My First Time Fashion Study : Personal Image Styling (The Way to Personal Shopper)

เคว้งคว้าง เวิ้งว้างกับชีวิตมานานหลายปี นั่งแป้กอยู่กับสิ่งที่เราชอบหรือเปล่าก็ไม่รู้ Laptop, Sales Kit, ตัวคอนโดกับราคาสินค้า 8 หลัก มันอยู่กับฉันมาเกือบทั้งชีวิตการทำงานตั้งแต่จบมาจนถึงวันนี้

 

30 พฤศจิกายน 2553 เอาวะ เอาไงเอากัน ตัดสินใจลาออกและทำตัวเหมือน AF ที่ตกรอบ ออกมาเดินสวยๆ ไปละกัน เงินก็เหลือเก็บมาก้อนนึง To-do list, My wishlist โอ๊ยสารพัดสารพันในสมองที่ยังไม่ได้ทำ สจ๊วตเอย, นักเขียนเอย, แฟชั่นไอคอนเอย, ร้านเสื้อผ้าตัวเองเอย โอ๊ยยยยยยยย หลายต่อหลายเอย จะทำหมดก่อนตายมั๊ยเนี่ยตุ๊ด >/p>

 

นั่งๆ นอนๆ อยู่บ้าน เรื่องที่จะทำก็มากมาย ไม่ทำหรอก นอนจนผอม 5555+

 

""Want you to make me feel, like I'm the only girl in the world....." เสียงเรียกเข้า iPhone เข้า ใครโทรมาล่ะเนี่ย หยิบขึ้นมาดู อ้าวไอ้ฟ้า น้องสาวเรา โทรมาทำไมหละเนี่ย

 

"ฮัลโหลพี่หนุ่ย หนูอยากต่อ Fashion Design ที่ Kingston มีสอนด้วยนะพี่หนุ่ย วันนี้เค้ามาแนะแนวที่โรงเรียน"

"เออ เอาเอกสารมาดูก่อน เดี๋ยวชั้นต้องปรึกษาที่บ้านด้วยเรื่องแกจะเรียนที่นี่อะ" ฉันก็ตอบไปตามปกติ

 

การ สนทนาจบลง เอ้อใช่ แฟชั่นดีไซน์ เราบอกจะเรียน ไหนๆ ก็ว่างอยู่แล้วนี่หว่า ไปเรียนดีกว่า มือเปิดคอมพ์ กดๆๆๆๆๆๆๆ ตักศิลา โรงเรียนโน่นนี่ โอ้วววววว สอนกันหลายสถาบันเลย ราคาก็ไม่ต้องไปเดาอะไรยังไงกันทั้งนั้น ถูกแบบคอร์ส 24 ชั่วโมง ไปจนยันโน่น กระเดือกน้ำลายแทบไม่ลงอย่าง Raffles หรือโรงเรียนที่วิคกี้ไปเรียนนั่นหละ 7 หลักกันไป ตายๆๆๆๆๆๆๆ บ้านทาวน์เฮ้าส์ 1 หลังเลยนะนั่น

 

สะดุดกึกอยู่ที่สถาบันหนึ่ง แถวสยาม เอ๊ะ! นี่มันย่านแรดกรูนี่หว่า ลองดูหน่อยซิ โอ้ว เว็บสวย อลังการ อีกอย่าง มี Certificate ด้วย เอาอันนี้หละ

 

"สวัสดีครับ คือต้องการสอบถามเกี่ยวกับรายละเอียดเกี่ยวกับคอร์สเรียนครับ" สิ้นเสียงเราไป ทางเจ้าหน้าที่ก็ขออีเมล์เราไป หลังจากนั้นประมาณ 20 นาที iPhone ข้าพเจ้าก็กระหน่ำดัง ป๊องๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อีเมล์เข้ามาแบบกระจายมาก เหมือนเน็ตมันล่มแล้วเพิ่งต่อติดกลับมาใหม่ได้ พังไปเลยดีกว่ามั๊ยจ๊ะอย่างนี้ แต่ก็เอาเป็นว่าได้รับเอกสารอันน่าสนใจเกี่ยวกับค่าเรียน ถามว่าถูกมั๊ย ก็ไม่คิดว่าถูกเท่าไหร่นะ เพราะว่าราคาขนาดนี้จริง ๆ ไปเรียนสายอื่นก็คงจบปริญญาโทได้เลย แต่ไม่เป็นไร เดี๋ยว To-Do List ข้าพเจ้าจะมิ Complete

 

จ่ายเงินกับแพคใหญ่ (แพคเกจใหญ่คือเรียนหมดทุกสิ่งอย่างเกี่ยวกับ Fashion ไม่ว่าจะด้าน Design, Styling, Pattern หรือแม้แต่ Marketing) นั่งดูตารางเรียน มาจบที่วันแรกที่เรียนคือ 29 มกราคม 2554 วีคหน้าแล้วนี่นา วิชาแรกก็คือ Fashion Styling : Personal Image Styling แล้วมันเกี่ยวกับวิชาอะไรฟระเนี่ย - -"

 

เที่ยงกว่าๆ เดินทางไปถึงสถาบัน รู้สึกแปลกๆ เพราะปกติมาสยามนี่ มาแรดอย่างเดียว ไม่เคยมาเพื่อการศึกษาเลยแม้แต่น้อย เอาเริ่มเรียน

 

13.00 น. อาจารย์เข้ามาแล้ว ก็อธิบายเรื่อง Personal Stylish กับ Fashion Stylish ต่างกันยังไง โน่นนี่ไปจนถึงเรื่องสีร้อน-สีเย็น เรียนไปเรียนมาเหมือนเขาโผล่ออกจากหัว แยกแยะอะไรยากเยี่ยงนี้ ไอ้สีที่คิดว่าเป็นสีเย็น เค้าก็มองกันเย็นหมด กลับไม่ใช่แฮะ มันเป็นสีร้อน!! ได้ไงฟระ

 

เรียนกันไปก็ล่วงเลยกันไปจนถึง workshop ลงงานจริง ด้วยการจับคู่กับเพื่อนให้ไปทำเหมือนกับว่าเราเป็น Personal Shopper ผู้ซื้อสินค้าหรือเป็นกูรูให้ลูกค้าของเราตามความต้องการของลูกค้า ได้เวลาสอบถามแล้ว ได้โจทย์มาเป็นว่าเพื่อนสาวคุ่ของเราต้องการที่จะไปงาน Top Awards ชีไม่ใช่ใคร ไม่มีคนรู้จักมาก่อน แต่อยากเดินไปแล้วให้สื่อสนใจว่า "เอ๊ะ! อีนี่มันใครเหรอ"

 

ได้ โจทย์ ทำการสอบถามเพื่อนเป็นที่เรียบร้อย อาจารย์แสนสวยของเราก็ทำการ Move นักเรียนอย่างพวกเราไปยังร้าน Zara เพื่อทำการเลือกชุดมา ให้เวลา 20 นาที เลือกมา 2 ชุด แล้วอธิบายว่าด้วยเหตุอันใด

 

10 นาทีผ่านไปในร้าน Zara เคว้งคว้างมาก ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรมาให้ชีเกิดในโจทย์ที่ชีให้มา เดินจงกลมอยุ่ในร้าน หยิบอะไรมาก็ดูจะมิแมทช์ อะไรก็ดูไม่ถูกใจไปซะหมด โต๋เต๋ๆ หรือว่าจะไม่หยิบไปส่งให้มันรู้แล้วรู้รอดกันไปเลย แต่แล้วสายตาก็เริ่มเหลือบไปเห็นความแหวกของสี ใช่แล้ว มันคือสีแดง ใช่ๆ ขนาดเรายังชอบแต่งสีแดงให้ตัดกับสิ่งที่เรามีเพื่อเป็นจุดเด่นของสีเลย สีแดงนี่แหละ จัดไป!

 

หยิบ ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ หมดเวลาพอดี แอ๊บคว้าผ้าพันคอสีเหลืองอารมณ์อียิปต์มาอัน แล้วกูจะเอาไปแมทช์กับอะไรวะ เอามาเพื่ออะไรหละเนี่ย - -"

 

ถึง เวลา Present ข้าวของที่หยิบมา หยิบจนเอ๊ะว่ามันจะรกไปหรือเปล่า จุดเด่นจะอยู่ที่ไหน - เสนอชุดแรกด้วยชุดแซ็คสีแดงสด สดอย่างแรงกับเข็มขัดสี Pink Gold อาจารย์ถามว่าเพราะอะไรถึงเอาชุดนี้มา ก็จึงตอบไปว่าเพราะว่าเอาเข็มขัดสีทอง Pink Gold มาทำการขับสีแดงของชุดแซ็คที่มีความโดดเด่นในตัวมันอยู่แล้ว ให้ Stunt จากเข็มขัดที่ดู Luxury แล้วจะได้อยากรู้ว่าอีแรงนี่มันใคร

 

ชุด ที่ 2 เป็นเสื้อแขนยาวสีขาว กับกระโปรงสีส้ม ใส่เข็มขัดสีน้ำเงินเส้นเล็กหนังอะไรก็ไม่รู้ พร้อมกับพันผ้าพันคอสีเหลืองเหมือนคาวบอย ด้วยความที่เรามองว่าคู่ Buddy เราเพิ่งจบมา อารมณ์แซ็คอาจจะดูแก่เกินไป จึงมีการซ่อนเสื้อสีขาวที่ดูเด็ก Jump แขนขึ้น เอาใส่ในกระโปรงเหมือนอารมณ์สมัยเรียน แต่สีส้มขับความแรงได้ไม่ต่างจากชุดแรก เพิ่มความน่าสนใจด้วยผ้าพันคอสีโทนร้อนกับเข็มขัดสีโทนเย็นให้เกิดการ Contrast หนัก ๆ แล้วมันก็จะเกิดความโดดเด่นของตัวเสื้อผ้าขึ้นมา

 

ถึงเวลาที่ Buddy เราจะสรุปว่าเราทำโจทย์ได้ตามที่ชีต้องการหรือเปล่า

 

"หนู ชอบมากค่ะ ดูมีคลาสและสวยมาก ๆ แบบนี้เลยที่ต้องการ" อาจารย์ก็ชมบอกว่า "อาจารย์ชอบนะ เราเป็นคนที่มีการใช้สีดีมาก มันดูแรง แต่แอบหรูและมีคลาสในตัวมันเอง เรานี่มีแววจะเป็น Personal Shopper ที่เก่งได้นะเพราะว่าอ่านใจลูกค้าได้ดีมาก"

 

ไอ้เราก็แอบยิ้ม เอ้อ! แฟชั่นมันก็สนุกดีเหมือนกันนะ หรือว่ามันอยู่ในสายเลือดเรามาตั้งแต่แรกแล้ววะ ^^

 

Poonsanova Van Der Woodsen - 29/01/2553

Views: 663

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

© 2009-2022   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service