ลมหายใจที่คงอยู่ ณ บ้านบางบ่อ จังหวัดสมุทรสงคราม

บังเอิญสมาคมสถาปนิกสยามฯ เชิญเหล่านิสิต นักศึกษาและคณาจารย์จากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์จากหลาย ๆ สถาบัน เดินทางไปร่วมกิจกรรมเชิงปฏิบัติการ ณ หมู่บ้านบางบ่อ จังหวัดสมุทรสงคราม...(((ปลาทูคะนอง)))
ตำบลบางแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ประกอบไปด้วย 10 หมู่บ้าน...จำไม่ได้ครับว่ามีชื่อหมู่บ้านอะไรบ้าง...ถ้าอยากรู้ คลิกดู "ข้อมูลครัวเรือนและประชากร อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรสงคราม ปี 2553"

ชุมชนริมคลองบางบ่อ ตั้งอยู่ที่ ต.บางแก้ว อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม แบ่งเขตการปกคลอกเป็น 2 หมู่บ้านคือ  หมู่ 10 ทางทิศตะวันออก และหมู่ 5 ทางทิศตะวันตก พื้นที่ทางทิศใต้ติดกับอ่าวแม่กลอง หรืออ่าวไทยตอนบน

โดยพื้นที่มี "คลองบางบ่อ" เป็นเส้นทางหลักที่เชื่อมต่อกับทะเลโดยตรง  ส่งผลให้น้ำในคลองบางบ่อ เป็นลักษณะน้ำกร่อยตลอดปี บ้านเรือนที่ปรากฏก็มีรูปแบบบ้านพื้นถิ่นริมคลองที่พบเห็นได้ในหลาย ๆ แห่งของภูมิภาคแบบนี้ มีการยกใต้ถุนสูงเพื่อป้องกันน้ำขังสูงจากการหนุนของทะเลตามภาษาที่เรียก "น้ำเกิด น้ำตาย"


 

ผมสังเกตได้อย่างหนึ่งคือ หมู่บ้านจะมีส่วนที่ติดกับแม่น้ำ และที่อยู่ถัดเข้ามาทางที่ดอน (ที่ที่น้ำท่วมไม่ถึง) แต่ดูทั่วไปก็เห็นแต่บ้านเรือน เอาเท้าแช่น้ำ เกือบแทบทุกหลัง เหมือนมีบ่อน้ำอยู่ทุกทั่วพื้นที่ สมกับชื่อย่านที่เรียกว่า "บางบ่อ" จริง ๆ
 
ชาวบ้านมีอาชีพหลักจากการประมง...ก็บ้านเค้าอยู่ติดอ่าวทะเลน่ะครับ เมื่อมาในเวลาปกติ จะพบความเงียบสงบเนื่องจากคนรุ่นกระทงจะอกไปทำงาน ในบ้านก็จะหลงเหลือผู้สูงวัยเป็นส่วนใหญ่...ส่วนมากก็นั่งแกะปู ขอดปลา ซ่อมอวน ทำกะปิจาก "เคย" เป็นสินค้าหลัก...กะปิ หอมมาก ขอบอก




***ชาวบ้านเค้าบอกว่า วัตถุดิบที่รวม ๆ มาทำกะปิเรียกว่า "เคย"

***หน้าตาผิวพรรณของกะปิที่บางบ่อ...

สถานการณ์ปัจจุบันของพื้นที่แห่งนี้ได้แปรเปลี่ยนไป จากที่มีกำแพงธรรมชาติอย่าง ป่าโกงกางและป่าชายเลนอื่น ๆ เป็นฉนวนกันการกัดเซาะแผ่นดินจากน้ำทะเล 

เมื่อการรุกรานพื้นที่ป่าด้วยรูปแบบนากุ้งพัฒนา...น้ำเสียจึงเข้ามาแทนที่น้ำดีและทำให้พื้นที่ป่าชายเลนลดลง และเป็นผลให้เกิดการกัดเซาะริมฝั่งหมู่บ้านถ่อยร่นเข้าไปร่วม 200 เมตร รวมถึงการพัดทำลายบ้านริมฝั่งหลายสิบหลังคาเรือน 

ปรากฏการณ์นี้สร้างความสะท้อนใจแก่ชาวบ้านบางส่วน...บางส่วนจริง ๆ ที่หวนนึกถึง คำว่า "ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม"...รวมถึงการอนุรักษ์บางสิ่งบางอย่าง...คืนมา



ผู้ใหญ่แดง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 10 (บ้านบางบ่อล่าง) ผู้เพียรพยายามรื้อฟื้นผืนป่าชายเลนกลับมาอีกครั้ง ด้วยกลุ่มคนเพียงไม่กี่คน...ยืยยันว่าไม่กี่คนจริง ๆ 
"มีคนเค้าว่า เรา บ้า....

"มาทำเรื่องปัญญาอ่อนแบบนี้ทำไม

คำบอกจากปากผู้ใหญ่ถึงความคิดในการรักษาป่าของคนในพื้นที่...แต่ผู้ใหญ่แกก็ดีใจที่ยังมีรคนร่วมบ้ากับแกบ้าง 555+ 

โครงการอนุรักษณ์พื้นที่ป่าชายเลน จึงเกิดขึ้นในพื้นที่แห่งนี้หลาย ๆ โครงการ



ทำได้เท่าที่ตังค์ และแรงมี...





ด้วยแรงและพลังเท่าที่มีในเวลานั้น กลุ่มอนุรักษ์ป่าชายเลนเริ่มทำการปลูกแนวกำแพงธรรมชาติเพื่อป้องกันการกัดเซาะแผ่นดิน เพื่อหวังว่าวันหนึ่ง ผืนป่าแห่งนี้จะเป็นที่หล่อเลี้ยงสิ่งมีชีวิตตัวน้อย ๆ อีกครั้ง

แนวความคิดตามข้างต้น...จึงเกิด "โรงเรียนธรรมชาติป่าชายเลน" ขึ้นมาในพื้นที่นี้ เพื่อรักษาสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อย่างปูแสม ปลาตีน ฯลฯ

***เส้นทางตามรอยเท้าของปูแสม


***มันคือปลาตีน

แต่...การสร้างต้นกล้าน้อย ๆ เพื่อรอวันเป็นกำแพงอันยิ่งใหญ่ตามข้างต้น มันก็เสมือนปล่อยเจ้าปลาน้อยที่ยังไม่แข็งแรง ออกว่ายทวนกระแสน้ำในทะเล...เมื่อเจอการซัดโถมของคลื่นชายฝั่ง กล้าน้อยใหญ่ ก็มีอันล้มหายตายจากก่อนที่จะได้เติบโตขึ้นในพื้นที่
โครงการสร้างเขื่อนชะลอแรงคลื่นจึงเกิดขึ้น...ด้วยการนำไม้ไผ่มาเรียงรายรอบนอกชายฝั่ง เพื่อเป็นกำแพงชั้นนอก

เขื่อนเหล่านี้คงทนไหม ?

ตอบได้คือ...ไม่

แต่ในระยะ 4 - 5 ปี ก่อนที่มันจะสิ้นสภาพ อย่างน้อยก็ช่วยประคองการเติบโตของต้นกล้าที่ปลูกขึ้นมาได้อย่างดีในระดับหนึ่ง และคงดีกว่าการสร้างเขื่อนคอนกรีตที่ทำลาย "ภูมิลักษณ์" ของบริบทในพื้นที่แห่งนี้





*** แนวเขื่อนไม้ไผ่...ดูดีมีชาติตระกูลมาก น่าลอกแบบไปทำกำแพงบ้าน เท่ห์ซะไม่มี...แหล่มมมมม 

การออกแบบสถาปัตยกรรมสากลบางที ก็สามารถเก็บเกี่ยวความคิดเก๋ ๆ จากมุมมองนอกห้องเรียนได้หลายทาง...ทางหนึ่งก็คือที่แบบนี้

ปัญหาของชุมชนริมคลองบางบ่อ นอกจากปัญหาป่าชายเลนข้างต้นนั้น ยังมีปัญหาจากการเป็นพื้นที่ปากอ่าว ทางน้ำไหลลงอ่าวจึงพัดพาตะกอน (เป็นข้อดีในเรื่องการเกิดเลน สารอาหาร) แต่ข้อเสียในปัจจุบันที่สำคัญคือ "ขยะ" ที่ถูกพัดพามาจากพื้นที่ส่วนอื่น ๆ ลากพามาจากแม่กลอง แม่น้ำสายหลักของจังหวัด...T T



บางบ่อในวันนี้...

จึงยังต้องมีเรื่องที่ต้องทำ ต้องแก้ ต้องดำเนินการอีกมากนัก ทั้งปัญหาของป่าชายเลน ปัญหาขยะ ปัญหาการไม่มีกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ปัญหาอาชีพและพื้นที่ทำกิน...และอื่น ๆ อีกมากมาย

แต่ปัญหาที่สำคัญที่สุด คิอ ปัญหาความเข้าใจและการให้ความร่วมมือในการพลิกฟื้นแผ่นดินแห่งนี้ของชาวบ้านในชุมชนที่มองว่าเรื่องที่เกิดอยู่ มันยังไม่ส่งผลอะไรกับตนเอง...

"ผู้ใหญ่แดง จะทำไรก็ทำไปเหอะ....ฉันจะแกะปู

คำวลีที่คิดโดย น.ศ.สถาปัตย์จากสถาบันหนึ่ง...เป็นตลกร้ายที่น่ารัก ปนมุมสะท้อนปัญหาสังคมที่รุนแรงได้ระดับหนึ่ง

ลมหายใจสุดท้ายของ บ้านบางบ่อ คงขึ้นอยู่กับว่า "ใคร" จะหายใจได้กลิ่นอะไร หรือตั้งใจสูดดมอะไร หากได้กลิ่นของความชุ่มชื่น หองหวลของอดีตที่เคยเป็น คงดีที่ลมนั้นยังมีกลิ่นเดียวกัน แต่ถ้าจงใจสูดดมแต่ผลประโยชน์ที่คิดว่า "ไม่ใช่เรื่องของเรา" 

ในที่แห่งนี้...คงมีแต่ลมหายใจเหงา ๆ ของคนที่อยากเห็นบ้านเรือนของตนเอง กลับมางามอีกครั้ง




ถ้าวันก่อน ผมเผลอเกิดอาการขี้เกียจติดสอยห้อยตามทีมงานมาเยี่ยมชมหมู่บ้านพื้นถิ่นชาวเลแห่งนี้  ในเวลาสี่ ถึงห้าวันที่ผ่่านไปในช่วงที่ใช้ไปกับสภาพอันจำเจในกรุงเทพมหานคร มันคงไร้ความหมายสิ้นดี


***อาหารเช้าที่ดูโง่ ๆ สบาย ๆ ในตอนเช้า ๆ มันกลับมีความหมายพิเศษ มันรู้สึกอร่อยได้แตกต่างกับสภาพที่อยู่ในเมือง เมันคงเป็นเรื่องของคำว่า "บรรยากาศ"

***บางวัน...(ไม่ได้เก็บภาพ...เสียดายมาก) ป้าหมอนทำกับข้าวให้กิน มีแกงส้มปลาทะเล  ปลากระบอกทอด ปูม้าผัดไข่...
โห ถึงรวยบางครั้งก็ไม่ได้กินง่าย ๆ นะครับ....คำว่า "โอกาส" มันงามตอนที่จับต้องได้แบบนี้นี่เอง

บ้านเรือนในย่านพื้นถิ่นก็ยังมีความงามของมันไม่เสื่อมคลาย น่าเสียดายมาก ถ้ามันจะสูญหายไปเพราะคนไม่รู้คุณค่าของมัน 

คงต้องยอมเหนื่อย เพื่อดึงคุณค่าของมันออกมาเผยให้ใครต่อใครเห็นนะ

วันนี้...และต่อ ๆ ไป ผมก็คงต้องเหนื่อยอีกแน่ ๆ 555+

***ถ้าแวะไปเดินเล่นป่าชายเลนแห่งนี้ อย่าลืมซื้อรองเท้ายางก่อนนะครับ คู่นี้ 40 บาท ชาวบ้านเอามาขาย ถูกสุดสุด ลุยได้ตลอดงาน...คุ้ม

เรื่องนี้ผ่านไปหลายเวลาแล้ว...ตั้งแต่ต้นปี 2011 แต่เห็นว่าตอนนี้หลาย ๆ ที่ของโลกและประเทศเรากำลังผจญมรสุมจากพลังของธรรมชาติ ที่ทวงคืนความยุติธรรมจากมนุษย์เรามากมายเวลานี้

บางทีการเริ่มรักษาอะไรกับพื้นที่เล็ก ๆ หลาย ๆ พื้นที่ ก็อาจรวมเป็นหนึ่งของความใหญ่ที่ช่วยเยียวยาพื้นแผ่นดินของเราได้

ลองมองอะไรใกล้ ๆ ตัว แล้วดูแลมันครับ...ผมเชื่อว่า

"เล็ก ๆ เปลี่ยนโลกได้"

ปล.

ถ้าจะไปเพื่อศึกษาหรือทำโครงการอะไร ติดต่อที่ผู้ใหญ่แดง หมู่ 10 บ้านบางบ่อล่าง ได้เลย...หน้าตาแกก็เหมือนในรูป ด้านบนเป๊ะ ๆ ไปแล้วอย่าลืมเล่นกับ "เจ้าแบ๊งค์" ลูกนากที่นิสัยเหมือนสุนัขครับ

ภาพกิจกรรมที่นักศึกษาสถาปัตยกรรมจากหลายสถาบันเข้าร่วมโครงการ "ASA WORKSHOP'54" http://www.facebook.com/album.php?fbid=195136223834934&id=11711...

Views: 1806

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

Comment by Verarit Vincent Veranondh on September 1, 2011 at 4:02pm
โครงการดีๆ กับคนดีๆ :)
Comment by napaporn on August 31, 2011 at 4:14pm
likeคำว่า เล็กๆเปลี่ยนโลกได้
Comment by Ruj Rattanapahu on August 30, 2011 at 1:33pm
พิมพ์อะไรดี ๆ ก็เป็นกับเค้าเหมือนกันนะเรา 555+

© 2009-2020   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service