วังค์มืด รื่นหลั่งเร้น สรรค์สร้างเฟ้น แต้มแต่งรัชนี…


 

ค่ำคืนเวิ้งว้างร้างเปลี่ยว

เสี้ยวจันทราฉายแสงนวลล้วนสุวรรณ ผันทอดลอดผ่านไพรพนา  

วารีไหลเหียนเวียนเอื่อย เผยริ้วพราวเทือนทบผืนธาตรี

สีเสียดซึมรากเหง้าเถาไม้ ไชชอนเซาะดงพฤกษา  

คลาคล่ำพรำหยาดน้ำค้าง พลางย้อยหยดเยื้องเบื้องนที

คลอนพ้องต้องลมเยือก เฟื่องแผ่วฟุ้งคลุ้งระโชยโปรยพลิ้วลิ่วไสว  

ใคร่เหลียวน้อมล้อมรับแลสดับ ขับขังตนจำนนเสียงเพรียกเงียบคล้อย

ร้อยบรรเลงเปล่งทำนอง คล้องล่วงท่วงอารมณ์  

ตรมจิตฤทธิ์ตรอมสังหรณ์หลอนในทรวง ลวงเร้าเฝ้าฝังปวง

บ่วงทางหวังบังบด กดจมลึกบึ้งระทม….

 

 

 

มันแฝงกายซ่อนเร้นอำพรางตน ก้นห้วงจิตปลิดนิ่งพิงสงบ  

ซบสันโดษโปรดใต้ร่มเงามืดสะพรึง ขึงท่วงท่าสุขุมลุ่มลึกแลเกรงขาม  

ยามสมาธิยืนขืนแน่แน่วไม่ไหวติง ผิงแสงจันทร์ร่ายฟ้อนโชติช่วง  

สรวงส่องสบทบดวงเนตรเลศไอศูรย์ รุดรี่ปรี่ปราดสาดสะท้อน  

รอนประกายฉายแพรวแววนัยน์ตา ภาเพริศเลิศล้ำอำพันใสไร้ปรานี  

ชี้เห็นเย็นเยือก เกลือกเกร็งเพ่งพิศม่าน ผ่านผายเลิกเบิกกว้าง  

พลางจ้องส่องสัมผัสสัตว์ไหว ไขว่เคลื่อนเลือนชะตา ดาลเดือดเลือดกายา 

ทีท่วงท่ากร้าวท้าวพันตา ล่าเดชอากังขาพาหญาณ  

ปรารถนาหาแสวงสำแดงดับ สรรพวิถีคลี่อาสัญ  

พลันหมายปองลองลิ้มชิมชีวัน ครั้นเพลามาถึงพึงสมควร  

มวลกลิ่นสาปอาบเคล้าเร้ารัญจวน ชวนพริ้มถวิลหา

คลาคล่ำภาราคะกริ่มปริ่มปรีดา  

น้ำสอคาจะงอย คล้อยคลององุ้มโง้ง โยงยืดไคลไหลรด

หยดย้อยพลอยหยาดเยิ้มเคลิ้มยวนเย้า เร้ายั่วกลั้วโอษฐ์รสนา 

เหยื่อน้อยแสนโอชาคราถึงฆาตปลิดชีพวาย

 

 

กษ์เพลาคราปรากฏ ปล่อยปลดเปลื้องญาณ

พรานนักล่าคร่าประจักษ์ศักดิ์สำแดง  

ม่านหมอกแทรกแหวกหลืบ คืบคลานพาลปกคลุมสุมสรรพ  

เบื้องบนอิงอัมพร รอนคละคลุ้งฟุ้งเมฆาม่วงราคี ผลีพลั่งบังบดจรัสจันทร์

 

พลันเงาเทาทะมึนอึนมืดพรืดพวยพุ่ง มุ่งทะยานผาดเบียดเสียดแทรกแหวกพนาลี

คลี่ปีกหลีกสยายคลายแผ่เอนเบนลู่ลม ขนพรั่งพรมไกวไหวลิ่วปลิวสะบัด

อุ้งตีนแฝงกรงเล็บทรงตะของอโง้ง ประดุจราวใบมีดคมกริบ

โฉบรวดตัดผ่านแนวแขนงรุกข์ เสียงพุ่มใบพฤกษากวัดแกว่ง

ความตายส่งสัญญาณเพรียกหา ร่างโผนโจนเข้าตะครุบสังหารเหยื่ออย่างเกรี้ยวกราด

 

 

 


“สวมบทมัจจุราช หมายปลดเปลื้องมรณา ปรารถนาทวงคืนวิญญาณ พิฆาตผลาญชีวาดับไป”

 

 

              เหยื่อน้อยพลันแดดิ้นสิ้นพยศ ทุรนทุรายในเงื้อมมือเพชฌฆาต

เสียงครางครวญโหยหวนสุดแสบสันต์ กังวานกรีดก้องลึกลั่นล้นลำคอ

ทอนสำเนียงเปล่งเปลื้องเชื่องวาจา คราถึงปราณเหือดแห้งแร้งลมหวน มวลกายาชาด้านไร้สัมผัส

 

 

จิตสั่นไหวพรั่นพรึงคนึงหา

กาลเวลาแห่งสังขารใกล้หลุดพ้น

ความมืดมิดลางเลือนอย่างบรรจง

จรัสแสงเผยมโนสัจธรรม

สรรพสิ่งล้วนดับสูญวายชีวัน

ครั้นวิถีหลังความตายอุบัติขึ้น

Views: 423

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

© 2009-2021   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service