับโทรศัพท์มือถือ ปอโทรบอกว่า “ปอรู้ดีว่าต้องมีวันนี้ และปอก็ไม่คิดว่ามันจะเร็วขนาดนี้”
เสียง ปอร้องไห้ เปรมน้ำตาซึม เปรมบอกเธอว่า “ระหว่างเรามันมีอะไรที่ดีมากมาย ที่เปรมจำได้ ทำไมเราไม่เลือกจำสิ่งเหล่านั้น” ปอบอกว่า “ขอปอเก็บภาพดีๆ เหล่านั้นไว้นะ ซักวันถ้าปอเหงาปอจะคิดถึงมัน เปรมเราจบกันตรงนี้เถอะ” เปรมพูด “ไม่ปออย่าเพิ่งวางสาย เปรมยัง” ภาพตาเปรมร้องไห้ สายเงียบไป “รักปออยู่” เปรมพูดแต่สายอีกฝั่งวางไปแล้ว

เปรมกลุ้มใจมากจนทำให้ คิดงานเขียนบทไม่ออก เปรมขยำกระดาษที่พิมพ์ออกมาทิ้งไปหลายแผ่น เปรมปิดจอโน้ตบุคและเดินไปหยิบอัลบั้มรูปปอและเปรมขึ้นมาดู บนชั้นวางอัลบั้มรูป เปรมนั่งร้องไห้ เอาหัวโขกกับชั้นวาง อัลปั้มรูปเก่าๆ ตกใส่หัวเปรม เปรมหยิบขึ้นมาดู ภาพเปรมตอนเด็กๆ บนหลังม้า และปู่คอยจูงม้าให้เปรม เปรมเปิดดูภาพ เปรมนั่งยิ้ม

เปรมพบว่าปู่ มีชีวิตที่โดดเดี่ยว อยู่กับการนั่งดูทีวี ดูภาพเก่าๆ ไม่คุยกับเพื่อนบ้าน เปรมเข้ามาช่วยจัดการชีวิตของปู่ให้สดใสขึ้น พาปู่ไปคอกม้า เปรมบอกปู่ว่า “อยากขี่ม้า” ปู่บอก “แล้วเปรมรู้จักมันรึยัง ตัวนี้ มะปราง มะปรางนี่เปรมนะ” ปู่ลูบคอมะปราง เปรมเอามือลูบบ้างแต่มะปรางร้องและถอยหลบไปหลังคอก ปู่เรียก “มะปราง นี่เปรมหลานปู่เอง มานี่มา เปรมเอาแปรงนี่แปรงขนมะปรางแบบนี้ เกาคอให้มันแบบนี้” ปู่ทำให้เปรมดู เปรมทำตามอย่างเก้ๆ กังๆ

เปรมขี่มะปรางอย่างเท่ห์ ภาพกว้างขึ้น ปู่เดินจูงอยู่ข้างๆ ทั้งหมดเดินในสวนด้านหลังเป็นคอกม้า
เปรมถามปู่ว่า “วันนี้ปู่อยากกินอะไร เดี๋ยวเปรมขับรถพาออกไปกิน” ปู่บอก “อาหารคนแก่ ไก่ทอด
มันบด พิซซ่า เป๊ปซี่ แฮมเบอเกอร์ ได้หมดแหละเปรม” เปรมทำหน้าแปลกใจแต่ก็ขี่มะปรางเดินต่อไป

ใน ร้าน KFC เปรม ชี้สั่งไก่ทอดชุดพิเศษให้ปู่ และเดินถือถาดไปนั่งข้างๆ ปู่ ปู่นั่งดูดเป๊ปซี่และเริ่มกินไก่ทอด และยิ้มฟันหลอให้เปรม เปรมยิ้มตอบและถาม “เอาอะไรอีกมั้ยปู่” ปู่พูดทั้งที่มีไก่ในปาก “ยังก่อน”

เช้า ปู่ปลุกเปรมไปดูแลมะปราง ปู่ยื่นแปรงให้เปรม ภาพเร็ว เปรมแปรงขนให้มะปราง ปู่ชี้สั่ง เปรมกวาดขี้มะปรางไปรวมกองและโกยใส่กระสอบ ปู่ชี้สั่งที่กองฟาง เปรมเดินหอบหายใจแรงๆ และเดินไปยกก้อนฟางมาวางในคอก แกะออกปูให้ข้างตัวมะปราง ภาพความเร็วปกติ ปู่พูด“เสร็จแล้วจึงเอาอาหารนี่ให้มะปราง” ปู่ชี้ไปที่ถุงอาหาร เปรมเดินไปตักให้มะปราง ปู่ชี้สั่ง “อีก”

ในบ้าน เปรมคุยถามถึงย่า “ปู่ยังรักย่ามั้ย” เปรมถือภาพย่าในมือและพูด “ย่าสวยจัง” ปู่พูด “รักซิ ความรัก บางทีปู่นึกถึงก็มีความสุข บางทีปู่นึกถึงแล้วก็อยากตายตามย่าไป เปรมว่าแบบนี้ยังรักอยู่มั้ย”
“รัก ซิครับปู่ ความรักบางทีก็พาเราไปนั่งที่เดิมๆ ดูภาพเก่าๆ และร้องไห้ถึงวันที่แสนสุขเหล่านั้น ใช่มั้ยปู่ปู่เปิดภาพดูและน้ำตาคลอ ไม่พูดอะไร

ที่บ้านปู่ช่วงเย็นเปรมออกไปทิ้งขยะ เปรมถูกทักจากแม่บ้านฝั่งตรงข้าม “คุณมาจากศูนย์ดูแลคนสูงอายุหรือคะ คุณหน่ะค่ะ” เธอชี้มาที่เปรม เปรมชี้ตัวเองและพยักหน้ารับ เธอเดินข้ามถนนเล็กๆ มาใกล้ๆ เปรมและพูดว่า “คือที่บ้าน ห้องน้ำมีปัญหานิดหน่อย จึงอยากจ้างคุณช่วยแก้ไขปัญหาในห้องน้ำให้ได้มั้ย” เปรมพยักหน้ารับ เปรมเดินตามเข้าไปช่วยซ่อมในห้องน้ำ จนชักโครกดีขึ้นเป็นปกติ เปรมเดินออกมาจากห้องน้ำ

ที่หน้าห้องน้ำ เค้ายื่นเงินให้เปรม เปรมบอก “ไว้เลี้ยงน้ำผมดีกว่า” เปรมยิ้มแนะนำตัวว่า “ผมเป็นหลานของปู่บ้านตรงข้าม” เธอพูด “ขอโทษนะพี่นึกว่า” “ไม่เป็นไรครับผมไม่ถือ” เปรมพูดขัดขึ้น เธอแนะนำตัวว่า “พี่ชื่อหน่อย มีอะไรก็คุยกันได้นะ บ้านเราตรงข้ามกัน” เปรมพูด “ผมขอเรียกว่าพี่หน่อย”

ภาพ โถปั่นน้ำผลไม้ ผลไม้ถูกใส่ลงไป กดปั่น เทใส่แก้ว ภาพกว้างขึ้น พี่หน่อยทำน้ำผลไม้ปั่นให้เปรมทานในครัว พี่หน่อยยื่นน้ำผลไม้ให้เปรมและพูดว่า “ทานนี่ก่อนกลับ คิดว่าเป็นค่าจ้างแล้วกัน” เปรมรับแก้วจากมือพี่หน่อยและมองออกไปหน้าบ้าน เสียงรถวิ่งเข้ามาจอด

แฟนพี่หน่อยเดินเข้ามาในครัวพร้อมลูกสาว พี่หน่อยแนะนำให้เปรมว่า “นี่สามีพี่ชื่อเต้ย เป็น
ทหาร ม้าและนี่ลูกสาวพี่ชื่อนิดเรียนอยู่ ม.6 กำลังจะจบและต้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยอีกไม่ถึง 2 เดือนนี้” นิดไหว้เปรม เปรมไหว้ตอบ นิดพูด “นิดขอตัวขึ้นไปทำการบ้านนะคะ” พี่หน่อยพยักหน้าปากพูด “อือ” เต้ยชวน “เปรมทานข้าวเย็นด้วยกันมั้ย” เปรมบอก “เดี๋ยวผมขอตัวไปดูปู่และถ้าเป็นไปได้จะชวนปู่มาทานด้วย” เต้ยและหน่อยมองหน้ากัน หน่อยพูด “เอางั้นก็ได้”

ที่บ้านปู่เปรม เปรมชวนปู่ “ปู่ไปทานข้าวบ้านตรงข้ามกับผมนะครับ วันนี้ เวลาผมไม่อยู่ปู่จะได้มีคนคุยด้วย” ปู่มองหน้าเปรม ปู่ถามเปรมว่า “จะไม่ทำอะไรไปให้เค้าหน่อยหรือ” เปรมเปิดตู้เย็น เห็นกุ้ง เปรมรีบหยิบออกมาแกะเปลือก ทำกุ้งตัวยาวๆ ด้วยมือบีบ น้ำมันในกะทะร้อน เปรมชุปกุ้งลงในแป้งโกกิ และหย่อนลงในกะทะอย่างชำนาญ ภาพกุ้งค่อยๆ ลอยขึ้น เปรมตักขึ้นวางบนจานและเดินถือไป ภาพกุ้งเทมปุระจานใหญ่ผ่านไปพร้อมเปรมและปู่

ในบ้านพี่หน่อยที่โต๊ะอาหาร ปู่บอกว่า “ตั้งแต่เปรมมาทำให้ปู่มีความสุขขึ้นเยอะ เปรมมีความสุขมั้ย” ปู่
ถามกลางวง พี่หน่อย พี่เต้ย นิดและปู่มองหน้าเปรม เปรมบอก “ดีครับ” แล้วก้มหน้าลง
พี่ หน่อยเหมือนรู้ แกล้งแซวว่า “อกหักมาหรือเปรม” เปรมเงยหน้าขึ้น “ประมาณนั้นครับ” ปู่เลยตบไหล่เปรมและพูด “อย่างนี้นี่เอง ถ้าแกไม่อกหักมาชั้นคงไม่มีความสุขแบบวันนี้” “ไม่หรอกครับปู่” เปรมรีบแก้ “ผมกะว่าจะเขียนเรื่องใหม่พอดี เลยต้องหาสถานที่ใหม่ๆ สิ่งแวดล้อมใหม่ๆ จะได้มีเรื่องราวไปเขียนไงครับ” นิดถามว่า “พี่เขียนหนังสือขายหรือคะ” “เปล่าครับ ผมเขียนบทหนัง” เปรมตอบ นิดตาเป็นประกาย “แล้วพี่จบคณะอะไรหรือคะ นิดอยากเขียนบทแบบพี่จัง” “ผมจบสถาปัตย์ครับ ไม่ได้เรียนมาโดยตรงกับเรื่องเขียนอะไรแบบนี้แต่อาศัยว่าพี่เขียนบันทึกทุก วันมาตั้งแต่ ม. ต้น เขียนระบายความรู้สึกเรื่อยมา พอลองเขียนเรื่องไปประกวดมันก็ง่าย ได้รางวัลมาก็เลยเขียนบทเป็นอาชีพเสริม ออกแบบสร้างตึกก็ยังรับนะครับ ซ่อมส้วมก็ทำได้” เปรมมองพี่หน่อย พี่หน่อยยิ้มพูด “จริงด้วย” ทุกคนหัวเราะ

พี่เต้ยพ่อนิดบอก “ดีเลยนิดหนูอยากเข้าอักษรใช่มั้ย คุยกับพี่เปรมบ่อยๆ ซิ” พี่หน่อยก็พยักหน้าสนับสนุน “เอาเป็นว่าเดี๋ยววันหลังผมจะเอาบทเก่าๆ ที่ผมเขียนมาให้น้องนิดลองอ่านแล้วกัน แต่มันคงไม่เกี่ยวกับการเข้ามหาวิทยาลัยนะครับ มันจะมีสอบเขียนเรียงความหรือครับ” นิดมองแม่หน่อยอย่างเว้าวอนหน่อบพูด “เอามาให้น้องลองอ่านก็ดีค่ะ” “ได้ครับ ปู่เอากุ้งอีกมั้ยครับ” เปรมพูดตักกุ้งให้ปู่ ไม่นานนักเปรมก็ถามปู่ “ปู่ดูง่วงๆ นะครับ กลับไปนอนมั้ยครับ” ปู่มองหน้าเปรมแทนคำตอบ เปรมพูด “งั้นผมและปู่ลากลับก่อนนะครับ อาหารอร่อยมาก” เปรมหยิบจานเปล่าที่ใส่กุ้งถือออกมาจากโต๊ะ เปรมและปู่เดินออกจากห้อง พี่หน่อยพูดไล่หลัง “เอาไว้มาทานด้วยกันอีกนะคะ กุ้งเทมปุระอร่อยมาก” เปรมตอบ“ครับแล้วผมจะทำอย่างอื่นมาอีก”

ปู่แปรงฟันที่หน้ากระจก ที่ห้องนอน เปรมห่มผ้าห่มให้ปู่และมองปู่ “ฝันดีครับ” เปรมเดินออกจากห้องมาที่ห้องเปรม เปรมเปิดคอมและพิมพ์งานลงโน้ตบุ๊คอยู่ เปรมมองไปบ้านตรงข้าม ม่านขยับ ไม่นานนักก็มีเสียงเคาะหน้าต่างห้องเปรม นิดโผล่มา เปรมถามว่า “จะเอาอะไรหรือ” นิดบอก “อดใจรออ่านบทที่เปรมจะเอามาให้อ่านไม่ไหวขอยืมไปอ่านคืนนี้ได้มั้ย” “เปรมถามว่าไม่ดึกไปหรือ” นิดบอก “นิดอ่านหนังสือดึกแบบนี้ทุกคืน ว่าแต่พี่เปรมเคยเขียนเรื่องอะไรมาบ้าง”

เปรมไม่ตอบ รีบหันไปรื้อของในกระเป๋า หยิบมา 3 เล่ม “เอาลองไปอ่านดูนะ 3 เล่มนี้ สมัยพี่เขียนบทใหม่ๆ แล้วจะไม่อ่านหนังสือสอบเข้าหรือ” นิดตอบ “นิดตั้งใจเรียนในห้อง ก่อนนอนนิดตั้งใจทำตามความฝัน ดีนะได้เจอพี่ แล้วพี่เคยฝันจะเป็นคนเขียนบทหนังมั้ย” “ไม่นะพี่ไม่ค่อยใส่ใจว่าจะต้องเป็นอะไร แต่ระหว่างทำพี่รู้สึกอย่างไรพี่ก็เขียนออกมา แบบนั้นดีกว่านะ นิดลองคิดดูซิ หากเราต้องการจะเป็นแบบนั้นแล้วเราทำทุกอย่างเพื่อเป็นแบบนั้น มันสนุกหรอกจริงมั้ย ที่สนุกคือเราต้องรู้ว่าขณะนั้นเราคิดอะไร เราเขียนมันออกมาเรียบเรียงมันขึ้นมา สร้างโลกใหม่ๆ ให้ลึกซึ้ง น่าสนใจ มีเหตุผล นิดต้องลองคิดแบบพี่ดูแล้วบทพวกนี้นิดอาจไม่ต้องอ่านมันเลย นิดจะเห็นว่านิดมีจินตนาการเพียงใด สำคัญคือนิดต้องเรียบเรียงคำพูดในหัวนั้นออกมาบนกระดาษ ลงคอม แต่อย่าทิ้งการสอบเข้านะ อย่างไรซะต้องสอบเข้าคณะที่นิดต้องการให้ได้ก่อน พี่เต้ยกับพี่หน่อยจะได้สบายใจ” “คะ” นิดพูดมองหน้าเปรมด้วยความชื่นชม แล้ววิ่งกลับบ้านไป

เช้าเปรมพาปู่ใส่บาตรเสร็จและพาปู่ไปเดินเล่น ทานกาแฟปาท่องโก๋ ปู่รู้สึกสดชื่น ปู่บอกเปรมว่า
“ช่วงนี้ เป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุดของปู่ ขอบใจมากนะเปรม” “ผมก็รู้สึกดีครับ” ระหว่างเดินกลับบ้าน
พี่เต้ยขับรถผ่านเปรมและปู่ไป นิดนั่งในรถโบกมือให้เปรมและหันมายิ้ม เปรมก็ยิ้มให้มองตามรถพี่เต้ยไป

ปู่ และเปรมเดินไปคอกม้า เปรมแปรงขนให้มะปราง และทำความสะอาดคอกม้า ปู่เอาอานมาใส่ให้มะปรางและมองหน้าพูดกับเปรมว่า “เอาหละวันนี้ลองขี่วน ในนี้ก่อน” ปู่ชี้ไปที่อีกฟากหนึ่ง เป็นลานกลมๆ ปู่เอาเชือกผูกมะปรางและพูด “ขึ้นไป” ภาพใกล้ เท้าเปรมขึ้นม้า เปรมบนหลังม้า และเชือกที่ปู่จูงเดินนำไปที่ลานกลมๆ เปรมขี่มะปรางเดินวน ปู่รอดูอยู่ด้านนอกไม้กั้น ตาปู่ค่อยๆ มีน้ำตาซึมออกมา

เช้าวันหยุด เปรมเดินออกกำลังในสวนสาธารณะ นิดรีบออกมาทักเปรม “เดินด้วยคนซิ” เปรมมองนิด “จะให้ผอมไปถึงไหนครับน้องนิด” นิดจับพุงตัวเอง “เค้าออกกำลังเอาแข็งแรงต่างหาก” นิดเบ่งกล้ามให้ดูและเดินคุยกับเปรมไปเรื่อยๆ ในหมู่บ้านถึงสนามเด็กเล่น

เปรมเดินไปนั่งชิงช้า นิดมานั่งข้างๆ “คนแก่เนี่ยเหนื่อยเร็วนะ” นิดแซว “ไม่แก่บ้างให้มันรู้ไป นิดแม่นิด
ทำงานอะไรหรือ” “แม่หน่อยเป็นแม่บ้านเต็มตัว แต่ก่อนแม่เขียนโปรแกรมที่กรุงเทพฯ พอมาเจอพ่อที่
งานเลี้ยง แม่กับพ่อก็สนิทกัน มีนิด แล้วแม่ก็ทำงานไปเดินทางไปพักใหญ่ จนแม่รู้สึกว่านิดพูดอีสานได้
เพราะพี่เลี้ยงนิดเป็นคนอีสาน แม่ก็คิดได้ว่าแม่ต้องหยุดทำงาน มาอยู่กับพ่อที่นี่ นิดกะแม่เลยสนิทกัน
มากขึ้นตั้งแต่นิด 5 ขวบ จนตอนนี้นิด 17 แล้ว” นิดตอบ เปรมถาม “แล้วพี่หน่อยไม่ต้องทำงานอีกเลย
หรือ” นิดตอบ “แม่ฉลาดมากๆ โปรแกรมที่แม่เขียนไว้ ตั้งแต่ตอนนิดเด็กๆ ตอนนี้ยังมีปัญหาให้แม่แก้ไข
เรื่อยๆ แม่ทำงานที่บ้าน กะโน้ตบุค พี่เปรมเชื่อมั้ย ว่าถ้าพี่ต้องกดเงิน ATM มีโปรแกรมที่แม่หน่อยเขียน
ด้วย” “เก่งจัง แล้วนิดไม่ชอบงานแบบนั้นหรือ” เปรมถาม “ไม่หรอก นิดอ่านไม่ออกภาษาอะไรก็ไม่รู้ สู้
เขียนภาษาที่อ่านออกให้ดีแบบพี่เปรมดีกว่า แล้วพี่เปรมลืมแฟนพี่ได้หรือยัง” นิดถาม เปรมตอบ “แล้ว
ถ้านิดมีคนที่คุยสนุก เข้าใจนิด ให้อภัยนิดยามที่นิดทำผิด ให้กำลังใจยามที่นิดหมดหวัง มาวันหนึ่ง เค้า
ห่างนิดไปนิดจะลืมเค้าได้มั้ย นิดรู้มั้ย ใน 3 เล่มที่นิดอ่าน เป็นหนังรักทั้ง 3 เรื่องมีเค้าโครงมาจากเรื่อง
ของพี่และแฟนเก่าพี่ นิดอ่านแล้วลืมได้มั้ย” เปรมน้ำตาซึม นิดมองเปรม “ลืมไม่ได้หรอกพี่ แต่พี่เคย
สอนนิดไว้นะว่าเวลานี้เรารู้สึกอย่างไรก็เขียนออกมา พี่รู้สึกอย่างไรก็เขียนออกมา ระบายความรู้สึก
นั้นๆ ของพี่ออกมา คงเป็นหนังที่สนุกนะ แล้วตอนจบก็มีความสุขไง พระเอกวางอดีตลง และมีความสุข
กับคนข้างๆ ตัว” นิดกระพริบตามองตาเปรม “แก่แดดเลยนะเรา” เปรมพูด นิดอ้อนเปรม
“ไม่ดีหรือพี่ พี่คบกับนิดทำให้นิดมีความสุข พี่จะได้มีความสุข วันนี้พี่ว่างมั้ยต้องพาปู่ไปไหนมั้ย
ถ้า ว่างพาพี่นิดไปเที่ยวได้มั้ย เดี๋ยวถึงบ้านแล้วนิดจะขอแม่” เปรมถาม “เอางั้นเลยหรือ ตกลง เดี๋ยวเรากลับบ้านพร้อมกัน พี่คุยกับปู่นิดคุยกับแม่ ถ้าไฟเขียวเราก็ไปด้วยกัน ไปไหนดี” นิดอาสา “เดี๋ยวนิดพาพี่ไปเอง”

เปรมเดินเข้าบ้านเห็นไฟมืด เดินหาปู่แต่ไม่เจอ จึงเดินออกไปนอกบ้าน ปิดประตู

ที่ คอก ปู่พูดกับมะปราง “อย่าให้เค้ารู้นะ เข้าใจมั้ย” เปรมเดินมาเห็นพอดีจึงถาม “ปู่พูดกับมะปรางหรือ” ปู่บอก “ความลับของปู่อยู่กับมะปรางนี่ปลอดภัย” เปรมพูด “ปู่วันนี้ผมขอไปเที่ยวกับนิดลูกพี่หน่อยนะ” ปู่มองหน้าและพูด “ปู่มีความลับที่บอกมะปรางไปจะเล่าให้เปรมฟัง ฟังก่อนไปนะ แต่ก่อนตอนปู่เป็นทหารม้าใหม่ๆ ปู่ก็ชอบสาวคนหนึ่ง แม่ของหน่อย เค้าเป็นทหารหญิงทำบัญชีให้ที่กรม ปู่ต้องไปเบิกเงินเบิกของจากเค้าเป็นประจำ เราเลยสนิทกัน แต่สุดท้ายปู่ก็ใจสลาย เค้าโดนเจ้านายย้ายไปอีกที่หนึ่งและส่งข่าวมาว่าจะแต่งงานในปีถัดมา ปู่ยังไปงานแต่งงานนั้นเลย วันนั้นปู่เมามาก แต่ไม่ได้พูดอะไรหรอกนะ ปู่โดนทหารคนอื่นหิ้วออกมาก่อน และปู่ก็ตัดใจได้ ปู่ได้กับลูกสาวทหารที่มาในงานวันนั้นเอง เธออกหักมา กินเหล้าเมาอยู่ใกล้ๆ ปู่ ย่าของหลานหน่ะ เราได้ลูกชายในคืนวันแต่งานของแม่หน่อยนั่นเอง” เปรมพูด “นี่หรือที่เป็นความลับของปู่ มันดีออก ผมว่าเรื่องมันใช้ได้เลย แล้วปู่รักย่ามั้ย” ปู่มองหน้าเปรมแล้วตอบ “รักซิสุดท้ายเราก็รักกันจนได้ ไม่นานทั้งปู่และย่าก็ลืมคนรักเก่าของเราได้ทั้งคู่ เก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับนะไม่ต้องเล่าให้บ้านหน่อยเค้ารู้นะ รับปากนะเปรม” เปรมพูด “ครับ วันนี้ผมไปกับนิดนะ ปู่ผมมีปลาอินทรีย์ทอดในตู้เย็นปู่เอามาอุ่นนะ แล้วอย่าลืมกินยาด้วยหล่ะ” ปู่ตอบแบบปล่อยเลยตามเลย “เออ ไปเที่ยวให้สนุกหล่ะ ถ่ายรูปหนูนิดมาให้ปู่ด้วย หน้าเค้าเหมือนยายเค้ามากๆ เลย” เปรมยิ้ม ตอบ “ครับ ปู่อยู่ได้นะ” ปู่มองเปรมแล้วเอามือไล่และพูด “ไปได้แล้ว” มะปรางกลับถอยหนี เปรมหัวเราะ

(ตัดลสับกับซีนที่แล้ว) ที่บ้าน “แม่หน่อยนิดขอพาพี่เปรมเค้าเที่ยวได้มั้ยคะวันนี้ เผื่อนิดจะเข้าใจการเขียนบทหนังเพิ่มขี้น พี่เปรมจะได้มีเรื่องที่จะเขียนด้วย” แม่หน่อยเตือน “เอากล้องถ่ายรูปไปด้วยถ่ายมาทุกระยะ แล้วอะไรที่เสื่อมเสียก็ไม่ทำนะ นิด เข้าใจแม่นะ แม่มีนิดคนเดียว อย่าเพิ่งรีบมีแฟนนะ” “ตกลงค่ะ หนูไปนะคะไม่ต้องห่วง หนูจะรีดความลับการเขียนบทที่ดีมาให้ได้” หน่อยและนิดกอดกันกลม หน่อยหยิบกล้องให้นิด

นิดชุดเอี้ยมสีสดใส เดินเข้าไปเคาะประตูบ้านเปรม เปรมออกมาใส่เสื้อยืดกางเกงยีนส์ ทั้งคู่เดินไปที่
รถ เปรมไขกุญแจ นิดเปิดประตูขึ้นนั่ง

นิดบอกทางในรถเปรมขับตาม ถึงตลาดนัด นิดชวนเปรมเดิน ซื้อกิ๊บติดผมและพาเปรมไปเดินกินขนม
ทั้งคุยทั้งจับมือถือแขนอย่างไม่ถือตัว เปรมคิดถึงบทที่ให้นิดอ่าน “นี่นิดทำตามบทตลอดเลย” เปรมถาม
นิดว่า “ต่อไปกินขาวหลามริมหาดหรือเปล่า” นิดมองหน้าเปรมแล้วพูด “ไม่หรอกพี่นิดไม่ทำตามบทที่พี่
เขียนหรอก ว่าแต่พี่เริ่มรู้ตอนไหนว่านิดทำตามบท” “ก็ตอนซื้อกิ๊บ” เปรมตอบ “เก่งจัง ต่อไปไม่เหมือน
บทแล้ว”

นิด คว้ากล้องขึ้นมา ถ่ายภาพเปรมกลางตลาดนัด แล้วนิดก็เห็น นิดนิ่งไปอุทาน “พ่อเต้ย” นั่งคุยกับผู้ชายคนหนึ่ง ห่างไปไม่มาก ในร้านกาแฟ นิดจับแขนเปรมขอร้อง “พี่บังนิดไว้หน่อย พ่อเต้ยนั่งในร้านกาแฟหลังพี่ พี่อย่าให้เค้าเห็นนิดนะ” นิดกดปิดแฟลช แล้วถ่ายภาพไปพูดไป “เอาเป็นว่าวันนี้เรามีเรื่องให้ตื่นเต้นแล้วพี่เปรม พี่ช่วยนิดตามพ่อเต้ยกับผู้ชายคนนั้น ว่าเค้าไปไหนต่อ ทำอะไร เพราะพ่อบอกแม่ว่าไปราชการต่างจังหวัดแต่ดันมาอยู่ในร้านกาแฟนั้น”

เปรม แอบหันไปดูและจูงนิดหลบไปอีกมุม ยืนเลือกผ้าเช็ดหน้า เปรมซื้อผ้าเช็ดหน้ามาปิดปากตัวเองและปิดปากให้นิด ทั้งคู่แอบซุ่มมองพ่อเต้ยอยู่ห่างๆ จนทั้งคู่เดินออกจากร้านไปที่รถของผู้ชายคนนั้น นิดกดถ่ายภาพไว้ตลอด

เปรมรีบจูงนิดไปที่รถและขับตาม เปรมขับรถห่างไปจึงพลาดกันที่ไฟแดงหนึ่ง เปรมรีบขับตาม ผ่าน
โรงแรมเปรมมองเข้าไปเห็นว่ามีรถคันนั้นอยู่ เปรมรีบหยุดรถ นิดถ่ายภาพไว้

ทั้งคู่แอบอยู่ข้างถนน เปรมถามนิดว่า “จะบอกแม่หน่อยมั้ย” นิดบอก “นิดจะบอก” เปรมย้ำ “แน่ใจนะ
ถ้า เป็นพี่ พี่จะไม่บอก” นิดถาม “ทำไม” เปรมอธิบาย “ถ้าบอกแล้วพ่อกับแม่มีปัญหาใครรับผล นิดใช่มั้ย แล้วใครทุกข์ใจ ทั้ง 3 คนไง ถ้านิดเก็บเรื่องนี้ไว้ได้ นิดเก็บไว้ดีกว่า”

ทั้งคู่คุยกัน ไม่นาน พ่อเต้ยก็ออกมาที่ระเบียงห้องพร้อมผู้ชายคนนั้น ทั้งคู่ยืนกอดกันกลม นิดถ่ายภาพไว้ “เอาอย่างไรหล่ะทีนี้” เปรมถาม นิดน้ำตาซึม “พี่นิดไม่สนุกแล้ว เราไปที่ที่เราสนุกกันได้ดีกว่า
ไปเล่นน้ำมั้ย นิดมีมุมหนึ่ง อยากพาพี่ไป พี่กลับรถเลย”

ที่หาดเร้นลับหลังพุ่มไม้ใหญ่ นิดพาเปรมเข้าไป “สวยมั้ยพี่” นิดพูดอย่างภูมิใจหายเศร้า “สวยดี นิดเจอ
ที่นี่ได้ไง” นิดตอบ “นิดขี่เจ็ทสกีมาแล้วเห็นที่นี่ ก็เลยดูแผนที่ แล้วลองขี่รถจักรยานมา เก่งมั้ยพี่เปรม”
“เก่งดี” นิดเสนอ “เราเก็บเรื่องของพ่อไว้ที่นี่นะ เอาใส่ถุงนี่ ฝังดินไว้ แล้วเดี๋ยวเข้าเมือง เราไปซื้อการ์ด
มาใหม่” “ทำไม่ไม่ฟอร์แมทการ์ดหล่ะ” เปรมถามหน้าแปลกใจ “พี่คิดว่าถ้าฟอร์แมทแล้วแม่หน่อยจะกู้
ได้มั้ย” “จริงด้วย ความลับของเรา 4 คน เก็บไว้ตรงนี้” เปรมพูด นิดใส่ถุงพลาสติกหลายๆ ชั้น ใส่ใน
กล่องขนมโลหะ “พี่ในรถมีเทปกาวมั้ย” นิดถาม เปรมเดินไปหยิบมาให้ นิดเอาเทปพันรอบกล่อง
ช่วยกันขุดดินฝังไว้ เอาก้อนหินก้อนนั้นมาทับไว้ “เมื่อไหร่ที่นิดเห็นว่าสมควรบอกแม่ หรือนิดโตพอ นิด
จะมาเอาการ์ดไป พี่ว่าดีมั้ย พี่เปรมนิดขอร้องอย่างนะ อย่าเขียนบทหนังจากเรื่องวันนี้ มันไม่ดีเลย ตก
ลงมั้ย” พี่เปรมว่าไง เปรมพูด “พี่ขอค่าปิดปาก” “นิดต้องทำอย่างไร” นิดถามหน้าสงสัย “นิดเคยจูบ
ใครมั้ย” นิดมองตาเปรมอย่างสงสัยและอมยิ้มพอใจนิดๆ

ใน ห้องของหน่อย หน่อยนั่งทำงานด้วยโน้ตบุค หน่อยกดรหัส หน่อยเข้าถึงข้อมูลความลับระดับสูง หน่อยพูด “ลองระบบความปลอดภัยดีกว่า กับใครดีนะ” หน่อยดึงข้อมูลบัญชีของเต้ยขึ้นมาดู เวลาที่เบิกล่าสุด หน่อยพิมพ์ลงไป เวลาและวันนี้ขึ้นมา หน่อยพิมพ์สาขาไหนภาพแผนที่ขึ้นมา สถานที่ใกล้ตลาดนัด หน่อยเรียกดูภาพจากคอมซึ่งเป็นภาพจากกล้องตามเครื่องเอทีเอ็มของธนาคารสาขา ที่เต้ยเบิก หน่อยเห็นหน้าเต้ยและผู้ชายที่ยืนข้างๆ หน้าหน่อยเป็นกังวล ภาพในจอขยายขึ้น มือเต้ยถือเงินส่งให้ผู้ชายคนนั้น และโอบไหล่เดินจากไป ภาพตาหน่อย น้ำตาซึมออกมา หน่อย Save ภาพลงใน Folder พิเศษ ตั้งรหัสไว้ และปิดจอภาพลงไป นั่งน้ำตาหยดลงบนโน้ตบุค

หน่อยทำอาหาร หั่นหัวหอม ร้องไห้ไป ต้มเส้น หั่นมะเขือเทศ และผัดมักกะโรนีกุ้ง กินคนเดียวที่โต๊ะ
น้ำตาหยดลงบนโต๊ะ

ภาพในร้านอาหารหรู ริมหาด เต้ยและชายคนนั้น เขาป้อนสปาเก็ตตี้กุ้งให้เต้ย เต้ยยิ้มและป้อนตอบ
ทั้ง คู่ดูรักกันมาก คนหนุ่มในร้านหันมามองและนินทาและบอกหญิงสาวที่หันหลังให้ “ดูโต๊ะหลังเธอซิ อะไรจะเปิดเผยขนาดนั้น” เธอค่อยๆ หันหลังไปมอง และบอกว่า “อยากทำบ้างละซิ รู้นะแล้วยิ้ม”

หน่อยไปส่งนิดที่โรงเรียนตอนเช้า นิดเปิดประตูลงจากรถ หน่อยพูด ตั้งใจเรียนนะ แล้วหน่อยก็ขับรถออกไป

ที่ ริมทะเล ที่เร้นลับของนิด หน่อยยืนตะโกนอยู่แถวนั้น “จะให้ชั้นทำอย่างไรบอกมาซิ” หน่อยตะโกนอยู่หลายครั้ง และร้องไห้ ภาพกว้างขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีใครอยู่บริเวณนั้นเลย

เต้ยกลับมาบ้าน ทานข้าวกับนิดและหน่อยอย่างพร้อมหน้า เต้ยหยิบของฝากให้หน่อยและพูด “นี่ของฝากคุณผมเห็นใบเก่ามันเป็นรอย กะทะใบนี้เป็นเนื้อไทเทเนี่ยมเคลือบอย่างดี” หน่อยยิ้มและบอกว่า “อันเก่าก็ยังใช้ได้อยู่เลย เปลืองอีกแล้วคุณ เก็บเงินไว้ส่งนิดเรียนเยอะๆ ดีกว่า” แต่หน่อยก็ถือไปแขวนในครัวและปลดกะทะอันเก่าลงวางใกล้ถังขยะ เต้ยพูด “นิดพ่อมีสมุดบันทึกมาฝากนิด” เต้ยหยิบสมุดขึ้นมาส่งให้นิด นิดมองและรับไว้ ยิ้มและบอก “สวยจังค่ะ ขอบคุณนะค่ะพ่อ” ทั้งหมดทานข้าวต่อ เต้ยตักอาหารให้นิด หน่อยตักอาหารให้เต้ย

นิดล้างจาน จานหล่นแตกมีเลือดเต็มมือนิด นิดตะโกนเรียก “แม่” หน่อยรีบวิ่งเข้ามา ผ่านห้องน้ำ เสียงเต้ยร้องเพลงขณะอาบน้ำ ภาพมือนิดเลือดไหลลงอ่างล้างจาน มีจานแตกอยู่ หน่อยเห็นแล้วเอามือปิดปากและพูดว่า “นิดล้างน้ำออกเยอะๆ เดี๋ยวแม่ขับรถพาไปโรงพยาบาล หน่อยเอาผ้าก๊อซมาปิดปากแผลที่มือนิดและรีบถือกุญแจขับรถพานิดออกไป

ภาพ ประตูห้องน้ำ เต้ยร้องเพลง อาบน้ำอย่างสบายใจ เต้ยเปิดประตูห้องน้ำออกมาเต้ยนุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวและใช้ผ้าอีกผืนเช็ดผม และเดินไปทั่วบ้าน มองไปทั่ว ไม่มีใคร เต้ยเรียก หน่อย นิด อยู่ไหนกันหมด เข้าห้องปิดประตูและออกมาเต้ยใส่กางเกงและสวมเสื้อยืดขาว เดินดูไปทั่ว เห็นหน้าบ้านรถไม่อยู่ประตูไม่ปิด และเดินมาในครัว เห็นจานที่แตกและเลือดแดงอยู่ จึงรีบเดินไปหยิบโทรศัพท์โทรหาหน่อย

ที่ โรงพยาบาลหน่อยรอหน้าห้องทำแผล ในห้องหมดเย็บแผลให้นิด หน่อยรับโทรศัพท์ เต้ยถาม “ใครโดนจานบาดมือหรือ” หน่อยตอบ”นิด” เต้ยถามต่อ “แล้วแผลใหญ่มั้ย” หน่อยตอบ “ต้องเย็บ ไม่เป็นไรมากหรอกเดี๋ยวกลับไปแล้วคุณค่อยดูนะ” หน่อยวางหูไป เต้ยหน้าเฉยๆ และวางหูลงไป

ในรถนิดยิ้มกับหน่อยและพูด “นิดไม่เป็นไรหรอกแม่ ดีซะอีกไม่ต้องล้างจาน ล้างมือล้างอะไรต่อมิอะไรอีกหลายวัน ฮิๆ” หน่อยยิ้มและทำหน้าเฉยๆ ทันที ตาหน่อยแดงๆ น้ำตาเออขึ้นมา

ในห้องนอน เต้ยอ่านหนังสือมีภาพรถถังที่ปก หน่อยเดินเข้ามาพร้อมนิด นิดพูด “ต่อไปพ่อล้างจานแทนนิดนะ” เต้ยเงยหน้าขึ้นมา พูดว่า “แล้วแผลใหญ่มั้ย” นิดยิ้มแล้วตอบ “สามเข็มเอง” หน่อยพูด
“พ่อล้างจานแทนนิดซัก 2 อาทิตย์แล้วกัน” เต้ยยิ้มมองหน้าทั้ง 2 คน “ได้ซิเพื่อนิดพ่อทำได้” นิดเดินออกจากห้องไป หน่อยบอก “ไม่ต้องอ่านหนังสือดึกมากนักนะนิด” นิดตะโกนตอบ “ค่าแม่”

หน่อยบอก “ฟังเพลงมั้ย” หน่อยเดินไปเปิดเพลงและกดไฟหรี่ลง ล็อคประตูห้อง เต้ยวางหนังสือลง กดดับไฟ เสียงเพลง เสียงผ้าถูกถอด เสียงจูบ เสียงคราง และหยุด เงียบ หน่อยถามเต้ย “มีความสุขมั้ย” เสียงหน่อยสั่น เสียงหน่อยร้องไห้ เต้ยกดเปิดไฟขึ้นมาสลั่วๆ หน่อยพูดปนสะอื้น “เต้ย หน่อยเห็นคุณมีผู้ชายอื่นท่าทางเกินเพื่อน เต้ยทำเพื่อนิดได้มั้ย เลิกซะแล้วเก็บเป็นความลับระหว่างเรา” เต้ยมองตาหน่อย และจูบที่หน้าผาก “ได้ซิ ผมทำได้เพื่อครอบครัวเรา เพื่อนิด เพื่อหน่อย” ไฟในห้องดับลง เสียงร้องไห้พร้อมกัน เสียงจูบปาก เสียงครางปนร้องไห้ เต้ยพูด “คุณเป็นคนดีจริงๆ ให้อภัยผมนะ ผมจะมีคุณคนเดียว ผมสัญญา”
เต้ยส่งนิด ที่หน้าโรงเรียนเต้ยพูด “ตั้งใจเรียนนะลูก” เต้ยเดินกลับไปที่รถขณะกำลังจะไขกุญแจ ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาเต้ย เต้ยมองหน้า และพูด “ตั้มเองพี่นึกว่าใคร” ตั้มบ่น “พี่เต้ยเป็นอะไรหายไปเลย”
เต้ยพูด “ขึ้นรถมาก่อน”

ตั้มขึ้นรถ เต้ยขับออกไป ตั้มบ่น “พี่เต้ยทำไมทำกับตั้มอย่างนี้ พี่อยากทิ้งก็ทิ้งกันเลยหรือ พี่ไม่รับสายตั้ม พี่ไม่มาหาตั้ม เราไม่เจอกันนานเลยนะ” เต้ยพูด “ใจเย็นตั้ม พี่มีครอบครัว พี่มีคุณหน่อย ตั้มเข้าใจพี่นะ” ตั้มเถียง “พี่มีครอบครัวตั้งแต่ก่อนมีตั้ม พอตอนนี้พี่ก็ยังมีครอบครัวอยู่ พี่คิดจะเลิกกับตั้มพี่ก็เลิกง่ายๆ เลยหรือ” ตั้มน้ำตาซึมและพูด “มันง่ายสำหรับพี่จริงๆ หรือ มันออกมาจากใจพี่จริงๆ หรือ” ตั้มเอามือขวาจับที่หน้าอกซ้ายของเต้ย แล้วก้มลงร้องไห้ เต้ยลูบหัวตั้มและพูด “แต่พี่ต้องเลิก เพื่อครอบครัว เพื่อคุณหน่อย เพื่อลูกนิด พี่ต้องเลิก ตั้มเข้าใจพี่นะ” ตั้มลุกขึ้นมาเช็ดหน้าและมองเต้ยและพูด “พี่จอดรถตั้มจะไปตามทางของตั้มก็ได้” เต้ยมองหน้าตั้มและจอดรถให้ ตั้มลงไป ปิดประตูเอามือค่อยๆ ลูบรถที่เคลื่อนออกไป เต้ยเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งพับอยู่บนเบาะ เต้ยจอดรถข้างทางห่างตั้มไปเยอะ แล้วจึงคลี่กระดาษออกอ่าน เสียงตั้มอ่านจดหมาย “ระหว่างเรา ความเป็นจริงในใจพี่เป็นอย่างไรพี่รู้ดี ความสุขของพี่คืออะไรพี่รู้ดี หากพี่หนีตั้มได้ แล้วครอบครัวพี่มีความสุข ตั้มก็ดีใจด้วย แต่ตั้มเชื่อว่าพี่ไม่มีความสุขหรอก อย่าหลอกตัวเองเลย ใจพี่เองพี่จะซ่อนมันไว้ได้อีกนานแค่ไหน ตั้มจะรอดู ในที่ของเรา” เต้ยน้ำตาซึม เอาหัวทุบพวงมาลัยรถตนเอง แล้วขับออกไป

หน่อยอยู่ในครัวกำลังถือแก้วกาแฟแต่หันไปเห็นขวดน้ำตาลหมด หน่อยดูในตู้ก็ไม่มี หน่อยส่ายหัว
บ่น “แค่กาแฟ” แล้วหยิบกุญแจรถ เดินออกไป

ใน ร้านสะดวกซื้อหน่อยเดินหยิบของใส่ตระกร้า หน่อยกำลังหยิบน้ำตาล แต่ก็เห็นผู้ชายที่หน่อยเคยเห็นกับเต้ย (ภาพมือเต้ยถือเงินส่งให้ผู้ชายคนนั้น และโอบไหล่เดินจากไป) หน่อยวางตระกร้าลงและเดินเข้าไปหา หน่อยพูด “คุณคะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน ดิชั้นหน่อยภรรยาเต้ย คุณรู้จักเต้ยใช่มั้ย” หน่อยมองหน้าน้ำตาเอ่อขึ้นที่ตา ตาเริ่มแดงๆ ตั้มหน้างงๆ และตอบ “ครับผมรู้จักคุณเต้ยดี”

ในร้านกาแฟใกล้ๆ ร้านสะดวกซื้อ เด็กเสริฟกาแฟให้หน่อยและเต้ยแล้วทำหน้าเศร้าๆ และเดินออกไป หน่อยร้องไห้ ตั้มพูด “คุณหน่อยเรื่องมันเกิดไปแล้วคุณจะร้องไห้ไปทำไม” หน่อยเช็ดน้ำตาและถาม “ทำไม ทำไม ทำไม ทำไม คุณถึงทำกับเราแบบนี้” ตั้มตอบ “เพราะผมให้ในสิ่งที่พี่เต้ยต้องการแต่คุณไม่ให้” หน่อยมองหน้าตั้มและพูด “แค่นั้นนะหรอแล้วจะให้ชั้นทำอย่างไรคุณถึงจะยอมห่างเต้ยไป” ตั้มเสนอ “เราสองคนตัดสินใจแทนพี่เต้ยไม่ได้ เรียกพี่เต้ยมาคุยกันที่นี่ดีกว่า” หน่อยกดโทรศัพท์พูด “เต้ยหรอ หน่อยอยากให้คุณรีบมาที่ร้านกาแฟ ที่หน่อยมานั่งบ่อยๆ ตอนนี้เลยได้มั้ยหน่อยอยู่กับตั้ม” เต้ย
ตอบ “อยู่กับตั้ม” หน่อยพูด “เราต้องตัดสินใจร่วมกัน รีบมานะเต้ย” หน่อยกดวางหู
เต้ยมองโทรศัพท์ในมือแล้วใช้มือปาดเหงื่อ ลุกขึ้นเดินออกไปจากห้องทำงาน

เต้ย รีบเดินเข้ามาในร้านกาแฟ หน่อยวางหนังสือลง ยิ้มทั้งน้ำตาให้เต้ย ตั้มพูด “ครบคนแล้ว ประชุมได้ในหัวข้อที่ว่า ต่อไปจะทำอย่างไร” หน่อยพูด “เต้ยตัดสินใจดีๆ นะ” เต้ยมองหน้าทั้งหน่อยและตั้มขยับเก้าอี้นั่งลงและพูด “เอาหละเมื่อมาถึงจุดนี้ เต้ยต้องเลือกใช่มั้ย” ทั้งหน่อยและตั้มพูด “ใช่” เต้ยพูดกับหน่อย “สำหรับเรา ครอบครัวต้องมาก่อนสิ่งอื่น ครอบครัวเราต้องมีพ่อแม่ลูก หากพ่ออย่างผมต้องตอบ ผมก็ต้องเลือกครอบครัวของเราหน่อยและนิด แต่ในอีกสถานะหนึ่งผมกับตั้ม ตั้มให้ในสิ่งที่ผมต้องการซึ่งผมไม่ได้จากคุณหน่อย หากผมเลือกสิ่งที่สังคมทั่วไปเลือก ผมก็อาจเป็นคนไม่จริงใจกับตัวเอง

หาก ผมทำร้ายครอบครัวเรา (เต้ยมองหน้าหน่อย) ผมก็ผิดเต็มๆ เพราะคุณ หน่อยคุณทำหน้าที่ของคุณได้ดีไม่บกพร่องอะไรเลย คุณไม่ได้ผิดอะไร ผมซะอีกมีครอบครัวที่ดีอยู่แล้ว ยังมักมาก อยากลอง (เต้ยมองหน้าตั้ม) ผมจะทำอย่างไรดี ผมจะเลือกทางไหนดี” หน่อยร้องไห้ ตั้มก็ตาแดงๆ เต้ยก้มหน้านิ่ง และพูด “นอยออกกันมั้ย ผมจะออกหงาย” หน่อยตบเข้าที่หน้าเต้ย และพูด “กล้าดีอย่างไรโยนความรับผิดชอบให้คนอื่น เลือกมาเลย มั่นใจซิเต้ย” เต้ยพูด “ผมไม่เลือกได้มั้ย ไม่ได้ซินะ ขอเวลาผมได้มั้ย” หน่อยร้องไห้พูดปนสะอื้น “เต้ยหน่อยเลือกเองมั้ย ถูกของเต้ย ถ้านอยออกเราก็รู้ไปแล้วว่าใครจะอยู่ใครจะไป หน่อยไปเองก็ได้” หน่อยรีบเดินออกจากร้านไป เต้ยรีบวิ่งตามไปห้ามและกอดหน่อยจากข้างหลังและพูดข้างหูหน่อย “เต้ยเลือกแล้ว เต้ยเลือกหน่อยและนิด เพื่อครอบครัวเรา” เต้ยจูงหน่อยเข้าไปในร้านอีกครั้ง เต้ยมองหน้าตั้มและพูด “เต้ยเลือกหน่อย” ตั้มพูด “เข้าใจแล้ว” และเดินออกจากร้านไป
เต้ยกุมมือหน่อย เดินตามออกไปและเลี้ยวไปคนละทางกับตั้ม จบ

Views: 83

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

© 2009-2020   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service