Marie Antoinette: เสื้อผ้าบ่งบอกวิถีชีวิต

 
เรื่องที่ทำให้ฉันมีความสุขมากที่สุดในช่วงนี้ เห็นจะไม่มีอะไรเกินไปกว่าการได้ดูหนังเรื่อง Marie Antoinette ฉบับ Sofia Coppola! 

ฉันรู้ๆ คุณคงจะคิดว่าเพิ่งจะได้ดูเหรอเนี่ย หนังมันฉายมาหลายปีแล้วนะ ก็คงเหมือนอย่างที่เพื่อนเคยพูด “บางครั้งฉันก็พลาดอะไรไปอย่างไม่น่าเชื่อ” ซึ่งบางทีฉันก็เคยถามตัวเองเหมือนกันว่า ตอนนั้นเรามัวไปทำอะไรอยู่? 

ฉันจำความรู้สึกในช่วงเวลาที่ตัวเองตามล่าหาหนังเรื่องนี้ได้ไม่มีวันลืม ในตอนที่รู้ตัวว่าอยากดูทุกอย่างในหนังเรื่องนี้แทบขาดใจ ตั้งแต่เนื้อเรื่องในแบบของผู้กำกับหญิงคนเก่ง Sofia Coppola ดู Kristen Dunst ดาราขวัญใจ เล่นเป็นเจ้าหญิงผู้สง่างามและมีสไตล์เป็นเลิศ และประเด็นสำคัญสุด นั่นก็คือการเพลิดเพลินกับเสื้อผ้าสวยๆในเรื่อง ก็เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่ไม่เหลือดีวีดีหนังเรื่องนี้ ในทุกๆที่ที่ฉันออกเสาะหา และแน่นอนยิ่งยาก ฉันก็ยิ่งอยาก.. และรอคอยมากขึ้น 

จนในที่สุดก็สมหวัง(จากคนใจดีที่แบ่งปันให้ยืม ขอบคุณค่ะ!) และสิ่งที่ตามมาตอนเปิดดูก็คือ ฉันแทบไม่อยากจะกระพริบตา เพราะกลัวว่าตัวเองจะพลาดกับความสวยงามของเสื้อผ้าอันวิจิตรตระการตาตรงหน้า กระทั่งถึงขนาดรู้สึกว่าอยากให้ตัวเองกลับไปเกิดเป็นคนในยุคนั้นซะจริงๆ นี่ถ้ามีเครื่องไทม์แมชชีนย้อนเวลาได้ ฉันคงสนุกสนานกับการใส่ชุดคอร์เซ็ตรัดรูปและกระโปรงบานราวกับเจ้าหญิงเหลือล้นอย่างไม่ต้องสงสัย 

แต่เหนือสิ่งอื่นใด สิ่งที่ฉันตระหนักได้หลังจากดูหนังเรื่องนี้ก็คือ ”เสื้อผ้าเกี่ยวข้องกับชีวิตคนเราอย่างแยกไม่ได้ เสื้อผ้าคือเครื่องสะท้อนวัฒนธรรม ความเป็นไปในชีวิต และความรู้สึกนึกคิดของผู้คนในยุคสมัยนั้นๆ” 

ลองย้อนกลับไปในอดีต ยุคก่อนประวัติศาสตร์ ตอนนั้นผู้คนยังไม่รู้วิธีการทำแพทเทิร์น ไม่รู้เทคนิคการทำเสื้อผ้าออกมาเพื่อความสวยงาม ขอเพียงแค่มีเสื้อผ้าปกปิดร่างกายและให้ความอบอุ่นได้ก็เพียงพอ ลักษณะของชุดที่ใส่ตอนนั้น เลยเป็นเหมือนผ้าคลุมผืนใหญ่ ที่นำมาเจาะคอและสวมทับลงไปง่ายๆ แต่ถึงยุคต่อๆ มา ที่คนเราเริ่มรู้จักการสร้างโครงเสื้อและต้องการความสวยงามมากขึ้น พร้อมๆ กับที่ผู้คนฉลาดและมีพัฒนาการมากขึ้นเรื่อยๆ เสื้อผ้าก็เปลี่ยนรูปโฉม กลายเป็นชุดกระโปรงยาวตัวหลวม จากนั้นก็ค่อยๆ พัฒนาขึ้น 

 

 

 

 


กระทั่งมาถึงขีดสุดแห่งความหรูหราฟู่ฟ่า ในยุค Marie Antoinette ราชินีที่หลงใหลแฟชั่นและความงดงามของเสื้อผ้าอาภรณ์และเครื่องประดับ เธอคือตัวแทนแห่งความสุขและการใช้ชีวิตหรูหราในยุคก่อนสงคราม เรื่องราวเกี่ยวกับตัวเธอในแง่มุมอื่นๆ ฉันอาจไม่รู้ แต่สิ่งที่ฉันรู้แน่ๆ ก็คือเธอได้กลายเป็น Style icon ด้านการแต่งตัวสำหรับฉันไปเรียบร้อยแล้ว 

ส่วนอิทธิพลของเสื้อผ้าที่ฉันบอกว่า สะท้อนถึงวิถีชีวิตของผู้คนนั้นเห็นได้อย่างชัดเจนที่สุด ก็คือยุคสมัยแห่งการเปลี่ยนแปลง ในยุคหลังๆ เมื่อผู้หญิงเริ่มออกจากบ้านไปไหนมาไหนมากขึ้น การใส่กระโปรงที่ทั้งบานและยาวลากพื้น ดูเหมือนจะไม่ค่อยสอดคล้องกับการใช้ชีวิตจริงๆ ความบานของกระโปรงจึงค่อยๆหดลง กระทั่งกลายมาเป็นการใส่กระโปรงสั้น และต่อมากลายมาเป็นการเริ่มต้นใส่กางเกงของผู้หญิง ที่มีมาตั้งแต่ยุคหลังสงคราม หลังจากต้องออกมาทำงานหาเลี้ยงตัวเองและครอบครัว ทำให้ผู้หญิงต้องการความคล่องตัว ในขณะเดียวกันก็เป็นการแสดงออกให้เห็นถึงความเข้มแข็งภายในของสาวๆ 

นอกจากนี้ด้วยเหตุผลของการเข้าสู่ยุคแห่งความแร้นแค้นจากภาวะสงคราม ก็ส่งผลให้เสื้อผ้าลดทอนความซับซ้อนและหรูหราลง จนกลายเป็นต้นแบบของเสื้อผ้าลำลอง หรือเสื้อผ้าสำเร็จรูป (Ready to wear) ที่มีให้เห็นกันมาจนถึงปัจจุบัน หากเปรียบเทียบกันแล้ว จะเห็นว่าเสื้อผ้าเป็นตัวแทนที่บอกความเป็นไปของยุคสมัย ตั้งแต่ยุคแห่งความหรูหราก่อนสงคราม ยุคแห่งความหดหู่และเข้มแข็งระหว่างการรบ ไปจนถึงยุคทางเลือกในปัจจุบัน 

และแม้กระทั่งทุกวันนี้ ความนิยมด้านเสื้อผ้าที่แตกต่างกันในแต่ละซีกโลก ยังบอกเราได้ถึงความแตกต่างหรือคล้ายคลึงในวิถีชีวิตของผู้คน เห็นไหมคะว่าเสื้อผ้าไม่ได้เป็นเพียงแค่สิ่งของปกปิดร่างกาย หรือแค่เศษผ้าที่นำมาต่อรวมกันเพื่อให้ความอบอุ่น 

“เสื้อผ้าคือตัวตน คือวิถีชีวิต คือพัฒนาการของมนุษย์” เลยต่างหาก 




โดย: ตรีรชา ตรีเพชรสมาคุณ 
ที่มา: bangkokbiznews.com / 27 มกราคม 2554

Views: 267

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service