กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์ POP ART-POP MAN


หากจะกล่าวถึงศิลปินเซเลบริตี้ที่เด่นดังที่สุดของเมืองไทย คงต้องยกให้ "โอ่ง-กงพัฒน์ ศักดาพิทักษ์" เป็นหนึ่งในนั้น

โอ่ง-กงพัฒน์ เป็นศิลปินแนวพ็อปอาร์ตที่ยามนี้ได้รับเชิญไปร่วมงานอีเวนต์มากมาย ประหนึ่งเซเลบริตี้ไฮโซฯระดับแถวหน้าที่ออร์แกไนเซอร์อยากให้ไปร่วมงานมากที่สุดคนหนึ่ง

ไม่ใช่ไปแค่ร่วมงานธรรมดา ๆ แต่โอ่ง-กงพัฒน์ ได้รับเชิญไปเสนอไอเดียในการสร้างสรรค์งานศิลปะธรรมดาที่ไม่ธรรมดาชนิดจัดตารางเวลาแทบไม่ทัน

เฉพาะอย่างยิ่งธันวาคมเดือนแห่งเทศกาล ดูเหมือนเขาจะมีคิวแน่นเอี้ยด ยิ่งกว่า ซุป'ตาร์ ที่ผลิตงานมือเป็นระวิง ทั้งงานประดิษฐ์ งานภาพวาด งานดีไซน์ที่ไปร่วมกับแบรนด์ดังอย่าง ISSUE ซีนิททอเรียล ล่าสุดตอบรับไปร่วมงาน Betrend Gift Idea Fest? 2011 ให้กับค่ายเดอะมอลล์ ออกแบบลายเสื้อรับปีกระต่ายและทำงานศิลปะรับปีกระต่าย

เขากลายเป็น "แบรนด์" ที่เป็นตัวแทนของความทันสมัย เป็นผู้สร้างสีสันให้กับงานอีเวนต์ที่ระยะหลัง นิยมนำงานศิลปะเข้าไปผนวกเพื่อสร้างความหลากหลายและต้องการดึงดูดให้คนร่วมงานมีส่วนร่วมมากยิ่งขึ้น

"คนไทยชอบมองข้ามสิ่งที่คุ้นตา ชอบมองว่าสิ่งเหล่านั้นเชย แต่สำหรับผมกลับมองว่า สิ่งพวกนั้นเก๋ไก๋"

...อย่างงานศิลปะที่ทำให้บีเทรนด์ก็ทำเป็นรูปปั้นกระต่ายแล้วติดสติ๊กเกอร์ที่เราเลือกมาจากรถขายสติ๊กเกอร์ เป็นสติ๊กเกอร์ ที่ติดตามรถสิบล้อ เลือกสีจัด ๆ สะท้อนแสง เลือกฟอนต์เก๋ ๆ พอเอามาผสมผสานกันแล้วทำให้สนุกขึ้น แปะสติ๊กเกอร์รอบ ๆ ให้เป็นศิลปะแนวแกรฟิตี้ ส่วนตรงตาทำเป็นโคมไฟ คืองานที่ทำต้องมีประโยชน์บ้าง ไม่ใช่ดิสเพลย์เฉย ๆ ผมเห็นร้านสติ๊กเกอร์พวกนี้แล้วเสียดายที่คนไม่ค่อยซื้อทั้งที่เขามีเสน่ห์ของเขา

โอ่ง-กงพัฒน์ เป็นศิลปินปลุกกระแสเทรนด์ศิลปะสไตล์โมเดิร์นอาร์ตในบ้านเรามากขึ้น หลังจากกระแสไลฟ์สไตล์ของผู้คนหันมาชื่นชอบการทำฮาวทูเกี่ยวกับศิลปะด้านต่าง ๆ รวมถึงความนิยมในงานพ็อปอาร์ต ซึ่งผลงานที่สร้างชื่อให้กับเขาคือการเป็นคอลัมนิสต์ Idea can do ในสุดสัปดาห์, การวาดภาพประกอบให้กับนิตยสารดัง ๆ และการรังสรรค์งานศิลปะให้กับออร์แกไนเซอร์ต่าง ๆ มากมาย

"เวลาจะทำงาน ผมจะคิดถึงความสนุกไว้ก่อน แต่ต้องคงคอนเซ็ปต์ในสิ่งที่คนนึกไม่ถึงนะ อย่างลูกปิงปองสไมล์ถ้านำมาจัดวางดี ๆ ก็กลายเป็นโคมไฟสวย ตุ๊กตาไดโนเสาร์นำมาแขวนให้ดูมีกิมมิก ทุกอย่างที่ทำล้วนมาจากแคเร็กเตอร์ของเรา ผมไม่ได้คิดแบบฝัน ๆ นะ การสร้างสรรค์สไตล์ผมจะเอาสิ่งที่ใกล้ตัวมาทำ และที่สำคัญเราจะทำงานซ้ำไม่ได้ คนถึงจะยอมรับงานของเรา"

ของบางอย่างที่คนเห็นว่าธรรมดา สำหรับเขาพอเห็นปุ๊บ ไม่ธรรมดา ไอเดียบรรเจิดในทันที อย่างชิ้นงานโมบายจากแว่นขยาย เขาคิดนำมาทำเป็นโมบายเพื่อใช้เลนส์ขยายสร้างความแปลกตา งานของเขาทุกชิ้นจึงขายดี ไม่ว่าจะเป็นงานประดิษฐ์ ภาพวาด รวมถึงงานแปลงของเก่าให้เก๋ ที่ได้รับความไว้วางใจจากบรรดาไฮโซฯ เซเล็บ ยอมขนกระเป๋าราคาเรือนแสนไปให้เขาเพนต์สี

"กระเป๋าเพนต์ส่วนมากเป็นคนรู้จัก ซึ่งเขาจะเอากระเป๋าเก่าแบรนด์เนมดัง ๆ มาให้เราเพนต์ลายสไตล์ของเรา คือผมเองเป็นคนชอบของเก่า ชอบสไตล์วินเทจ ชอบคลาสสิกพ็อปอาร์ต คนชอบสไตล์ผมก็จึงเอามาให้ทำ"

ไม่เพียงเขาจะเป็นศิลปินพ็อปอาร์ตที่งานรุ่งที่สุด ทว่าเขายังเป็นกลุ่มเทรนด์เซตเตอร์ หรือผู้นำเทรนด์แฟชั่นในบ้านเราด้วย

"ผมรู้ว่าอะไรจะอิน จะเอาต์ จากสัญญาณเตือนของผม ซึ่งบอกไม่ถูก แต่เรารู้สึกได้ อย่างในเรื่องของสี ปีหน้าสีจัด ๆ จะมาแรง เพราะเราดูแล้วว่าแบรนด์ที่ เรียบ ๆ มาเปลี่ยนแคแร็กเตอร์มาแนวนี้หมด ผมจะชอบดูเทรนด์เมืองนอก เป็นคนเริ่มอะไรก่อนคนอื่น อย่างกางเกงพับขาก็พับมานานจนเลิกพับแล้ว เพราะคนพับกันเยอะ แต่ก่อนใส่ถุงเท้าสี ๆ ซึ่งในตลาด หายากมาก ตอนนี้กลายเป็นว่าซื้อง่ายขายคล่อง ผมก็เปลี่ยนมาเล่นถุงเท้าลาย"

...ในเรื่องของแฟชั่น ปีหน้าต้องบอกว่า ความใหม่ไม่ค่อยมีแล้ว หมายถึงว่า พวกสไตล์อาวองการ์ดจะไม่มีแล้ว จะหันกลับไปนิยมสไตล์วินเทจ เสื้อผ้าหลวม ๆ จะกลับมา ส่วนกระแสของกลุ่มคนทำฮาวทู ตอนนี้หันมาทำพวกกรีนโปรดักต์ รีไซเคิลกันมาก ผมเองก็มีคิวไปสอนทำฮาวทู ประดิษฐ์อะไรเยอะ บางบริษัทจัดงานขอบคุณพนักงาน ขอบคุณลูกค้าก็มาเชิญเราไป บางทีก็เชิญไปเป็นกรรมการตัดสิน หรือไม่ก็ไปสอนตามอีเวนต์ที่เขาจะเวิร์กช็อปสนุก ๆ เราจึงเริ่มเป็นปรมาจารย์ไปแล้ว !

ชีวิตประจำวันของโอ่ง เริ่มต‰นกันด้วยความสนุกที่จะคิด สนุกที่จะทำ และสนุกที่จะ ช็อปปิ้งหาวัตถุดิบตามแหล่งต่าง ๆ

"ผมเป็นคนซื้อเสื้อผ้าบ่อยทุกอาทิตย์เลย ซื้อทั้งเสื้อผ้าและวัตถุดิบในการทำงานไปทั่วแหละครับ แต่ที่บ่อยคือ ตลาดไฟฉาย จตุจักร ตลาดรถไฟเสาร์-อาทิตย์นี่ไปบ่อยมาก บางทีไปเจอเสื้อลายสกอตตัวละ 50 บาท การเดินตลาดสำหรับผมกลายเป็นกิจวัตรที่ต้องทำ นอกจากนี้ยังแบ่งเวลา แต่งบ้านในช่วงวันหยุดเป็นประจำ ผมชอบเปลี่ยนโน่นนี่ตลอด บางทีแค่เปลี่ยนพรม อารมณ์ก็แตกต่าง"

ด้วยความขยันหาไอเดียใหม่ ๆ ทำให้ ไอเดียอันสุดบรรเจิดของเขาโดน ! และได้รับการตอบรับจากทั้งคนไทยและต่างชาติเสมอ ซึ่งผลสะท้อนกลับที่ทำให้เขาเห็นก็คือ ผลงานการลอกเลียนแบบกระเป๋ารุ่นบลอสซั่มแบ็ก กระเป๋าจับลายดอกไม้ลอยตัว ที่มีผู้ผลิตในจีนนำไปลอกเลียนแบบเรียบร้อยแล้ว แถมส่งกลับมาขายในบ้านเราอีกด้วย

"สินค้าเราขายไม่แพงนะเราขายราคาคนไทย อย่างโคมไฟ 2-3 พันบาท เสื้อ ทีเชิ้ตประมาณ 500 บาท กลุ่มซื้อจะเป็นพวกไฮโซฯ เด็กวัยรุ่น ดารา โลโซก็ยังมาซื้อเลยนะ คือเราไม่อยากตั้งราคาแพง เพราะอยากให้คนได้เสพงานศิลปะในราคาไม่แพงบ้าง (หัวเราะ)"

หลักในการทำงานของโอ่ง-กงพัฒน์ ว่าไปไม่มีอะไรมาก เขาบอกว่า

"ผมจะแอนตี้ในสิ่งที่คนนิยมกันเยอะ ใครนิยมใช้อะไรกัน ผมจะไม่ใช้ อย่างมือถือคนเห่อใช้บีบี แต่ผมใช้แบบง่าย ๆ ผมเป็นคนไม่ให้เวลากับเทคโนโลยีมากมาย แค่เป็นช่วงจังหวะหนึ่งก็พอ เอาเวลาไปมองหาไอเดียอื่น ๆ ดีกว่า...ชีวิตผมไอเดียไม่เคยตัน สำคัญคือ ไม่มีใครช่วยมากกว่า เพราะผมเป็นคนชอบลงมือเอง ผมคิดว่า คนที่รู้ใจผมมากที่สุดก็คือผมเอง"

ส่วนปีหน้าปีกระต่าย ใครจะว่าดีหรือไม่เขาไม่สน เพราะโอ่ง-กงพัฒน์ มีคาถาประจำกายที่เขียนติดไว้ในสมุดไดอารี่ของ ปี 2554 เอาไว้แล้ว เพื่อให้กำลังใจกับตัวเองว่า

"ปีทองของฉัน ๆ !"


โดย: ณฐกร ขุนทอง 
ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ / 09 ธันวาคม 2553

Views: 3063

Reply to This

Replies to This Discussion

happy new year ka พี่โอ่งงง กริ๊ดดดดดดด

RSS

© 2009-2022   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service