
ถึงวันแห่งความรักอีกครั้งหนึ่งแล้ว ไม่ว่าจะมีคู่หรือยัง “อยู่คนเดียว” ตามแบบเพลงของพี่เบิร์ด ธงไชย แต่ถ้าคุณเดินไปไหนในช่วงนี้ ก็คงจะได้เห็นดอกกุหลาบพร้อมใจกันบานสะพรั่งทุกมุมเมือง ไม่เว้นแม้กระทั่งโรงหนัง ที่ก็ต้อนรับเทศกาลแห่งความรักด้วยหนังรักๆ เลิฟๆ กันจนล้นโรง
ที่ผมคิดว่าน่าสนใจมากๆ ก็คงต้องยกให้ Blue Valentine นั่นแหละครับ เพราะต่อให้ไม่นับรวมว่า ดาราสาวของเรื่องอย่าง “มิเชล วิลเลียมส์” ที่ได้เข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำแล้ว หนังเรื่องนี้ยังคว้ารางวัลมาพอสมควรจากการเดินสายไปฉายตามเทศกาลหนังต่างๆ เท่าๆ กับเสียงชมเสียงเชียร์ก็ดังมาจากทั่วสารทิศ
หนังที่ยื่นอุทธรณ์ต่อเรตติ้งจนได้เรตจาก NC-17 มาเป็นเรต R เรื่องนี้ เล่าถึงการพบรักและการฟันฝ่าเพื่อรักษารักเอาไว้ นำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตและปัจจุบัน เมื่อภาพความทรงจำที่แม้จะเลือนรางแต่ชัดเจนในความรู้สึก “ดีน” (ไรอัน กอสลิ่ง) และ “ซินดี้” (มิเชล วิลเลี่ยม) คู่สามี-ภรรยา พยายามกลับไปสัมผัสถึงความรู้สึกนั้นอีกครั้ง พวกเขาใช้เวลาหนึ่งคืนภายในห้องเพื่อรักษาชีวิตคู่ ขณะเดียวกันก็นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในอดีต เมื่อครั้งที่ทั้งสองตกหลุมรักกันและชีวิตยังเปี่ยมไปด้วยความหวัง
“หนังเรื่องนี้พูดถึงความแตกต่างของ ผู้ชาย/ผู้หญิง ความรัก/ความชัง แสงสว่าง/ความมืด นี่คือชีวิตสองด้านที่ผมต้องการสื่อ” เดเร็ค เซียนฟรานส์ ผู้กำกับเจ้าของผลงาน บอก
“ผมต้องการให้หนังเป็นเหมือนความทรงจำ อดีตที่เป็นเหมือนความทรงจำระยะยาว และปัจจุบันที่เป็นความทรงจำระยะสั้น ผมรู้สึกทึ่งกับประสบการณ์ของแต่ละคน มันสามารถทั้งขยายหรือหดได้ ช่วงเวลาปรกติสามารถถูกทำให้จดจำและกลายเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ในขณะเดียวกันเวลาก็อาจไหลทะลุผ่านคุณไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับที่ผมใช้เวลาขับรถ 20 นาทีแต่รู้สึกเหมือนผ่านไปแค่ 20 วินาที ผมสงสัยว่าเวลานั้นหายไปไหนหมด ผมต้องการสื่อถึงความทรงจำที่ทั้งขยายตัวและถูกบีบอัดในภาพยนตร์เรื่องนี้”
แต่ในขณะที่ Blue Valentine ดูจะตั้งชื่อได้เหมาะสมและไปกันได้กับเทศกาลช่วงนี้เหลือเกิน นั่นก็ไม่ได้หมายความว่า หนังอย่าง No Strings Attached จะสมควรถูกมองข้าม เพราะถ้าคุณไม่ได้ชอบอะไรที่มันหนักอึ้งตรึงตรามาก หนังโรแมนติก-คอเมดี้ เรื่องนี้ น่าจะทำให้คุณหลงรักได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หนังมีดีที่นักแสดงนำหญิงยอดเยี่ยมจากลูกโลกทองคำปีล่าสุด “นาตาลี พอร์ตแมน” (ชนะดาราหญิงของ Blue Valentine ด้วย) ใครชอบหนังรักๆ ใคร่ๆ เบาสมอง เลือกเรื่องนี้น่าจะถูกจริตสุด
ส่วนเรื่องสุดท้ายที่ถ้าใครเป็นสาวกตัวหนังสือของ “ฮารูกิ มูราคามิ” ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงก็คือ Norwegian Wood ที่สร้างมาจากหนังสือชื่อเดียวกัน (มีแปลเป็นไทยในชื่อว่า “ด้วยรัก ความตาย และหัวใจสลาย) น่าเสียดายหน่อยก็ตรงที่หนังเข้าฉายแบบจำกัดโรงเฉพาะที่ลิโด้เท่านั้น
โดย: อภินันท์ บุญเรืองพะเนา ที่มา:
ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ / 11 กุมภาพันธ์ 2554