จากเกมการต่อชิ้นส่วนที่เรียกว่า บริค (Brick) ซึ่งผลิตในนาม เลโก้ (Lego) สามารถก่อร่างสร้างสรรค์ขึ้นเป็นรูปทรงหลากหลายน่าอัศจรรย์
จากเกมการต่อชิ้นส่วนที่เรียกว่า บริค (Brick) ซึ่งผลิตในนาม เลโก้ (Lego) สามารถก่อร่างสร้างสรรค์ขึ้นเป็นรูปทรงหลากหลายน่าอัศจรรย์ แม้กระทั่งต่อเป็นฉากสำคัญของภาพยนตร์มหากาพย์สุดยิ่งใหญ่ของโลก สตาร์ วอร์ส (Star Wars) ที่หลายคนชื่นชอบและรู้จักดีทั้ง 6 ภาค
'กรุงเทพวันอาทิตย์' มีโอกาสคุยกับ คุณ พงศ์สิทธิ์ รัตนกรวิทย์ ซึ่งนำเลโก้มาต่อเป็นฉากต่อสู้บนดาว ฮอธ (Hoth) จากภาพยนตร์เรื่อง Star Wars Episode 5 : The Empire Strikes Back(พ.ศ.2523) ซึ่งมีประโยคอมตะที่ช็อคคอหนังเรื่องนี้ เมื่อดาร์ธ เวเดอร์ พูดกับ ลุค สกายวอล์คเกอร์ ว่า "I am your father" นั่นเอง ฉากในหนังที่คุณพงศ์สิทธิ์ต่อด้วยบริคเลโก้นี้เป็นฉากที่เกิดขึ้นหลังจาก ลุค สกายวอล์คเกอร์ หนีมาตั้งฐานทัพบนดาวฮอธ แต่ดาร์ธ เวเดอร์ก็ส่งหุ่นสอดแนมนับพันตัวออกไปในห้วงอวกาศ เมื่อค้นพบก็ส่งกองทัพมาโจมตี
“ฉากต่อสู้นี้เป็นฉากคลาสสิกที่คนจำได้ เป็นฉากการต่อสู้กันระหว่างพวกกบฎกับกองทัพจักรวรรดิบนดาวฮอธที่ปกคลุมไปด้วยหิมะและน้ำแข็งอุกกาบาตขาวโพลน หุ่นรบที่หลายคนจำภาพได้ดีคือตัวสี่ขาหรือ เอที-เอที วอล์คเกอร์ (All Terrain Armored Transport Walker) พาหนะหุ้มเกราะทางบกที่ใหญ่ที่สุดในกองทัพจักรวรรดิ" พงศ์สิทธ์กล่าว
คุณพงศ์สิทธิ์ ใช้ประสบการณ์การเล่นเลโก้ 26 ปี เนรมิตฉากดาวฮอธผ่านบริคเลโก้สีขาวนับหมื่นชิ้นบนพื้นที่ขนาด 1.2 x 4.6 เมตร พร้อมด้วยมินิฟิกเกอร์กองกำลังทหารของทั้งสองฝ่ายที่แอบต่อแบบใส่อารมณ์ไว้ในตัวหุ่น ซึ่งคุณพงศ์สิทธิ์บอกว่าเป็นความสนุกอย่างหนึ่งในการต่อบริค ที่ต้องมีแน่นอนคือหุ่นรบตัวเด่น เอที-เอที วอล์คเกอร์ ที่สามารถเคลื่อนไหวได้จริง พร้อมยานรบลำสำคัญที่เชื่อว่าต้องอยู่ในความทรงจำของบรรดาสาวกสตาร์วอร์
นั่นก็คือ มิลเลนเนียม ฟัลคอน (Millennium Falcon) ยานอวกาศทรงจานบินที่มีห้องควบคุมกรุกระจกใส เป็นยานประจำตัวของ 'ฮัน โซโล' แสดงโดยแฮร์ริสัน ฟอร์ด(ผู้สร้างตำนานหนังนักโบราณคดี 'อินเดียน่า โจนส์' ในยุคต่อมา) ยานลำนี้เป็นยานที่ ฮัน โซโล ใช้พาเจ้าหญิงเลอา หนีการตามล่าของยาน Star Destroyer ของฝ่ายจักรวรรดิ ทำให้อุปกรณ์เร่งความเร็วสู่ความเร็วแสงเสียหาย ต้องนำยานลงพักซ่อมแซมและทำให้เกิดเรื่องราวอื่นตามมา
ยานสำคัญอีกลำในฉากรบบนดาวฮอธคือ สโนว์สปีดเดอร์ (Snowspeeder) ที่ลุค สกายวอล์คเกอร์ นำทีมฝูงบินสโนว์สปีดเดอร์ต่อสู้กับเอที-เอที วอล์คเกอร์ โดยใช้ฉมวกแม่เหล็กและเคเบิลรวบขาเอที-เอทีให้ล้มลง ซึ่งคุณพงศ์สิทธิ์บอกว่าจะจำลองฉากนี้ไว้ด้วยเช่นกัน
ผู้หลงใหลการต่อเลโก้ คุณ เกษม ทรัพย์ไพศาล ประกอบอาชีพธุรกิจส่วนตัว นำบริคเลโก้มาต่อเป็นฉาก Podracer ที่อยู่ใน Star Wars Episode 1 : The Phantom Menace (พ.ศ.2542) ฉากนี้เกิดขึ้นในการถูกโจมตีระหว่างการหลบหนีของ 2 เจได คือ ไคว-กอน จินน์ (Qui-Gon Jinn) และโอบี-วัน เคโนบี (Obi-Wan Kenobi) จาร์ จาร์ บิงคส์ และราชินีแพดเม่ อมิดาล่า ทำให้พวกเขาต้องเอายานลงจอดบนดาวทะเลทรายทาทูอีนเพื่อทำการซ่อมแซม ระหว่างนั้นพวกเขาได้พบกับเด็กที่มีพรสวรรค์ทางด้านการเป็นนักบิน และการประดิษฐ์สิ่งจักรกลต่างๆ ที่ชื่อ 'อนาคิน สกาย วอล์คเกอร์' ซึ่งได้เข้าร่วมในการแข่งขัน Podracer เพื่อเอาชนะและสามารถได้อะไหล่ที่ต้องการเพื่อซ่อมแซมยานในการหลบหนี
ฉาก Podracer เป็นฉากไฮไลท์ที่มีชื่อเสียงมากของ The Phantom Menace แสดงให้เห็นความสามารถในการบินของ 'อนาคิน' ซึ่งเป็นตัวละครพิเศษที่มีบทบาทสำคัญใน Star was ภาคต่อๆ มา คุณเกษมจึงนำชุด Podracer ซึ่งเป็นชุดเดียวที่เลโก้ทำออกวางจำหน่ายในรอบ 10 ปี มาผสมผสานกับ Lego City ชุดรถไฟ 9 โวลท์ เพื่อทำให้เกิดความเคลื่อนไหวบนเนื้อที่จัดแสดงขนาด 3.50 x 1.20 เมตร
“ผมเริ่มจากการวางผังรางรถไฟซึ่งเป็นส่วนที่ยากที่สุด เพราะความน่าตื่นเต้นของฉากนี้ในหนังคือยานอวกาศสองลำทำความเร็วบินแข่งกัน บินลอดอุโมงค์ ผ่านหุบเขา มุดลอดหินโค้ง การวางรางรถไฟจึงต้องได้ระยะพอดีกับบริคที่ต่อเป็นช่องเขา และยานเลโก้ที่ต่อก็ต้องลดสัดส่วนลงให้เหมาะกับรางรถไฟและติดตั้งกลไกเพื่อให้เคลื่อนที่ไปบนรางรถไฟได้เหมือนยานอวกาศกำลังบินแข่งกัน” คุณเกษมกล่าว
สำหรับผู้ไม่เคยเล่นเลโก้และมีโอกาสมาชมงานนี้ คุณเกษมอยากให้ลองมองว่า เลโก้ไม่ใช่แค่ของเล่นพลาสติกทรงสี่เหลี่ยม แต่เป็นชิ้นส่วนที่สามารถใช้จินตนาการต่อให้เกิดเป็นรูปทรงต่างๆ ได้มากมาย สำหรับผู้ซึ่งเล่นเลโก้อยู่แล้วอยากให้มาชมพัฒนาการของบริคที่สามารถต่อได้มากกว่าต้นแบบที่ให้มา

นักต่อเลโก้อีกคนที่ 'กรุงเทพวันอาทิตย์' มีโอกาสสนทนาด้วยคือคุณ พิจารณ์ เจริญศรี อาจารย์มหาวิทยาลัยและประธานชมรมเลโก้แห่งประเทศไทย ซึ่งนำบริคเลโก้มาต่อเป็นฉากต่อสู้บนดาวเคราะห์ จีโอโนซิส (Geonosis) ซึ่งปรากฏอยู่ในภาพยนตร์ Star Wars Episode II : Attack of the Clones (พ.ศ.2545)
เท้าความเพื่อให้นึกภาพออก จีโอซิสเป็นดาวทะเลทรายบ้านเกิดของชาวจีโอโนเซียนและเป็นดาวหลักดวงแรกของฝ่ายแบ่งแยกดินแดน เป็นจุดสร้างดรอยด์ขนาดใหญ่ สถาปัตยกรรมของดาวดวงนี้ดูคล้ายจอมปลวก ประกอบด้วยทรงโดมและสิ่งก่อสร้างที่สร้างในถ้ำและหินยอดแหลม สิ่งเดียวที่สามารถอยู่รอดบนพื้นผิวของดาวได้คือสาหร่ายตามก้อนหิน ขณะที่ชาวจีโอโนเซียนถูกบังคับให้ลงไปอาศัยที่ใต้ดิน
ยุทธการจีโอโนซิส (Battle of Geonosis) เป็นความขัดแย้งที่เกิดระหว่างสหภาพพิภพอิสระและสาธารณรัฐกาแลกติก ถือเป็นการรบครั้งแรกในสงครามโคลนส์ สงครามแรกระหว่างกองทัพแห่งสาธารณรัฐกับเจไดในรอบปี สงครามครั้งนี้จุดชนวนสงครามอีกมากมาย ซึ่งได้กวาดกล้างพื้นที่ส่วนใหญ่ของกาแลกซี่ ปรากฏให้เห็นในตอนท้ายๆ ของเรื่อง ความน่าสนใจของยุทธการฉากนี้อยู่ที่ยานรบเคลื่อนที่อัตโนมัติ เฮลไฟร์ ดรอยด์ (Hailfire droid) รถถังหุ่นดรอยด์ที่มีล้อคล้ายวงแหวนขนาดใหญ่ ออกแบบมาเพื่อให้เคลื่อนที่เร็ว สามารถบดขยี้ทหารราบและยานรบขนาดเล็กที่วิ่งผ่าน
คุณพิจารณ์ กล่าวว่าเลโก้ออกแบบชุดบริคมาต่อเป็นเฮลไฟร์ ดรอยด์ เหมือนกัน แต่ค่อนข้างมีขนาดเล็กไปสักหน่อยเมื่อเทียบกับพื้นที่จัดแสดงที่มีขนาด 1.1 x 2.4 เมตร จึงใช้ประสบการณ์ปรับขนาดให้ใหญ่ขึ้น ทั้งตัวยานและวงล้อของเฮลไฟร์ ทำให้เฮลไฟร์ ดรอยด์ ดูอลังการสวยงาม น่าเกรงขามยิ่งขึ้น ด้วยการนำภาพถ่ายจากในภาพยนตร์มาเป็นต้นแบบ แล้วเพิ่มชิ้นบริคให้ได้สัดส่วนที่ถูกต้อง โดยอาศัย hinge brick ในการทำให้วงล้อเฮลไฟร์เมื่อขยายขนาดขึ้นไปแล้วยังคงเอนเหมือนที่ปรากฎในภาพยนตร์
ฉากยุทธการจีโอโนซิสที่ต่อด้วยบริคครั้งนี้เป็นฉากที่รวบรวมทหาร(มินิฟิกเกอร์)ออกรบกว่า 100 ตัว, สไปเดอร์ ดรอยด์(Spider Droid)อีกกว่า 30 ตัว, ซูเปอร์ แบทเทิล ดรอยด์ (Super Battle Droid) พร้อมดรอยด์อีก 200 ตัว เป็นฉากอลังการงานสร้างสำหรับผู้ชื่นชอบหุ่นยนต์อีกฉากหนึ่ง
ฉากที่ติดตาตรึงใจจากภาพยนตร์มหากาพย์เรื่องนี้ที่สร้างขึ้นด้วยชิ้นบริคจำนวนมหาศาลเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมในงาน เลโก้ สตาร์ วอร์ส ซากา ซึ่งเป็นกิจกรรม 'วันเด็ก' และการฉลอง 12 ปี LEGO Star Wars ครั้งแรกในเมืองไทย ณ แฟชั่น ฮอลล์ ชั้น 1 ดิ เอ็มโพเรี่ยม ช้อปปิ้ง คอมเพล็กซ์ ชมฟรีวันนี้-16 ม.ค.2554
อยากให้มองว่าเลโกเป็นเครื่องมือ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะใช้อย่างไร อาจเป็นของเล่นที่สร้างความเพลิดเพลิน และอาจเป็นอุปกรณ์การเรียนที่ดีในเวลาเดียวกันได้เป็นอย่างดี อ.พิจารณ์ ให้ความเห็น
ขณะที่คุณเกษม มองว่า หากผู้ปกครองซื้อเลโก้ให้บุตรหลานแล้วปล่อยทิ้งไว้กับของเล่น เลโก้เป็นแค่พลาสติก แต่หากนั่งลงใกล้ๆ คอยมองคอยสอบถาม เลโก้ก็เป็นสื่อกลางนำครอบครัวมาใกล้ชิดกันมากขึ้น เป็นตัวแทนการแสดงออกทางความคิดของเด็กๆ ช่วยให้เด็กกล้าแสดงความคิดเห็น เป็นช่วงเวลาที่เด็กเกิดสมาธิ เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ผู้ปกครองสามารถบอกกล่าวหรือสอนสั่ง โดยเด็กอยู่ในภาวะที่จะตั้งใจฟังเป็นอย่างดี
คุณพงศ์สิทธิ์ กล่าวว่า การที่เลโก้นำลิขสิทธิ์จากภาพยนตร์และการ์ตูนมาพัฒนาบริค ช่วยให้ดึงดูดใจเด็กๆ ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกันก็ได้พัฒนาความคิดสร้างสรรค์ในการต่อบริคไปด้วย โดยเฉพาะในกลุ่มครีเอเตอร์ที่มีการต่อที่ซับซ้อนมากขึ้น สวยงามสมจริง และมีฟังก์ชั่นการใช้งาน นอกจากนั้นยังมีการออกชุดที่เป็นการออกแบบจากกลุ่มแฟนเลโก้ ผู้เล่นใช้โปรแกรม เลโก้ ดิจิทัล ดีไซเนอร์ เพื่อออกแบบและสั่งซื้อชุดที่ตัวเองออกแบบได้ทางเว็บไซต์ มีแม้
กระทั่งการพัฒนาตัวต่อธรรมดาเข้ากับชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เด็กสามารถสร้างสรรค์ชิ้นงานที่เคลื่อนไหวได้ด้วยตัวเอง
โดย: วลัญช์ สุภากร
ที่มา: bangkokbiznews.com / 9 มกราคม 2554