1DsMkII VS 5DMkII - คุ้มมั้ยนะ ?

พี่(เคย)ใหญ่ 1Ds Mk II ประมือ กับ น้องใหม่ 5D Mk II หวยออกอะไรดี ???



เห็นหลายๆคนถามเรื่อยๆเหมือนกันครับ กระทู้ถามใน board ต่างๆทำนองนี้ก็เรื่อยๆ ในขณะที่เวลาผ่านไป เทคโนโลยีใหม่ๆก็ออกมา แต่ตัวเก่าที่อยู่ในตลาดก็ยังค้างคาใจว่าจะโดนกระแสเทคโนโลยีกลืนไปหรือปล่าว ยังใช้งานได้ดีอยู่หรือปล่าว ค่าตัวที่จะจ่ายคุ้มมั้ย สับสน ฯลฯ... ตัวนึงก็เคยเป็น Flagship อีกตัวก็น้องใหม่มาแรงกำลังจะแซงทุกโค้ง บทความนี้น่าจะพอเป็นไอเดียสำหรับคนที่กำลังพิจารณาว่าจะหันไปคบกับตัวไหนดี
พอดีเคยเขียนสรุปจากความรู้สึกส่วนตัวจากการที่ได้ใช้งานทั้งสอง body คู่กันอยู่ (ปัจจุบันก็ยังใช้คู่นี้อยู่) เลยได้เป็นข้อๆ ดังนี้ครับ เผื่อเป็นประโยชน์สำหรับคนที่มองๆทั้งสองตัว พยายามเขียนแบบไม่เอนเอียงไปทางตัวใดตัวนึงนะครับ วัดจากความรู้สึกจากการใช้งาน แต่บางทีมุมมองส่วนตัวอาจจะไม่ถูกใจคนอ่าน ก็ใช้วิจารณญาณในการรับชมนะครับ ^__^

PG18+ :D

จากมุมมองส่วนตัวพอสรุปข้อเด่น/ข้อไม่เด่นแต่ละตัวประมาณนี้

1Ds MkII - ลืมตาดูโลกมาตั้งแต่ 2004

ข้อเด่น:

  • ร่างกายกำยำ บึกบึน ทนแดด ทนฝน (weather sealed)
  • built-in vertical grip
  • DIGIC 2, 12-bit color processor
  • ระบบ focus รวดเร็ว แม่นยำทุกจุด (ตรงกลางแม่นสุด แต่จุดอื่นก็ยังถือว่าใช้งานได้จริง)
  • 45 AF points ใช้ร่วมกับ tracking, AI servo ทำงานได้ดีมาก
  • Spot metering 2.4% ของ frame แม่นยำมาก
  • ระบบ White Balance (WB) แม่นยำ สีเที่ยงตรง
  • รองรับ CF และ SD ยืดหยุ่น และสบายใจในกรณีเหตุฉุกเฉินเวลาที่ CF เต็มพอดีกับวินาทีสำคัญ (อาจจะไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย แต่ก็เกิดขึ้นได้สำหรับได้ตลอดสำหรับงานบางประเภท)
  • Shutter lag ต่ำ ไม่ต้องถึงกับกลั้นหายใจรอหลังจากกด shutter
  • อายุ shutter 200,000 ครั้ง
  • มี Voice recorder / อาจจะไม่ได้ใช้กันทุกคน แต่งานข่าว งาน event งานสัมภาษณ์ ท่องเที่ยว ฯลฯ บางทีสถานที่ ชื่อบุคคล หรือ เหตุการณ์ ฯลฯ เราอาจจะไม่มีเวลาไปจดบันทึกไว้ voice recorder ช่วยได้ดีมาก
  • ระบบทุกอย่างทำงานเชื่อถือได้ วางใจได้ (consistently)
  • View finder มองเห็น 100% (ไม่่ใช่ก็ใก้เคียง)
  • ระบบ Exposure compensation รองรับ +- 3 stop / ทั้ง exposure ปกติ และ flash compensation
  • Battery ใหม่ๆ ถ่ายได้ 1,000 - 1,200 shot
  • 16.7mp เพียงพอสำหรับงานทั่วไป

ข้อไม่เด่น:

  • หนัก (แน่น้อนนน :D)
  • Battery Ni-MH (Nikle Metal Hydride) ยังมีเรื่องการ discharge และ Memory Effect การใช้งานจึงต้องวางแผนการ charge batt ให้ดี
  • มี Personal functions สำหรับการใช้งานในสถานการณ์ต่างๆ สามารถสร้าง profile ผ่าน computer แล้วเก็บไว้ใน CF เพื่อเรียกใช้ได้ .... ดี แต่ยังไม่สะดวก และ ได้ใช้บ่อยมากนัก
  • ไม่มี Custom Profile เหมือนกล้องรุ่นใหม่ ดังนั้นการใช้งานต้องอยู่ที่ ประสบการณ์และความรวดเร็ว ของผู้ใช้เป็นหลัก
  • มี Firewire เป็น interface หลัก สำหรับงาน Direct-link ซึ่งมีเฉพาะใน mac ส่วน USB จะเป็นแค่ version 1.1 ความเร็วยังต่ำ เหมาะสำหรับ Direct-Printing มากกว่าใช้งานอื่น
  • ข้อมูล ISO ไม่แสดงใน View Finder ตอนที่เปลี่ยนค่า ทำให้ต้องละสายตาจาก View finder มาดูจอด้านบนตอนเปลี่ยน ISO ทำให้สะดุดเล็กน้อย -- แต่จริงๆคนที่ใช้บ่อยๆ คงจะคุ้นแล้วว่าหมุนกี่ครั้งจะได้ ISO ที่ต้องการ แต่ถ้ามีให้เห็นก็ดี เพิ่มความมั่นใจ 100%

ส่วน 5D Mk II ก็ประมาณนี้ - ลืมตาดูโลก 2009 ข้อเด่น:

  • 21mp ละเอียดแต๊ๆ - แต่ 21mp ในทางปฏิบัติแล้วมีผลโดยตรงกับเครื่อง computer ที่ใช้อยู่ (ถ้าใช้ RAW เป็นหลัก)
  • น้ำหนักเบา สบายมือ
  • พก technology ใหม่มาด้วยมากมาย โดยทาง Canon เคยลงตีพิมพ์บอกว่า 5D MkII เป็นส่วนผสมของ 5D 80% และ 1Ds MkIII อีก 10% ส่วนอีก 10% ไม่ได้ระบุ ก็คงเป็น technology ใหม่ๆที่พัฒนาขึ้น
  • มี HD Video / 30fps (frame per second), มี HDMI port
  • มี Liveview ถึงจะมี AF แต่ความเร็วการ focus ยังสู้กล้อง compact บางรุ่นไม่ได้
  • LCD 3" ความละเอียด 920,000 จุด คม ชัด ละเอียด และ บอกได้เลยว่าภาพที่ถ่าย ชัด หรือ ไม่ชัด
  • DIGIC 4, 14-bit color processor
  • ทำงานที่ ISO สูงๆได้ดี ภาพสวยขึ้น "ใช้งานได้" (เท่าที่ใช้งาน 3200 น่าจะเต็มที่ ถ้าพอมีแสงบ้าง 6400 ก็ยังพอรับได้ ...เกินนั้นก็จะ "ขอแค่ได้ภาพ" เพราะ noise เยอะเป็นสัดส่วนไป)
    *แต่ก็ยังถือว่าเป็นกล้อง generation ใหม่ที่มีการ improvement เรื่องนี้ชัดเชน ใช้งานได้จริง
    *คำว่า "ใช้งานได้" คือ ถ่ายในสภาวะปกติหรือแสงน้อยกว่าปกตินิดหน่อยเท่านั้น

  • ระบบ focus ดีขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยัง concept เดิมๆแบบ 5D ตัวต้นแบบ, ตรงกลางแม่นยำ เร็ว แต่จุดอื่นๆยังออกอาการวืดวาด ล๊อก focus ไม่ได้โดยเฉพาะ low-light condition หรือ low contrast
  • Spot ที่ 3.5% ของ View finder
  • Battery เป็น Li-On (Lithium Ion) เบา ทน (แต่แพงเกิน !!!!)
  • มี Custom Profile C1 - C3 / รวมกับ Manual แล้วก็ 4 Profile สำหรับใช้งาน ซึ่งเหลือเฟือ!!
  • ISO มีแสดงใน View finder ตอนที่เปลี่ยนค่าด้วย ทำให้ไม่ต้องละสายตาจาก View finder
  • Joystick สะดวกใช้
  • การจัดการเรื่อง Noise reduction ทำได้ดีขึ้นมาก ในสถานการณ์แสงน้อย ถ่าย JPG ขอบไม่เละมาก รับได้
  • อายุ shutter ประมาณ 150,000 ครั้ง
  • มีระบบควบคุม Flash ในกล้อง สะดวกใช้ (ถ้าจะให้ดีมี Built-in Wireless Controller แบบ Nikon จะดีมากขึ้น ^_^)
  • Auto Lighting Optimization และ Highlight Tone Priority ใช้งานได้ดี
  • (พึ่งจะ)รองรับ remote แบบ infrared
  • รองรับ CF แบบ high-speed (UDMA)
  • มี EOS integrated sensor cleaning system (ใช้ได้แค่ระดับหนึ่ง ก็ยังมีประเภทติดหนึบที่ยังต้องเข้าศูนย์)
  • อันนี้ล่าสุด พึ่งจะออก firmware มา สามารถควบคุม รูรับแสง และ speed shutter เวลาถ่าย video ได้แล้ว ไม่ต้องไปหลอกกล้องเพื่อหารูรับแสง หรือ speed shutter อีกต่อไป คนที่หวังผลกับ deph สวยๆจาก video คงได้ข้อนี้เต็มๆ จะมีก็คือเรื่องการจับถือที่ยังไม่เหมาะสำหรับงาน video เท่านั้นเอง แต่ถ้าไปออกแบบ case ดีๆ ทำ adapter ละเอียดๆ สำหรับ manual focus ดีๆ ถ้าควบคุมได้ละก้อ ผมเชื่อว่าคุณภาพ video จากตัวนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่ากล้อง video รุ่นใหญ่ๆเลย

ข้อไม่เด่น:

  • White Balance รวมๆแล้วดีขึ้นกว่าเดิมมาก สีสันถูกต้อง แต่บางสถานการณ์ ทีมีแสงผสมจากหลายแหล่ง สีผิวเพี้ยนค่อนข้างเยอะก็ยังมีให้เห็น
  • ไม่กันน้ำ ไม่กันฝน (not weather sealed) -- อันนี้ก็เขียนซะ :D อันที่จริงก็ไม่มีตัวไหนกันได้ครับ ต้องการบอกเรื่อง weather sealed เท่านั้นเองครับ บางสถานการณ์ต้องมีเฉี่ยวละอองน้ำบ้าง โดนเม็ดผนบ้าง อันนี้อาจจะไม่ค่อยดีต่อสุขภาพกล้องนัก
  • ระบบ Exposure compensation รองรับ +- 2 stop / ทั้ง exposure ปกติ และ flash compensation (จริงๆไม่ได้ถือเป็นข้อด้อย เพราะกล้อง DSLR ส่วนมากก็เท่านี้ แต่ดีเทียบกับ 1Ds MkII เลยต้อง list ไว้ด้วย)

ดูๆแล้ว ไม่มีตัวไหนกินตัวไหนขาด หรือแพ้น๊อค หรือแพ้คะแนนครับ แต่ละตัวมีดีในตัวมันเอง... คนที่จับรุ่น Flagship อย่าง 1D series แล้วก็จะได้ feeling แบบที่หาในรุ่นอื่นไม่ได้ ถ้ามองว่า 5D2 ดีกว่า ก็มีส่วนถูก เพราะกล้องคนละ Generation อายุต่างกันถึง 5 ปี ซึ่งในทาง Technology แล้ว 5 ปีนั้นต่างกันมากมาย เทียบกันไม่ได้เช่นกัน... ลองมองย้อนกลับไปดูเครื่อง computer ของท่านเมื่อ 5 ปีก่อนเป็นอะไร แล้วเดี๋ยวนี้เป็นอะไร มันช่างต่างกันมากมาย ทั้งความเร็ว และ ราคา ฯลฯ... ผมยังถือว่า 1DsMkII เป็นกล้องที่ดีมากตัวนึง ที่ยังสามารถไปเปรียบเทียบกับกล้องรุ่นหลังๆที่อายุห่างกันถึง 5 ปีได้ ระบบ focus ก็ยังดีกว่า และ performance อื่นๆก็ยังคงเป็นคุณสมบัติใน 1D series ที่รุ่นอื่นไม่มี หรือมีไม่เท่า ... แต่ในเรื่องอื่นๆ ที่ 5D2 ดีกว่าก็เยอะแยะ เพราะสามารถไปตอบคำถามในการใช้งานแต่ละแบบได้..... สรุป(เอง)ว่า ตัวที่ดีกว่าสำหรับผม อาจจะไม่ใช่สำหรับคนอื่น เพราะลักษณะการใช้งานอาจจะไม่เหมือนกัน ความคาดหวังก็ไม่เหมือนกัน ข้อสรุปอาจจะเป็นแค่ข้อมูลเบื้องต้นประกอบการตัดสินใจของคนกำลังจะ "เลือก" ครับ ไม่มีใครดีกว่าใคร... ตัวที่เหมาะกับเรา ตรงกับงาน/วัตถุประสงค์คือตัวดีที่สุดครับ..... ผมชอบทั้ง 2 ตัวพอๆกัน (ตอนนี้) ... ถ้าผมจะหยิบ 5D2 มาถ่ายบ่อยกว่า ไม่ได้หมายความว่า ดีกว่า แต่จะเป็นเหตุผลเรื่องอื่น เช่น เบา สะดวก เท่านั้น... หรือ ถ้าผมจะหยิบ 1DsMkII มาใช้ก็ไม่ได้หมายถึงว่าดีกว่า แต่จะเป็นเหตุผลเรื่องอื่นเหมือนกันครับ...


... quality กล้องทั้งสองตัวเกินพอสำหรับใช้งานทั่วไป จะ 12-bit หรือ 14-bit color แน่นอนว่าไม่มีต้องเสียเวลาเปิดหนังสืออ้างอิง 14-bit ละเอียดกว่าแน่นอน แต่ในทางปฏิบัติ เราเปิดดูไฟล์จากกล้องทั้งสองตัวถ่ายมาในสภาวะแวดล้อมเดียวกันไม่มีใครบอกได้ว่าอันไหน 12-bit หรือ อันไหน 14-bit... ส่วน DIGIC2 หรือ DIGIC4 ก็ออกแบบให้ความเร็วเหมาะสมกับการจัดการไฟล์ตามขนาดและจำนวน bit ที่เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน... กำลังจะบอกว่าถ้าต้องใช้เฉพาะงานก็ดูตัวที่เหมาะกับเราที่สุดครับ...

ตกหล่นขออภัยครับ
^__^

Views: 2948

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

Comment by newentech on November 4, 2010 at 10:06am
ขอบคุณเลยคร๊าบบบบบบบบบ พี่
Comment by boy fotoyokee on September 12, 2009 at 12:27pm
ยังไม่มีตังซื้อทั้งคู่ มีปัญญาใช้แค่1Dsตัวแรก อิอิ
Comment by cro_e on September 12, 2009 at 9:03am
เยี่ยมครับสำหรับ 5D Mk II แต่ก็อยู่ที่งานด้วยนะครับ ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับผม
Comment by noodang on July 23, 2009 at 9:40pm
ขอบคุณค่ะกำลังจะตัดสินใจซื้อ 5D Mk II แต่รอราคาลงอีกหน่อยก่อนและรองบประมาณด้วยค่ะ
Comment by sabaimage on July 21, 2009 at 5:27pm
>ร่ำๆ ทำไรครับ จะตัวเบา หรือ เป๋าตุง ครับ :D
ร่ำๆ กระเป๋าฉีกครับน้า
ฮ่าฮ่า
Comment by Roopyai Art on July 21, 2009 at 5:21pm
ลำพังจะพาเข้าบ้านท่าจะแย่ครับ เพราะรูปร่างมักบอกราคาตามมา....ขอใช้ 350 ให้ดีที่สุดในเวลานี้ หากไปได้ไปอยู่แล้ว FF
Comment by Kaku Satoshi on July 21, 2009 at 4:47pm
อยากได้ 5D mk II อะ แต่พอเหลือบไปมองรอบกาย... เช็คช่วยชาติก็ไม่มี เช็คคืนภาษีก็ไม่อยู่ เฮ่อออ......

ต้องพยายามปลงอนิจจังว่าสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงของนอกกาย แล้วก็ใช้อ้วนดำตัวน้อย 40D ต่อไป
Comment by Jua iKaRUZ on July 21, 2009 at 2:35pm
ได้แต่อ่านเช่นกัน >_< ขอบคุณครับ สำหรับ review ดีๆ สำหรับผม 5D MkII คงเป็นกล้องที่อยู่ในลำดับที่จะขยับไปแหงๆ แต่ว่าอีกกี่ปีก็ไม่รู้ ถึงเวลานั้นจริงๆ คงมี 6D 7D ออกมาแล้วหละ >_<"
Comment by Piyoros on July 21, 2009 at 2:15pm
ผมว่าอยู่ที่งานที่เราต้องใช้นะครับ สเกลงานเราขนาดไหน(เว้นแต่มีงบเยอะก็ซื้อเลยครับ) หากเรารับงานโปรเจ็คใหญ่ ค่าตอบแทนที่จะได้ก็คุ้มกับการลงทุนซื้อกล้องนะครับ ผมลองเทสมาแล้ว เจ้า เจ้ามาร์คทรี เป้นกล้องที่ยอดเยี่ยมอีกรุ่นหนึ่งของแคนนอล โดยเฉพาะช่างภาพกีฬา นิยมใช้ แข็งแรงทนทาน ไฟล์รูปสวย
Comment by loso on July 21, 2009 at 11:51am
ขอใช้ตัว 5D คลาสสิคตัวเดิมไปก่อนครับพี่ตุ้ย

แล้วจะโตเป็นมาร์คสองให้ดู

© 2009-2021   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service