มหกรรม ไลฟ์ อิน แบงก์ค็อก !

 

เริ่มจากความสงสัยที่ว่า ทำไมปีนี้คอนเสิร์ตนอกจึงชุกชุม ตั้งแต่อีริค แคลปตัน , ดิ อีเกิลส์ ไปถึงรุ่นเล็กอย่างกรีนเดย์ และ เลดี้ กาก้า 

แม้แฟนพันธุ์แท้ของ อีริค แคลปตัน จะรู้มานานแล้วว่า "slowhandclap" เคยใช้กีตาร์เฟนเดอร์รุ่น "บราวนีย์" แต่งเพลง layla จีบ แพ็ตตี้ ภรรยาของ จอร์จ แฮริสัน แต่ไม่มีใครไม่อยากฟังเพลงนี้อีก...เหมือนที่สาวกแท้ๆ ของดิ อีเกิลส์ (The Eagles) ก็รู้ดีว่า นัยยะที่ซ่อนเร้นของชื่อชุด hotel california (1976) นั้น ไม่ใช่ "โรงแรม" ทว่า แม้เวลาจะผ่านมาเกือบกว่า 30 ปีแล้ว ทุกคนที่รัก 5 พญาอินทรี ก็ยังอยากจะดูโชว์ของเขาอีก นับตั้งแต่คอนเสิร์ตครั้งแรกของเขาในบ้านเราเมื่อปี 2004 

ความที่ว่านี้ อธิบายได้จากยอดขายตั๋วและทอล์คออฟเดอะทาวน์ในสังคมโซเชียลมีเดีย ที่ยิ่งเมื่อใกล้เดือนกุมภาพันธ์เท่าใด กระแสคอนเสิร์ตก็ถูกพูดถึงถี่ขึ้น ซึ่งไม่ได้หมายความว่าจะมีแค่ แคลปตัน และ ดิ อีเกิลส์ เพราะซานตาน่า (Santana )ก็ดีสกอร์เปี้ยน (Scorpion) ก็ดี ไล่เรื่อยไปถึง มารูน ไฟว์ (maroon 5) กรีนเดย์(greenday) เมทัลลิก้า (mettaliga) อีกหลายศิลปิน (ที่มีข่าวจริงบ้าง ลือบ้าง) โดยเฉพาะที่กำลังดีลกันอยู่อย่างเลดี้ กาก้า (lady gaga) กลายเป็นลิสต์ที่ถูกประกาศออกมาว่า คนไทยจะได้ดู live ของเขาในบ้านเรา ปีนี้ 

นั่นเป็นเรื่องของโชว์แต่น่าสนใจว่า หลังจากบางปีมาบ้าง หายไปบ้าง ตอนนี้ เกิดอะไรขึ้นกับวัฒนธรรม "คอนเสิร์ตนอก" ที่ม้วนตัวและโถมตัวในปีนี้ ? 

"จริงๆ การที่ปีไหนมีคอนเสิร์ตเยอะนี่ ไม่ได้เกี่ยวกับเศรษฐกิจ แต่เกี่ยวกับจังหวะมันพอดีที่ศิลปินเขาออกทัวร์ เพราะเป็นช่วงหลังปีใหม่พอดี การทัวร์ของหลายคนจึงเริ่มต้นขึ้น" รักษิต รักการดี ผู้อำนวยการฝ่ายจัดคอนเสิร์ตฯ ของบีอีซี เทโรให้สัมภาษณ์กับ "จุดประกาย" 

"แต่เวลามีคนสงสัยว่าแล้วทำไมบางปีไม่ได้มีโชว์มากนั้น เป็นเพราะว่าศิลปินคนนั้นหรือพวกเขาไม่มีทัวร์ บางปีก็อาจจะไม่เยอะ ของบีอีซี เทโรเราเอง แต่ละปีก็พยายามจะจัดให้มีประมาณ 12 โชว์ เยอะสุด 16 โชว์ก็เคยจัดมาแล้ว แต่ไม่จริงนะครับที่มีคนตั้งข้อสังเกตว่า คอนเสิร์ตมากน้อยนั้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจ แต่มันเกี่ยวกับการมีโปรแกรมทัวร์ของศิลปิน" 

เป็นสำนักเบอร์หนึ่งในการจัดคอนเสิร์ต ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน น่าสงสัยว่าวิธีคิดในการทำงานกับคนดูของบ้านเรา มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ? 

"ผมคิดว่าอย่างแรก ราคาตั๋วเราต้องไม่แพง จะเห็นว่าค่าตั๋วของคอนเสิร์ตที่เราจัดนั้น เราพยายามทำให้คนไทยดูได้ หมายความว่าเรามีราคาตั้งแต่พันกว่าบาทไปจนถึงราคาสูงๆ ให้คนเลือก คุณทราบมั้ยว่าอย่างของ แคลปตัน นั้นในอเมริกา ราคาต่ำสุด 7,000 กว่าบาท ไปจนถึงราคา 35,000 บาท ผมคิดว่าการทำคอนเสิร์ตนั้น ราคาตั๋วต้องไม่แพง และขอบอกว่ามันจะมีประโยชน์อะไรครับ ถ้าทำคอนเสิร์ตดีๆ แล้วไม่มีคนดู ถ้าคอนเสิร์ตดีๆ คนควรจะได้ดูจริงไหม" 

รักษิต ยอมรับว่า ปัจจัยสำคัญมากที่สุดปัจจัยหนึ่งในการจัดโชว์ก็คือ พันธมิตรที่เป็นสปอนเซอร์ เพราะถ้าไม่มีสปอนเซอร์ การจัดงานแบบนี้เกิดขึ้นไม่ได้ เนื่องจากต้องไปคิดที่ค่าตั๋วแพงๆ เท่านั้น 

"บ้านเราไม่เหมือนเมืองนอกนะครับ ของต่างชาตินี่เขาอยู่ได้จากราคาตั๋วแพง แต่วิธีนี้ใช้กับบ้านเราไม่ได้ ฉะนั้น การทำให้สปอนเซอร์เข้าใจร่วมกันไปกับเรา เป็นสิ่งที่สำคัญและเราก็โชคดีที่สปอนเซอร์ต่างๆ เข้าใจและช่วยกัน" 

การจัดคอนเสิร์ตคงไม่ใช่แค่โยนเงินและเรียกศิลปินมา นั่นหมายความว่า "วิธีคิด" ในการเลือกศิลปิน น่าจะมีความสำคัญด้วย คำถามนี้ เขาแจกแจงว่าทางบริษัทมีนโยบายแต่ละปีอยู่แล้วว่า จะจัดคอนเสิร์ตอะไรบ้าง ทั้งระดับตำนาน ทั้งคอนเสิร์ตวัยรุ่น และคอนเสิร์ตแจ๊ส รวมไปถึงคลาสสิค 

"แต่หลักๆ คอนเสิร์ตพวก classical หรือ jazz ไม่ใช่โชว์ที่จัดมากมายของเรา ไม่ใช่ไม่ดีนะ อย่างตั๋วของแจ๊สหมดตลอดทุกครั้ง เพราะว่าเขาก็มีตลาดของเขา เพียงแต่ว่าตัวศิลปินแจ๊สเองก็ไม่ได้มีทัวร์บ่อยๆ แต่แน่นอนว่าทางป๊อปร็อคอะไรนั้น มีตลาดที่กว้างกว่า" 

บีอีซี เทโรจัดคอนเสิร์ตนอกมาหลายครั้ง และได้ศิลปินระดับตำนานมาหลายชื่อ แต่เมื่อ "จุดประกาย" ลองใช้โซเชียลมีเดียถามผู้อ่านว่าอยากดูคอนเสิร์ตของใครบ้าง ชื่อของยูทูแลเลดี้ กาก้า ก็เป็นชื่อแรกๆ แต่นักวิจารณ์บางคนบอกว่าสำหรับยูทู น่าจะเป็นไปไม่ได้ 

"ผมอยากจะบอกแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม ยังมีโอกาสเสมอ เราต้องพูดแบบนี้เพราะว่ามันเป็นไปได้หมดขอเพียงวิธีการจัดการ มันได้ อย่างยูทูมันก็คงไม่ง่ายเพราะว่าโชว์เขาแพงมาก คุณเคยดูคอนเสิร์ตเขามั้ย สเตจมันสุดยอด โปรดักชั่นไม่ธรรมดาเลย และลองคิดแค่ว่าแค่ค่าขนของก็เท่าไหร่แล้ว ถ้ามาก็ต้องจัดกันแบบหลายๆ ประเทศ ไม่ใช่มาประเทศเดียว ซึ่งการจัดคอนเสิร์ตก็เป็นแบบนี้ ต้องมาทัวร์หลายๆ ประเทศ" 

เขาเล่าว่า เท่าที่ผ่านมา คอนเสิร์ตที่จัดแล้วประทับใจมีหลายโชว์ แต่ถ้าเลือกที่ชอบ ลิงคินพาร์คกลางแจ้งก็เป็นโชว์หนึ่ง ขณะเดียวกันโชว์ของ ทอม โจนส์ ซึ่งเป็นรุ่นพ่อก็น่าจดจำมาก 

"ทอม โจนส์ เขายังบอกเลยว่าเขาเองก็ประทับใจคนดูชาวไทย และไม่คิดว่าวัฒนธรรมการดูของบ้านเราจะมีแบบโยนกางเกงในหรือยกทรงขึ้นไปบนเวที ซึ่งเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องธรรมดาของการดูคอนเสิร์ตของเขา แต่มันก็สิ่งที่ผมได้เรียนรู้เหมือนกันว่า การจัดคอนเสิร์ตกลางวันไม่เหมาะ ยังไงคอนเสิร์ตบ้านเราก็ควรเป็นกลางคืน ตอนลิงคินพาร์ค เราลองคิดแบบต่างชาติอย่างออสเตรเลียหรือญี่ปุ่น คอนเสิร์ตเขามีจัดกลางวัน แต่ผมรู้แล้วว่าบ้านเรากลางคืนดีกว่า.." 

รักษิต ทิ้งท้ายว่า อยากให้คนดูที่ตั้งใจดูคอนเสิร์ต สามารถซื้อตั๋วได้เลย เพราะมีตั๋วในมือแล้ว ถ้ามีเหตุไม่ได้ดู ยังสามารถแจ้งไปที่เจ้าหน้าที่และจะได้รับเงินคืน 100 เปอร์เซ็นต์ เพราะหลายคนเมื่อคิดจะไปซื้อตั๋ว ก็มักจะพบว่าบัตรถูกขายเกลี้ยงแล้ว 

"ในอนาคตเรายังคงจะมีโชว์ดีๆ และโชว์ที่เป็นตำนานมาอีก เพราะศิลปินที่เคยมาก็แฮปปี้ในการเล่นในบ้านเรา" 



"ของดี" ในคอนเสิร์ตนอก 


คนทำงานศิลปะ หรือดนตรีกับศิลปินนั้น เมื่อมาโชว์ในบ้านเรา น่าสงสัยว่า คนไทยที่ชอบดูคอนเสิร์ตนั้น ได้อะไรจากการดูคอนเสิร์ตนอก ? 


วิรัตน์ โตอารีย์มิตร นักวิจารณ์ดนตรีชื่อดัง ซึ่งมีงานเขียน "ชุก" คนหนึ่งของบ้านเรา บอกว่า.. 

"อย่าง อีริค แคลปตัน กับ ดิ อีเกิลส์ ก็ง่ายๆ เลย คนไปดูความเป็น legend คือแค่ไปดูพวกเขาเล่นก็มีความสุขแล้ว เพราะว่าเราก็ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะไม่เล่นอีก หรือว่าไม่ใช่อยู่ๆ เกิดมีใครเป็นอะไรขึ้นมา อย่าง เดอะโรลลิ่ง สโตนส์นี่ ทุกวันนี้เวลาเล่นที บัตรแพงมากและตั๋วก็หมดด้วย เพราะว่าทุกคนอยากดูความเป็นตำนาน" 

เจ้าของร้านหนังสือ booktopia ที่อุทัยธานี บอกว่าวัฒนธรรมคอนเสิร์ตนั้น ถ้าเป็นบางศิลปินก็อาจมีบ้างที่ไปดูอย่างอื่นๆ 

"แต่อย่างไปดูนิ้วโซโล่อะไรนั้น ไม่เห็นหรอก อย่างของ แคลปตัน แบ็คอัพของเขาทุกครั้งจะเป็นพวกเจ๋งๆ เป็นพวก studio musician คือพวกนี้ไปดูก็จะได้อะไรเพราะเขาเก่ง พวก แคลปตัน หรืออีเกิลส์ ความเป็นตำนานมันขายได้ เพราะว่าพวกเขาไม่ใช่ศิลปินในกระแสตั้งนานแล้ว งานสตูดิโอก็ไม่ได้ผลิตมาพักใหญ่ แต่ก็มีเหมือนว่า บางทีอย่าง เลดเซพลิน พอเขาเล่นคอนเสิร์ตและเอาลูกชายของมือกลองมาตี คนก็แห่ไปดูกัน เพราะเขาก็อยากจะรู้ว่า มันจะเป็นอย่างไร" 

หลายคนบอกว่าอยากดูยูทู บางคนอยากดูเลดี้ กาก้า แต่สำหรับ วิรัตน์ เขามีวงศิลปินตำนานที่อยากดูเหมือนกัน 

"ผมอยากดูเดอะโรลลิ่งสโตนส์ เกือบจะเคยได้ดูแล้ว แต่ตอนนั้นก็ยกเลิกในบ้านเรา ทำไมถึงอยากดูวงนี้ แค่คิดว่าการที่พวกเขาอยู่กันมายาวนานขนาดนี้ มันก็น่ามหัศจรรย์แล้ว และอยากไปดูด้วยว่า เดวิด โบวีย์นั้น จะยังเต้นเก่งเหมือนสมัยก่อนหรือเปล่า โรลลิ่งสโตนส์นี่ ไม่ต้องไปดูอะไรมาก ไปดูแค่ความเป็นตำนานก็พอแล้ว.." 

นักวิจารณ์ดนตรีไปดูคอนเสิร์ตด้วยมุมมองหนึ่ง แต่ศิลปินไทยๆ ก็มีทัศนะอีกแบบหนึ่ง 

"เป้" อารักษ์ อมรศุภศิริ ซึ่งเพิ่งคว้ารางวัลนักร้องหน้าใหม่ของ คมชัดลึก อวอร์ด 2011 ให้สัมภาษณ์ "จุดประกาย" ว่า.. 

"ในฐานะที่เป็นนักดนตรี เวลาที่มีคอนเสิร์ตต่างประเทศเข้ามาในเมืองไทย ผมอยากที่จะดู โปรดักชั่น ดูซาวน์ ส่วนเรื่องเพลงฮิต หรือจะไปสนุกเต็มที่เราคงไม่ได้หวังขนาดนั้น เพราะในฐานะนักดนตรีการที่ได้เห็นศิลปินต่างประเทศมาเล่นสดๆ ในเมืองไทย ผมว่ามันเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ เหมือนเป็นหนังสือเล่มหนึ่ง ไปในแหล่งความรู้ที่เราสามารถสัมผัสได้เป็นอย่างดี ซึ่งปีนี้มีศิลปินหลายคนที่ผมอยากที่จะไปดู แต่ติดเรื่องของเวลาที่อาจจะไม่ลงตัวและไม่ได้ไปดู.." 


เขาพูดถึงโปรดักชั่นของการจัดคอนเสิร์ตนอก เรื่องแบบนี้ "ป๋าเต็ด" ยุทธนา บุญอ้อม ซึ่งมีประสบการณ์มากมายจากการจัดคอนเสิร์ต โดยเฉพาะ บิ๊กเมาเท่นทั้งสองครั้งที่เขาใหญ่ เสริมประเด็นนี้ว่า มันมีหลายแง่มุมในการไปดูคอนเสิร์ตนอก 


"อย่างง่ายๆ เลย หลายงานจัดที่อิมแพคฯ หลายคนท่านอาจจะไม่ทราบว่า สถานที่นั้นเป็นที่ปราบเซียนเรื่องการตั้งเสียง คนไทยบางคนไปเล่นยังบอกว่าตั้งเสียงยากมาก แต่เวลาไปดูโชว์นอกระดับตำนาน เราจะพบว่าเสียงของเขาไม่เพี้ยน และร้องไม่เพี้ยนด้วย เราก็ได้มุมศึกษาว่า เอ๊ะ เขามีวิธีในการจัดการกับมันอย่างไร เขาสร้างระบบหรือโปรดักชั่นแบบไหน เสียงของเขาจึงแม่นมาก อย่างที่สอง การทำงานระหว่างคนไทยส่วนหนึ่ง กับศิลปินหรือคนของเขา ผมมองว่านี่เป็นสิ่งที่เราจะได้รับวิธีการจัดการกับงาน และอีกอย่างหนึ่งที่ต้องขอชมก็คือ ขณะที่แม้แต่คนไทยบางคนยังร้องเสียงเพี้ยน แต่เวลาดูคอนเสิร์ตนอก performance ของเขาดีมาก" 


"ป๋าเต็ด" ชี้ว่า เมื่อดูโชว์จากนอกบ่อยๆ สิ่งที่เรียนรู้และสะสมตามไปด้วยคือ ความเป็นมืออาชีพ 

"ค่าตัวเขาอาจจะสูง การเรียกร้องบางอย่างเขาอาจจะมี แต่อย่าลืมว่าอย่างน้อยที่สุด กว่าตำนานอย่างพวกเขาจะก้าวขึ้นมาได้ เขาต้องผ่านการต่อสู้อย่างมากในอเมริกาหรือตลาดที่มีการแข็งขันเยอะๆ แต่เมื่อขึ้นเวที คุณจะไม่ค่อยพบกับความผิดหวัง เพราะว่าทุกอย่างมันแม่นและชัด เป็นความหมายของคำว่า professional อย่างสมบูรณ์ อีกอย่างการไปดูโชว์พวกนี้ มันไม่ใช่แค่ไปฟังเพลง แต่หมายถึงสนุกสนานไปกับคนดูด้วย" เขาตบท้ายว่า.. 

"..ตอนนี้ผมรอดู มาดอนน่า อยู่ คิดว่าถ้าไม่มีใครจัด ก็จะจัดเองซะเลย ดีมั้ย" (พูดพลางหัวเราะ) 

"ผมว่าถ้า มาดอนน่า มา คนดูจะเยอะมาก เพราะตลาดของเขาครอบคลุมคนทุกวัย หรือใครจะเถียง " 




โดย: นันทขว้าง สิรสุนทร 
ที่มา: bangkokbiznews.com / 21 มกราคม 2554

Views: 45

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service