ความฝัน....ทางเดิน



บทสนทนาหนึ่งเมื่อนานมาแล้ว

จำไม่ได้ว่าคุยเรื่องไรกันอยู่แต่อยู่ดีๆ ก็ถามขึ้นมาซะง้าน

นางสาวแสงสุดท้าย : เฮ้ย! นี่แกมีความฝันปะ?

เพื่อน : ความฝัน?

นางสาวแสงสุดท้าย : อืม....มีปะ

เพื่อน : ไม่มีอ่ะ

นางสาวแสงสุดท้าย : ไม่มีเลยเหรอ? แบบว่าอยากทำไรบั้นปลายชีวิตอยากเป็นแบบไหน อยากทำงานอะไร

เพื่อน : ไม่มีอ่ะ

นางสาวแสงสุดท้าย : อืม....


บทสนทนาก่อนและหลังจากนี้จำไม่ได้และข้างต้นก็แค่ส่วนหนึ่งที่พูดคุยกัน

แบบว่าจำได้ลางๆแล้ว แต่....ไม่มีความฝัน?

เค้าไม่แน่ใจว่าเพื่อนไม่เข้าใจคำถาม หรือว่าเค้าตั้งคำถามไม่ดีเอง

หรือว่าตอนนั้นเป็นชั่วโมงเรียน เพื่อนก็เลยตอบแบบส่งๆไป

หรือเพราะทุกวันนี้เค้าเองมีความสุขดีแล้วเลยไม่คิดจะฝัน

หรือว่ายังไม่รู้จักตัวเองยังไม่รู้ว่าตัวเองต้องการ

หรือว่าอาจจะไม่มีจริงๆ ....


ตัวเราเองเป็นคนหนึ่งที่ใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยความฝัน

ใช้ความฝันเป็นหนึ่งในส่วนหล่อเลี้ยงให้ตัวเองก้าวเดินไป

ไม่ใช่ว่าลืมความจริง วิ่งตามแต่ความฝัน

หากแต่เมื่อใดที่รู้สึกท้อแท้ หรือเหนื่อยล้ากับความจริงที่เผชิญอยู่

ความฝันคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เรากล้าที่จะเดินต่อไป




ในเมื่อทางเดินของคนเราไม่เหมือนกัน ทางเดินที่เลือกก็ต่างกันด้วย

การเลือกทางเดินในครั้งนั้น


เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว เลือกที่จะเดินบนเส้นทางแห่งความจริง

เพราะรู้จักตัวเองดีว่าเป็นคนไม่ค่อยแน่นอนเอาอะไรจริงจังไม่ค่อยได้

ถ้าให้เลือกเดินตามไปบนเส้นทางที่ฝัน อนาคต....?

ป๊า แม่ น้องชาย ที่เราต้องรับผิดชอบในอนาคต

จะให้มาขึ้นอยู่กับความโลเลของเรา....?

แม้จะไม่ได้เลือกเดินในทางที่เคยฝันเอาไว้

แต่อย่างน้อยก็เป็นเส้นทางหนึ่งที่ตัวเองชอบและเคยคิดจะเลือกเดิน


บนเส้นทางแห่งความฝัน มีบ้างที่ต้องเจอกับอุปสรรคต่างๆนานา

บางครั้งกว่าจะผ่านไปได้ก็ิกินแรงใจไปโข

บางครั้งล้มก็นานกว่าจะเยียวยาให้มาเป็นเหมือนเดิมได้

บางครั้งก็ใช้เครื่องทุ่นแรงเพื่อให้ไปถึงฝั่งฝันเร็วๆ

บางครั้งก็มัวแต่ชื่นชมอยู่กับความงดงามริมทาง....จนลืมเป้าหมายไปเสียสนิท





เส้นทางแห่งความฝัน ไม่มีป้ายบอกว่าเมื่อไรจะเจอทางแยก

อีก 50 ม. ข้างหน้าจะเจอกับอะไร ทางแยกหรือโค้งอันตราย

หรือถ้าเลี้ยวซ้ายจะไปไหน เลี้ยวขวาจะเจอกับอะไร

ทุกอย่างเราต้องเป็นคนเลือกเองทั้งนั้นว่าจะเดินไปทางไหน

และไม่ว่าข้างหน้าจะต้องเจอกับอะไร เราก็ต้องเผชิญ

และยิ้มสู้กับมัน.....^^






การถ่ายรูป การเขียนกลอน เป็นส่วนหนึ่งของความฝัน

เป็นเศษเสี้ยวที่ทุกวันนี้พอจะทำได้

ในเมื่อเราทุกคนต่างก็มีหน้าที่ที่ต้องทำ มีความรับผิดชอบ

มีคนที่เราต้องดูแล

ถ้าจะให้เลือกเดินตามความฝันแล้วทิ้งสิ่งเหล่านี้ไว้ข้างหลัง

ก็คงจะเห็นแก่ตัวเกินไป

ในเมื่อความฝันและความจริงไม่ใช่เส้นทางเดียวกันได้

แต่ถ้าขณะที่เราเดินอยู่บนเส้นทางแห่งความจริง

เราก็มีสิทธิ์ไม่ใช่เหรอที่จะเลือกหอบหิ้วความฝันติดตัวมาด้วยไม่ใช่เหรอ?




แล้วคุณล่ะเคยฝันบ้างหรือเปล่า?







บทความนี้เป็นบทความที่เคยลงที่blog(อีกที่หนึ่ง)เมื่อวันที่ 8 ตุลา 52

แต่อยากให้คนอื่นนอกจากคนที่เล่นblogนั้นได้อ่านอีก

เพราะรู้สึกว่าเป็นบทความที่ดีบทความหนึ่ง(ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือป่าว)



ถ้าใครผ่านมาอ่านก็ช่วยคอมเม้นท์ด้วยนะคะ

อยากรู้ว่าคนอื่นคิดอย่างไรกันบ้างกับความฝัน



ขอบคุณที่แวะเข้ามาค่ะ ^^



LastLight

10 มีนา 53

Views: 114

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

Comment by Chronos on March 10, 2010 at 10:22pm
ไม่แน่เสมอไปที่ความฝันกับความจริงจะเดินคนละเส้นทาง...บางทีเราอาจหาทางประสานสองอย่างเข้าด้วยกันไม่ได้
พี่น้องตระกูลไรท์ผู้ติดปีกให้มนุษย์ เริ่มต้นจากอาชีพสิ่งพิมพ์ เขียนบทความ ไปสู่การออกแบบจักรยาน แล้วไปสู่เครื่องร่อน ก่อนจะกลายเป็นเครื่องบิน...คำถามก็คือ เรากล้าพอที่จะเผชิญหน้ากับอุปสรรคเพื่อความฝันนั้นมากน้อยแค่ไหน

© 2009-2022   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service