The Revital แฟนตาซีและวิศวกรรม


 

หลายเมืองใหญ่ของโลกสะท้อนวิธีให้ความสำคัญกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการเป็นเจ้าภาพจัดงานมหกรรมเกี่ยวกับ 'การจัดสวน' 

หลังจากเดินทางชมงานการจัดสวนระดับโลกอย่างสม่ำเสมอ คุณ วรวุฒิ แก้วสุก นักจัดสวนชื่อดังของไทย จึงคิดริเริ่มทำงานมหึมาชิ้นที่เห็นในภาพนี้ 


"ในบ้านเรา นักจัดสวนทำงานแบบวันแมนโชว์ (One Man Show) ผมเดินทางไปดูงานหลายประเทศ เช่น อังกฤษ (เชลซี) ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ เขามีโชว์สวนแต่ละประเทศไปแสดง ของไทยไม่มีเลย ผมก็เสียดาย ศักยภาพของไทยมีสูง ทำไมไม่แสดงให้คนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรือโลกเห็น ว่าคนไทยก็มีฝีมือ ไม่ใช่ออสเตรเลีย ไม่ใช่ญี่ปุ่น ไม่ใช่หลายๆ ประเทศที่ทำกันมา.... 

ทำไมนักดีไซน์ทำงานคิดร่วมกันไม่ได้หรือ ทำไมต้องคนคนเดียว ผมเลยคิดจัดทำสวนนี้ขึ้นมา เหมือนสร้างหนังหนึ่งเรื่องที่ประกอบด้วยโปรดักชั่นหลายส่วน ผมรวบรวมเพื่อนพี่น้องเข้ามาช่วยกัน แต่ละคนที่เห็นโครงการที่ผมเสนอเข้าไปก็มีจิตใจฮึกเหิมที่อยากเข้ามาช่วย เรารวมทีมจากสามคนเป็นห้าคน ห้าเป็นสิบ สิบเป็นยี่สิบ จนเกือบเป็นสามสิบกว่าคน ทุกคนเป็นระดับหัวหน้า ทั้งระบบเสียง แสง ระบบพ่นไอน้ำ เท็กซ์เจอร์ เจ้าของต้นไม้" คุณวรวุฒิ กล่าว 

"ผู้ร่วมงานทุกคนมีใจให้กับงานชิ้นนี้ คิดค่าใช้จ่ายบางส่วนที่จำเป็นเท่านั้น เพราะถ้าคิดเป็นค่าจ้างทั้งหมดคงจำนวนมหาศาล... 


งานนี้เกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เราประชุมทุกวัน เปลี่ยนแปลงแนวคิดทุกวัน แก้ปัญหาทุกวัน ปรึกษาถกเถียงกันมากเรื่องโครงการ นี่แหละครับคือสิ่งที่ผมทำ คือการสร้างงานชิ้นหนึ่งเพื่อประเทศไทย โดยการสามัคคีกันของทีม เราสามารถสร้างงานได้สำเร็จ" คุณวรวุฒิกล่าวถึง The Revital สวนที่เกิดจากการออกแบบและการจัดสวนที่เต็มไปด้วยจินตนาการชิ้นนี้ 




เดอะ รีไวทัล : เพราะมนุษย์คือผู้ทำลาย 

คุณวรวุฒิออกแบบและจัดสวนแห่งนี้ด้วยคอนเซปต์ที่ทีมงานช่วยกันสรุปด้วยคำว่า The Revital ในความหมาย 'การฟื้นคืนของธรรมชาติ' ทีมงานช่วยกันคิดให้คอนเซปต์นี้เป็นรูปธรรมขึ้นมาโดยจับจุดที่ว่า 'มนุษย์คือผู้ทำลาย' 

งานจัดสวนชิ้นนี้บรรยายสภาพช่วงเวลาหลังมนุษย์สูญพันธุ์ เพราะมนุษย์คือผู้ทำลาย มนุษย์ฆ่าตัวเองด้วยการทำลายสิ่งแวดล้อม ตัดไม้ทำลายป่า ปล่อยควันพิษ-น้ำเสีย จนสิ่งมีชีวิตอื่นๆ รวมทั้งมนุษย์เองไม่สามารถมีชีวิตอยู่บนโลกแบบนั้นได้ กระทั่งถึงจุดจุดหนึ่งสิ่งมีชีวิตเริ่มฟื้นคืน เริ่มจากไม้ใหญ่ที่เคยล้มลงและกลายเป็นฟอสซิลที่กำเนิดต้นไม้อีกรุ่นขึ้นมาใหม่ โดยอิงจากต้นแม่ที่ล้มไปแล้วแต่ยังมีสัญญาณชีพบางส่วน แต่ตัวเองไม่สามารถลุกขึ้นมาใหม่ได้ ไม้รุ่นลูกก็พยุงต้นแม่ที่ล้มอยู่ให้มีสัญญาณชีพขึ้นมาเรื่อยๆ คุณวรวุฒิอธิบาย 

ชิ้นงานหลักคือ โพรงลำต้นขนาดใหญ่ แทนลำต้นของต้นไม้อายุนับร้อยปีที่ถูกทำลาย ทอดตัวไปตามพื้นดิน มีพันธุ์ไม้เล็กๆ ขึ้นปกคลุมบางส่วน โพรงไม้นี้สร้างขึ้นมาเพื่อให้ผู้ซึ่งมาชมการจัดสวน เดินเข้าไปข้างในได้ 

ปากโพรงลำต้นตกแต่งด้วยพืชเซลล์เดียวจำพวกมอส ไลเคน เฟิร์น สัญลักษณ์ของการเริ่มเกิดพืชรุ่นใหม่ ภายในโพรงไม้ค่อนข้างมืด ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้อีกรูปแบบ มีการจัดระบบแสงและเสียงประกอบ เป็นเสียงที่สังเคราะห์ขึ้นใหม่แทนเสียงสัญญาณชีพหรือหัวใจของต้นไม้ และแสงจะค่อยๆ สว่างขึ้นเมื่อถึงปลายโพรงอีกด้าน และเมื่อเดินออกมาจากโพรงไม้ก็จะพบกับพันธุ์ไม้ที่แตกต่างออกไป เช่น เฟิร์นปีกนก สับปะรดสี โดยเฉพาะ ไม้คาคบ หรือไม้ที่เกาะตามกิ่งและลำต้นของต้นไม้ เช่น กล้วยไม้ เฟิร์น มอส ทำให้ต้นไม้เขียว เป็นสัญลักษณ์อันสวยงามและโดดเด่นของป่าดิบชื้น 

"โดยส่วนตัวผมชอบธรรมชาติแนวป่าดิบชื้น (Tropical Rain Forest) และชอบอะไรที่แหวกแนวเหนือความเป็นจริงบางส่วน ที่เห็นล่าสุดเช่นในฉากภาพยนตร์เรื่องอวตาร ผมก็คิดว่าจะทำจากภาพให้เป็นจริงได้อย่างไร ผมเลยนำสองส่วนมาผสมกัน ระหว่างความเป็นแฟนตาซีของอวตารและธรรมชาติแนวป่าดิบชื้น" คุณวรวุฒิกล่าว และนี่คือที่มาของรูปลักษณ์ 'เดอะ รีไวทัล' 




โจทย์ 5 ข้อเชิงวิศวกรรม 

ทีมงานสำคัญอีกส่วน ที่ทำให้คอนเซปต์การจัดสวนสุดแฟนตาซี 'เป็นจริง' ขึ้นมา คือทีมวิศวกรและคณะผู้ลงแรงงาน คุณ ณัฐวุฒิ วิวรรธนมาศ Structural Design ของงานนี้ให้สัมภาษณ์ว่า การสร้างชิ้นนี้มีโจทย์ใหญ่ 5 ข้อในเชิงวิศวกรรม คือ โครงสร้างขนาดใหญ่, น้ำหนักรวมกันหลายสิบตัน, จำเป็นต้องตัดและขนย้ายออกไปประกอบในฮอลล์ได้ภายในเวลา 3 วัน, ต้องตอบสนองเรื่องความสวยงามของการออกแบบที่วางไว้, ความปลอดภัยของผู้เข้าชมสวนซึ่งต้องเดินเข้าไปภายในชิ้นงาน 

"เป็นโจทย์ห้าข้อที่ต้องนั่งคิดวางแผนร่วมกันกับทีมออกแบบ ว่าตรงไหนเป็นจุดตัด จุดค้ำ เพื่อให้การตกแต่งดูกลมกลืนและปลอดภัยในเชิงวิศวกรรม" คุณณัฐวุฒิ กล่าว 


ในเชิงโครงสร้าง 'เดอะ รีไวทัล' มีลักษณะเหมือนโพรงไม้ที่มีความยาว 30 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางกว้างที่สุดคือ 5 เมตร ไล่เรียงขนาดไปตามสัดส่วนลำต้น วางเป็นรูปตัว U บนพื้นที่จัดแสดงขนาด 13 x 19 เมตร 


"ไม่เหมือนเราสร้างงานอยู่กับที่ ถ้าสร้างอยู่กับที่มันก็ง่ายต่อการคำนวณ แต่คราวนี้มันต้องตัดได้ ขนส่งได้ เมื่อบรรทุกอยู่บนรถ..ความสูงต้องไม่เกินห้าเมตร ความกว้างเต็มที่สามเมตรครึ่ง ชิ้นงานเพื่อการขนส่งจึงต้องตัดซ้ายตัดขวา ตัดบนตัดล่าง ต้องประกอบให้เสร็จได้ภายในสามวันครึ่งหลังจากเราทำมาประมาณหนึ่งเดือน วางแผนอีกหนึ่งเดือน... 


ชิ้นงานทุกส่วนต้องประกอบให้เสร็จเหมือนจริง เพื่อที่ดีไซเนอร์จะได้ตรวจสอบสัดส่วน ว่าได้ตามจินตนาการของเขาหรือเปล่า และตกแต่งจริงทั้งหมด ก่อนจะรื้อออกเป็นชิ้นๆ เพื่อการขนส่ง และนำไปประกอบใหม่ที่สถานที่จัดแสดง... 


สิ่งที่ท้าทายความสามารถของการสร้างงานชิ้นนี้ คือตัวอุโมงค์ที่คนเดินเข้าไป ภายในตกแต่งมีทั้งระบบเสียง แสง ระบบน้ำตกที่ตกทะลุลำตัว น้ำหนักมาก แต่การใส่ค้ำยันใส่ไม่ได้ตามอิสระ ต้องปรึกษากับผู้ออกแบบซึ่งเขายอมรับได้แค่ไหน" คุณณัฐวุฒิ กล่าว 



วัสดุโครงสร้าง-การเคลื่อนย้าย 

วัสดุส่วนใหญ่เป็นงาน เหล็ก แต่เพื่อให้น้ำหนักเบา ทีมงานใช้ โฟม ฉีด, แล้วไล้ผิวด้วย ปูนซีเมนต์ อีกครั้ง นอกจากเพื่อดีไซเนอร์ตกแต่งลวดลายเลียนแบบเปลือกไม้ได้ ยังเป็นผลดีเมื่อขนส่งอีกด้วย 

"ถ้าใช้ซีเมนต์ทั้งหมดจะเกิดปัญหาสองปัญหา คือ ในการขนส่ง ความยืดหยุ่นของตัวซีเมนต์มันน้อย อาจร้าว หรือทำให้ชิ้นงานเสียรูปได้ ซึ่งโฟมมีความยืดหยุ่นสูงกว่า น้ำหนักเบากว่า และเป็นครั้งแรกเหมือนกันที่โฟมถูกนำมาใช้กับงานจัดสวน ปกติจะเห็นโฟมพวกนี้อยู่ในตัวงานอุตสาหกรรมที่เขาใช้พ่นหลังคา เช่นเดียวกับวัตถุที่ดูเหมือนหิน นั่นคือหินเทียมที่เกิดจากการเอาดินผสมปูนซีเมนต์ผสมกาบมะพร้าว เพื่อให้ความรู้สึกเหมือนเป็นธรรมชาติ" คุณณัฐวุฒิ กล่าว 

สวน 'เดอะ รีไวทัล' เมื่อถอดเป็นชิ้น นับได้ประมาณ 50 ชิ้น ขนส่งด้วยรถเครน 5-6 คัน ประมาณ 20 เที่ยว จากพื้นที่เตรียมงานในซอยวัชรพลสู่ชาลเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ทีมงานถอดชิ้นส่วนต่างๆ และเริ่มเคลื่อนย้ายชิ้นงานวันที่ 25-26 ตุลาคมที่ผ่านมา ใช้เวลาสามวัน (27-29 ต.ค.) ประกอบชิ้นส่วนทั้งหมดให้เหมือนเดิม (และปลอดภัย) เพื่อให้พร้อมสำหรับการเปิดงาน บ้านและสวนแฟร์ 2553 ในวันที่ 30 ตุลาคม ผู้สนใจสามารถไปชม 'เดอะ รีไวทัล' ของจริงได้ภายในวันนี้ (7 พ.ย.) ซึ่งเป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน 


"ผมก็พยายามทำสิ่งที่เขา(คุณวรวุฒิ)ฝันให้เป็นไปได้มากที่สุด(หัวเราะ) เคยทำแต่ตึกใหญ่ๆ ปกติเราสร้างสิ่งที่มีแบบชัดเจน แต่เมื่องานทำงานที่เป็นศิลปะ เป็นสิ่งที่ไม่นิ่ง ก็สนุกดี" คุณณัฐวุฒิ กล่าวความรู้สึก 



'ข้อคิด' จากชิ้นงาน 

ในฐานะหนึ่งในผู้ปลุกปั้นงานชิ้นนี้ คุณณัฐวุฒิฝากข้อคิดไว้ว่า คนเราต้องรักในธรรมชาติ มนุษย์สร้างความสวยงามได้ทุกอย่าง จะสร้างสวนให้สวยแค่ไหนก็ได้ ด้วยวัสดุทดแทนหรือวัสดุเทียมหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่ทั้งหมดขาดจิตวิญญาณ ถ้าคนไม่รักษาธรรมชาติ เราก็ได้แต่เอาสิ่งเหล่านั้นมาเลียนแบบ "ในแง่นักจัดสวนรุ่นใหม่ ผมอยากให้เขากล้าที่จะออกนอกกรอบ ผมเชื่อว่าคนไทยเก่ง แต่บางครั้งความกล้าที่จะทำหรือโอกาสที่จะทำยังไม่มี งานชิ้นนี้น่าจะเปิดความกล้าของการจัดสวนสไตล์อื่นๆ กล้าจะคิดนอกกรอบ กล้าที่จะแสดงผลงานของตัวเองออกมา" 

สำหรับคุณวรวุฒิซึ่งอดตาหลับขับตานอนสร้างสรรค์งานจัดสวนชิ้นนี้ ในฐานะนักจัดสวนเขาเชื่อว่านักจัดสวนชาวไทยมีฝีมือแน่นอน แต่งานชิ้นนี้นอกจากสื่อให้ผู้เข้าชมงานเกิดความรักษ์ธรรมชาติ อ่อนน้อมต่อธรรมชาติ ยังเป็นความพยายามอย่างหนึ่งที่ต้องการแสดงให้เห็นว่า คนไทยทำงานเป็นทีมได้ไม่แพ้ชาวต่างชาติ 


"เราสามารถสร้างคอนเซปต์ของเราให้ทั่วโลกรู้ ว่างานลักษณะนี้คนไทยก็สามารถทำได้ ไม่ใช่ชาวต่างชาติอย่างเดียว ขึ้นอยู่กับความสามัคคี" 

////////////////////////// 


หมายเหตุ: ติดตามชมการสัมภาษณ์คุณ วรวุฒิ แก้วสุก และคุณ ณัฐวุฒิ วิวรรธนมาศ ในรูปแบบรายการโทรทัศน์ได้จากรายการ กรุงเทพวันอาทิตย์ ทาง Mango TV วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน 2553 เวลา 12.00-12.30 น. (ช่องทางรับชม Mango TV : ระบบ C Band, KU Band, เคเบิลทีวี, IPTV และเว็บไซต์ mangotv.tv) 




โดย: วลัญช์ สุภากร 
ที่มา: bangkokbiznews.com 
วันที่ 7 พฤศจิกายน 2553 

Views: 260

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service