As Man Eats Through His Forest: เราต่างถูกสร้างมาจาก ‘การบริโภค’

นิทรรศการ 'As Man Eats Through His Forest' เตือนสติให้ ‘มนุษย์เมือง’ กับการบริโภคที่ล้นเกิน 

“ระบบทุนนิยมได้สร้าง “ความต้องการ” ขึ้นมาโดยที่เราไม่รู้ตัว ความต้องการเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นนั่นก็เพราะว่าตัวระบบมีความต้องการให้มันเกิดขึ้น เราไม่ได้เกิดมาเพื่อความต้องการ แต่ความต้องการเป็นสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมาในสังคม เพื่อให้ระบบอยู่รอด มันจึงได้แปรสภาพให้เรากลายเป็นผู้บริโภค (ซ้ำร้ายไปกว่านั้นตัวระบบเองไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับปัจเจกเลย หากรู้แต่การหาหนทางรอดให้แก่ตัวเองโดยการกระตุ้นการบริโภคให้เกิดขึ้นเท่านั้น) ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ทุกสิ่งทุกอย่างสามารถแสดงออกผ่านการบริโภคได้หมด ไม่ว่าจะเป็นความรักชาติ ความจงรักภักดีต่อกษัตริย์ การต่อต้านลัทธิเหยียดผิว ฯลฯ” (นรชิต จิรสัทธรรม. Postmodern&Economics โพสต์โมเดิร์นกับเศรษฐศาสตร์ : บทวิพากษ์สมมติฐานความมีเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์. กรุงเทพ : วิภาษา,2553 น. 158) 


แม้กระทั่งกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (ด้วยความตื่นตระหนกต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติ) ที่ทำให้มนุษย์เมืองจำนวนมากหันมาบริโภคถุงผ้าในฐานะทางเลือก ซึ่งสุดท้ายถุงผ้าก็ “ไม่ช่วยให้เราลดละเลิกพฤติกรรมบริโภค ตรงกันข้ามกลับกลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกระตุ้นการบริโภค” (ประชา สุวีรานนท์. “ถุงผ้า : เมื่อทางเลือกไม่ใช่ทางรอด”.ดีไซน์+คัลเจอร์ 3) 


“Jean Baudrillard มองว่าปัญหาสำหรับโลกทุนนิยมปัจจุบันไม่ได้อยู่ที่การทำกำไรสูงสุด หากแต่เป็นเรื่องของผลิตภาพที่ไร้ขอบเขตจำกัด (unlimited productivity) อันเกิดจากความก้าวหน้าของพลังการผลิต (productive force) และความต้องการที่จะกำจัด (dispose) ผลผลิตนั้นออกไปต่างหาก ดังนั้นตัวระบบทุนเองจึงจำเป็นต้องปลุกปั่นความต้องการให้แก่เราเพื่อกำจัดสินค้าที่ล้นเหลือนั้นออกไปเสีย” คำอธิบายเกี่ยวกับภาวะล้นเกิน (Overproduction) ซึ่งเคยอ่านพบในหนังสือ “Postmodern&Economics โพสต์โมเดิร์นกับเศรษฐศาสตร์ : บทวิพากษ์สมมติฐานความมีเหตุผลทางเศรษฐศาสตร์” ของ นรชิต จิรสัทธรรม ปรากฏขึ้นในมโนสำนึกของผู้เขียนอย่างกระทันหัน เพียงวินาทีแรกที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับผลงานจาก 3 ศิลปิน เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล (ไทย) Franco Angeloni (อิตาลี) และ Moritz Ebinger (สวิสเซอร์แลนด์) ซึ่งถูกนำมาเรียงร้อยภายใต้ชื่อนิทรรศการ “As Man Eats Through His Forest” โดยฝีมือการประสานงานของภัณฑารักษ์สาว(Curator) นิกันติ์ วะสีนนท์ 


ผู้เขียนพยายามหาสาเหตุของสิ่งที่อาจจะไม่เป็นเหตุเป็นผลในมโนสำนึก จนได้พบกับคำตอบ (แบบคิดเองเออเอง) ว่า นั่นอาจเป็นเพราะนิทรรศการศิลปะชุดนี้ช่วยเตือนสติให้ ‘มนุษย์เมือง’ ที่ดำรงชีวิตในขั้นทุติยภูมิ (ไม่ได้ลงมือผลิตทรัพยากรอาหารด้วยตนเอง) รับรู้ว่า สุดท้ายเราทุกคนก็ล้วนเป็นหนึ่งใน “ผู้บริโภค” ซึ่งมีส่วนร่วมต่อการทำลายชีวิต “เพื่อกำจัดสินค้าที่ล้นเหลือออกไป” เช่นเดียวกัน 

 
ผลงานจาก Franco Angeloni 
--------------------



โกงกาง กระดาษ และเทคโนโลยีสีเขียว 
ขณะที่มนุษย์เมืองจำนวนหนึ่งพยายามต่อต้านการบริโภคใน ‘ภาวะล้นเกิน’ ที่ไม่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยแสร้งดำรงตนบน ‘ทางเลือก’ เพื่อปฏิเสธการมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการทำลายชีวิต แต่ผลงานศิลปะของ Franco Angeloni ศิลปินชาวอิตาลี กลับเผยให้เห็นถึง ‘วิถีชีวิตประจำวัน’ ของสังคมเมืองที่ดำรงอยู่ได้ด้วยการสร้างสรรค์และทำลายในขณะเดียวกัน 


ก้อนกระดาษที่ถูกขยำแล้วแขวนลอยอยู่เกือบกึ่งกลางห้องจัดแสดง พร้อมด้วยข้อความ “The Wrong Drawing” สะท้อนให้เห็นถึงคู่ขนานของพฤติกรรมมนุษย์ ในเรื่องของการสร้างสรรค์และทำลาย ขณะที่ถ่านไม้โกงกางซึ่งถูกจัดวางแนวนอนรองหนุนหัวท้ายด้วยกระดาษที่ถูกขยำ 2 ก้อน ภายใต้ชื่อผลงานว่า “Bridge” เปรียบเสมือนสะพานที่เชื่อมโยงให้เห็นถึงต้นทุนจากกระบวนการการผลิตที่อยู่ในวัสดุเหลือใช้อย่างกระดาษ 


กระดาษที่ถูกพับจนยับย่นไร้รูปทรง จารึกข้อความ “Monument to a Rotaring Nature” ซึ่งถูกหมุนด้วยพลังงานของมอเตอร์ไฟฟ้า และกล่องบรรจุกระดาษขนาด A4 ที่ถูกวางตั้งเรียงซ้อนกัน ก็สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้ ‘เทคโนโลยีหมุนเวียน’ หรือ ‘เทคโนโลยีสีเขียว’ มาเป็นคำตอบในการจัดการกับทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งสุดท้ายก็วนอยู่บน ‘กับดักพลังงาน’ ที่ต้องจ่ายให้กับการสร้างแบรนด์ ‘ทางเลือก’ 


ความน่าสนใจจากผลงานของ Franco Angeloni ก็คือ การที่เขาเลือกที่จะนำเสนอเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งที่เรียกว่า ‘สร้างสรรค์และทำลาย’ ผ่านการบริโภคซึ่งดำรงอยู่ควบคู่กันในสังคมเมือง โดยไม่ได้ชี้นำหรือตัดสิน ‘ผิด-ถูก ชั่ว-ดี’ ตามมาตรฐานของ ‘จริตชน’ ที่นิยมปฏิบัติสืบทอดต่อกันมา 

 
ผลงานเรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล 
----------------------------


GOLEM การประกอบสร้างมนุษย์จากเศษซากชีวิต 
ด้าน เรืองศักดิ์ อนุวัตรวิมล ศิลปินสายเลือดไทย เลือกที่จะนำเสนอส่วนหนึ่งของโครงการ (project) ระยะยาว (ในช่วง 3 ปี จากระยะเวลา 5 ปี) ในชื่อ “GOLEM” ทั้งในส่วนที่เป็นภาพร่างลายเส้นศีรษะของมนุษย์ ภาพร่างลายเส้นของหญิงสาวเต็มตัว (figure) ในท่านั่ง ซึ่งถูกเขียนขึ้นจากขี้เถ้า งูเหลือม, ปลาดูด, ปูแมงมุม, หอยสังข์, ยุง, แมลงสาป, สุนัขรอทไวเลอร์, หนูท่อ, แมวบ้าน, หมู, หมี, ช้าง, เฮมลอค และไม้มะค่า ลงบนแผ่นกระดาษที่มีลักษณะยับย่น ซึ่งในส่วนภาพร่างของหญิงสาวในนาม GOLEM นั้นถูกแปะไว้บนแผ่นใสที่สว่างไสวด้วยแสงไฟจากหลอดนีออน จนทำให้นึกย้อนไปถึงยุค ‘แสงสว่างแห่งปัญญา’ (Enlightenment) ที่มาพร้อมกับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ 


นอกจากนี้ศิลปินยังได้นำเสนอชิ้นส่วนจำลองของ กระดูกขากรรไกรส่วนล่าง (Mandible) ของมนุษย์ซึ่งทำขึ้นจากขี้เถ้าของ หนูท่อจากนอร์เวย์ ชิ้นส่วนจำลองของฟันที่ทำขึ้นจากขี้เถ้าของ ปลาดาวทะเล, ปลาซัคเกอร์, ปูแมงมุม, หอยสังข์หนามยักษ์, ไม้โกงกาง, แมงดาหางเหลี่ยม, ช้าง, หมู, ปลากระเบน, ยุงลาย, นกพิราบ, แมลงสาป, ไม้มะค่าโมง, ต้นเฮมลอค (hemlock), หมีคน และแมวไทย พร้อมภาพร่างลายเส้นอธิบายส่วนประกอบ รวมไปถึงชิ้นส่วนจำลองของลิ้นและหัวใจที่ทำจากขี้เถ้างูเหลือม ตลอดจน ‘ผงขี้เถ้าจากซากสัตว์’ ที่ถูกบรรจุไว้ในกระป๋องพลาสติกใส ซึ่งในท้ายที่สุดศิลปินจะนำชิ้นส่วนของอวัยวะจำลองเหล่านี้ไปประกอบสร้างเป็น 'มนุษย์ขั้นสมบูรณ์' 


สำหรับผู้เขียน ผลงานของเรืองศักดิ์กระตุ้นให้นึกถึงแหล่งที่มาของตัวตน (Sources of self) ของมนุษย์ ทั้งในทางชีววิทยา และเศรษฐศาสตร์ซึ่งสัมพันธ์กับ ‘การบริโภค’ ที่ทำให้ ‘มนุษย์’ นั้นกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่ ‘ประกอบสร้างตนเอง’ มาจากการทำลายชีวิตอื่นๆ อีกนับไม่ถ้วน ทั้งทางตรงและทางอ้อม 


ยิ่งได้ฟังเรื่องเล่าจากภัณฑารักษ์ประจำนิทรรศการ เกี่ยวกับโรงงานซึ่งปล่อยน้ำเสียลงในลำคลองจนเป็นเหตุให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก (ซึ่งต่อมาซากปลาเหล่านั้นได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงานของเรืองศักดิ์) ยิ่งทำให้ผู้เขียนสำนึกได้ว่าคงไม่มีมนุษย์คนใดที่เติบโตขึ้นมาได้โดยปราศจากการบริโภคชีวิตอื่นๆ เพียงแต่ที่ผ่านมาระบบที่มี ‘เงิน’ เป็นตัวกลาง ได้สร้างระยะห่างจนทำให้ ‘มนุษย์เมือง’ หลงลืมวิถีการ ‘จ้างทำลาย’ แล้วมองเห็นเพียงความสว่างไสวของ ‘การสร้างสรรค์’ 

 
ผลงานจาก Moritz Ebinger 
----------------------



‘ทอง’ เรื่องเล่าของความดื่มด่ำกับเลือดเนื้อ 
สำหรับผลงาน “Gold digger digs towards the golden Buddha” ของ Moritz Ebinger ศิลปินชาวสวิส ผู้เขียนมีความเห็นว่า สาเหตุที่ศิลปินตั้งใจนำเสนอข้อมูลทั้งในเรื่องการคิดค้นสิ่งประดิษฐ์และวิธีการทำเหมืองทอง ค่าแรงของคนงานในเหมือง และคุณค่าของทองคำในเชิงเศรษฐกิจ ทั้งในยุโรป อเมริกา และแอฟริกา ประกอบกับภาพลายเส้นคล้ายลายแทงสมบัติที่ดูวกวน ซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยสีเขียวในหลายจุด อาจสื่อให้เห็นถึงแรงปรารถนาจาก ‘มูลค่าสมมติ’ ที่ผลักดันให้มนุษย์พยายามขุดลึก และเดินทางไปในความซับซ้อนของธรรมชาติ แต่สุดท้าย ‘มูลค่าสมมติ’ ของ ‘แร่ธาตุ’ ก็กลับกลายเป็นต้นเหตุของการกดขี่ ทำลายล้างอย่างไม่สิ้นสุด 


ถัดมาในส่วนกลางของผนัง ศิลปินใช้การเชื่อมโยงเรื่องราวด้วยสีทองที่ถูกวาดเป็นเส้นโค้งต่อเนื่องทางด้านบน ส่วนด้านล่างเป็นภาพของคนสวมหมวกที่กำเหรียญทองไว้ในมือ ซึ่งผู้เขียนมีความเห็นว่าในส่วนนี้ศิลปินอาจต้องการบอกเล่าถึงการ ‘แปรรูป’ ทองคำ ให้กลายเป็นสิ่ง ‘รูปธรรม’ ในการแลกเปลี่ยน ก่อนที่ศิลปินจะนำพาผู้ชมเข้าไปสัมผัสกับ ‘คุณค่า’ ของทองคำทางด้านจิตใจในสังคมไทย ด้วยภาพคล้ายจิตรกรรมฝาผนังของไทยซึ่งถูกแต่งแต้มด้วยสีทองที่ถูกแปะไว้ตรงกลางวงกลมสีแดงและน้ำเงิน (ลักษณะคล้ายเป้าสำหรับปาลูกดอก) ก่อนที่เรื่องราวเหล่านั้นจะถูกทำให้กระจัดกระจายและถูกดูดเข้าไปในห้วงของสีแดงและน้ำเงินที่ปะปนไปด้วยความสับสนเช่นเดียวกับต้นกำเนิด 


ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นเป็นเพียง 'ความคิดเห็น' ที่อาจจะอยู่ห่างไกลจากจุดเริ่มต้น (จิตสำนึกของศิลปิน) อย่างมากมาย แต่เพียงวินาทีแรกที่ได้สัมผัสกับผลงานจากทั้ง 3 ศิลปิน ผู้เขียนก็รับรู้ได้ถึง ‘การบริโภค’ ใน ‘ภาวะล้นเกิน’ ซึ่งทำให้มนุษย์กลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่สามารถ ‘สร้างสรรค์และทำลาย’ ได้ในขณะเดียวกัน 




โดย: ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร 
ที่มา: bangkokbiznews.com / 26 พฤษภาคม 2554

Views: 24

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service