คิรินทร์ ทุมมานนท์ เมื่อความรู้ผ่านการดีไซน์

การผลักดันกิจกรรมขององค์กรกระตุกต่อมคิดทั้งหลาย ทำให้สังคมไทยในยุคหลังเริ่มคุ้นเคยกับรูปแบบการนำเสนอนิทรรศการและงานพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต มีส 

การให้ความสำคัญแก่กลวิธีการนำเสนอ รูปแบบการออกแบบ การใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่มารองรับผลงาน ล้วนแต่มีส่วนทำให้ "กระบวนการเรียนรู้" ของคนไทยในเรื่องต่างๆ เปลี่ยนแปลงไปในเชิงบวก เพราะหลายเรื่องที่เคยเป็นยาขม ยากแก่ความเข้าใจ ได้กลับกลายเป็นเรื่องใกล้ตัว มีเสน่ห์ น่าติดตาม และมีความเป็นมิตรมากยิ่งขึ้น 

นับตั้งแต่นิทรรศการลูกปัด จากการนำเสนอของ นพ.บัญชา พงษ์พานิช ที่เคยเป็นข่าวโด่งดัง เรื่อยมาจนถึงนิทรรศการล่าสุด "Xenomania ปรากฏการณ์อินเทรนด์ไม่เว้นวรรค" ของมิวเซียมสยาม หรือจากนิทรรศการธนบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทย จนถึงพิพิธภัณฑ์หลวงพ่อคูณ อ. ด่านขุนทด จ. นครราชสีมา และอีกนับไม่ถ้วน ฯลฯ วันนี้ คิรินทร์ ทุมมานนท์ อาร์ต ไดเร็คเตอร์ ของ บริษัท แปลน โมทิฟ จำกัด หนึ่งในบุคคลที่ทำงานเบื้องหลังผลงานเหล่านั้น บอกกล่าวว่า เขาผ่าน "จ๊อบ" ในลักษณะนี้มาแล้วไม่น้อยกว่า 50 งาน 

คิรินทร์ เรียกตัวเองว่าเป็น ดีไซเนอร์ทางด้านนิทรรศการ/พิพิธภัณฑ์ เพราะงานของเขาในวันนี้ เกี่ยวข้องกับการนำเนื้อหาความรู้ที่มีอยู่ในเรื่องต่างๆ มาผ่านกระบวนการความคิดสร้างสรรค์ทางศิลปะ เพื่อแปรเปลี่ยนให้เป็นรูปธรรมที่จับต้องได้ และสามารถถ่ายทอดเรื่องราวออกเป็นความรู้ที่เข้าใจได้เมื่อสัมผัส แน่นอนทีเดียวว่า เป็นงานยากท้าทายความสามารถ อย่างที่เจ้าตัวไม่เคยคาดหมายมาก่อน เพราะขอบเขตของงานทางด้านนี้ ถือเป็นของใหม่ในสังคมไทย 

แรกเริ่มเดิมที บัณฑิตหนุ่มจากมศว.ประสานมิตรคนนี้ เลือกเรียกวิชาเอก-วิชวลอาร์ต โท-การตลาด เพราะตั้งใจเดินเข้าสู่วงการโฆษณา เขาเริ่มงานที่ "แปลน กราฟิค" (ต่อมาย้ายมาอยู่ที่ "แปลน โมทิฟ") จนกระทั่งวันหนึ่งจากงานโฆษณาที่คุ้นเคย จู่ๆ มีลูกค้ารายหนึ่งของบริษัทที่ต้องการทำนิทรรศการขึ้นมา 

"เริ่มจากมีลูกค้าอยากทำ exhibition แรกๆ เป็นนิทรรศการหมุนเวียนชั่วคราว อาจโชว์แค่เดือนหนึ่ง ถ้าทำไม่ผิด เจ้าแรกคือธนาคารแห่งประเทศไทย ผมได้ทำ exhibition เล็กๆ เป็นเรื่องเกี่ยวกับธนบัตร นานมากแล้ว ตอนนั้นยังทำนิทรรศการไม่ค่อยเป็น" 

ชีวิตของคิรินทร์เปลี่ยนไป เพราะก้าวออกจากงานเดิมๆ ที่มีมิติเป็นเพียงหน้ากระดาษ มาเป็นงาน 3 มิติ 

"งานแบบนี้ มันต้องคิดรอบตัว เราเดินเข้าไป มีซ้ายขวา-หน้าหลัง-บนล่าง พอเริ่มทำ ก็รู้สึกสนุก ประกอบกับเริ่มมีงานมิวเซียมเข้ามา ก็ค่อยๆ เรียนรู้ ผมจบกราฟิคดีไซน์ แต่งานพวกนี้ต้องใช้ความรู้ด้านอาร์คิเทคเป็นพื้นฐาน เป็นปัญหาอยู่เหมือนกัน เพราะเราไม่ได้เรียนมาทางด้านนี้ ที่ผมมีปัญหามาก คือเรื่องวิศวกรรม ผมไม่ได้มีความรู้ด้านนี้เลย บางที ผมไปตัดเสาของเขา ทำให้อยู่ไม่ได้ ทำโครงสร้างตู้จัดแสดง แล้วมันอยู่ไม่ได้จริง มันจะล้ม..." 

คิรินทร์ ค้นพบจากธรรมชาติงานว่า ดีไซเนอร์อย่างเขาต้องอยู่ท่ามกลางทีมงานที่เต็มไปด้วยผู้สันทัดกรณี ต้องทำงานเป็น "ทีม" ทำคนเดียวไม่ได้ บางส่วนมาเป็นที่ปรึกษา อีกทั้งยังต้องมีการหมุนเวียนบุคลากร เพราะแต่ละจ๊อบ มีเนื้อหางานไม่เหมือนกัน 

"มันยาก คนเดียวทำไม่ได้ มันต้องเป็นทีม แล้วประกอบด้วยผู้เชี่ยวชาญแขนงต่างๆ ผมมีนักภูมิศาสตร์ พฤกษศาสตร์ ประวัติศาสตร์ โบราณคดี วิทยาศาสตร์ ทุกด้านต้องเข้ามาเกี่ยวข้อง ขึ้นอยู่กับจ๊อบนั้นเกี่ยวกับเรื่องอะไร" 

นอกจากนี้ ดีกรีความยากของงานยังเพิ่มขึ้นตลอดเวลา เมื่อมีงานใหม่เข้ามาในแต่ละครั้ง เพราะ คิรินทร์ ต้องหนีจากรอยเท้าเดิมๆ ที่เขาเคยทำมาก่อน เช่นเดียวกันกับการหนีจากแนวทางการสร้างสรรค์งานของเพื่อนๆ ในวงการเดียวกัน 




เมื่อถามว่าคนมาทำอาชีพนี้ ควรจะมีคุณสมบัติอย่างไร ? เจ้าตัวตอบทันทีว่า 

"(สิ่งที่) ควรจะมี ซึ่งผมไม่มี (หัวเราะ) อันหนึ่งต้องอ่านหนังสือเยอะ ผมไม่อ่านหนังสือ แต่ถ้าผมไม่รู้เรื่อง ผมจะทำดีไซน์ไม่ได้ ดังนั้น ทีมผมจะมีทีมหนึ่งที่ทำความเข้าใจในเรื่องนั้น แล้วเล่าให้ผมฟัง แล้วผมก็กลืน แล้วคิดออกมาว่าจะทำอย่างไร นี่เป็นข้อเสียอย่างหนึ่ง ถ้าทำให้ผมกลืนไม่ได้ ผมก็จะดีไซน์ไม่ได้" 

"คนออกแบบต้องเข้าใจเรื่องทั้งหมด ถึงจะออกแบบได้ ถ้าไม่เข้าใจ ออกแบไม่ได้เลยนะ อย่างลูกปัด ถ้าไม่เข้าใจเรื่องฟิสิกส์ เรื่องเคมี เรื่องความงาม ออกแบบไม่ได้ ทำให้ในทีมต้องมาแชร์ความรู้กัน" 

"นอกจากนี้ คนทำงานตรงนี้ ต้องเป็นคนที่ไม่มองอะไรเหมือนชาวบ้าน ซึ่งเป็นคนสมบัติของนักออกแบบอยู่แล้ว ต้องมองในมุมที่ต่างออกไป และยากกว่าศาสตร์ในเรื่องการออกแบบ คือต้องถ่ายทอดได้ด้วย" 

ดีไซเนอร์ด้านนิทรรศการ/พิพิธภัณฑ์ จึงต้องมีคุณสมบัติในการถ่ายทอดด้วย ทำอย่างไรให้คนที่มาชมเกิดความเข้าใจ และไม่รู้สึกเบื่อ ซึ่งตรงนี้ คิรินทร์ มองว่าเป็นเรื่องลีลาของแต่ละคน เหมือนคนสร้างหนังอย่างไรอย่างนั้น 

แล้วเคยแอบไปเช็คปฏิกิริยาผู้ชมบ้างหรือไม่ ? 

"เช็ค ! (ตอบเสียงหนักแน่น) อย่างพิพิธภัณฑ์สยาม ผมไปซุ่มดูว่าวัยรุ่นคิดอย่างไร ส่วนใหญ่ก็มีทั้งที่คาดคิดไว้ และไม่คาดคิด บางมุมเราหลุดไป บางมุมเราพูดแล้วเขาเข้าใจ จะเอาข้อมูลนี้ไปปรับปรุง อย่างเช่นเรื่องลูกปัด ผมออกแบบเกมที่เป็น interactive เป็นเกมสอนให้เด็กทำลูกปัดเอง ในเชิงเคมี ลูกปัด เกิดจากการเผาและใส่สารเคมีที่หลากหลาย พอทำขึ้นมา ถามตัวเองมันก็ยากนะ ต้องใส่ความร้อนเท่านั้นเท่านี้ คิดว่ายาก เด็กไม่สนใจ แต่ปรากฏว่าไม่เลย อย่างเราลองทำ 5 นาที ผมเจอเด็กคนหนึ่งใช้เวลา 17 วินาที เก็ทหมด เด็กอายุ 13-14 เล่นเกมนี้เสร็จในเวลาไม่ถึงนาที" 

เนื่องจากงานนิทรรศการ/พิพิธภัณฑ์ เกี่ยวข้องกับการใช้สื่อและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ คิรินทร์ เห็นว่าทุกวันนี้ยังมีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ให้เขาเรียนรู้อยู่ตลอดเวลา แต่ในเวลาเดียวกันก็ต้องรู้จักใช้งานให้คุ้มค่า เพราะแต่ละสิ่งอันล้วนแลกมาด้วยสนนราคาแพงทั้งสิ้น 

"การทำ exhibition หรือ museum มันมีคอนเซ็พท์ที่เป็นกรอบอยู่เหมือนกัน บางทีเราอยากใช้ของใหม่มาก แต่เนื้อเรื่องเราอาจจะไม่ need เลย มันก็ดูเหมือนเราไปตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ ไม่คุ้มค่าที่จะใช้" 

ทำงานมานานกว่า 10 ปี ผ่านงานนิทรรศการ/พิพิธภัณฑ์มานับไม่ถ้วน แต่สุดท้าย ดีไซเนอร์ผู้เนรมิตความรู้ให้เป็นชิ้นงานรูปธรรม ยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นว่า 

"ทุกวันนี้ ยังลองผิดลองถูกอยู่เลย การเรียนรู้ยังไม่จบสิ้น" 


 

--------------------

อาชีพ : ออกแบบนิทรรศการ/พิพิธภัณฑ์ 
รายได้ : N/A (ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการผลิต 50,000-80,000 บาทต่อตารางเมตร) 
องค์ความรู้ : พื้นฐานด้านการออกแบบ, ความคิดสร้างสรรค์ 
คุณสมบัติ : การมองมุมต่าง, ความสามารถในการถ่ายทอด, ความทุ่มเท 
จุดวัดสำเร็จ : ความสนุกและท้าทายในการทำงาน 




โดย: อนันต์ ลือประดิษฐ์
ที่มา: bangkokbiznews.com / 22 กรกฎาคม 2554

Views: 265

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service