หลังอำลาอาชีพสาวออฟฟิศ และธุรกิจไวน์เนอรี่ที่ออสเตรเลีย เป็นเวลา 7 เดือนแล้ว ที่ ก้อย - บุษกร วรรณอุ่น หาที่ทางรองรับงานศิลปะของศิลปินไทยและทดแทนความฝันในวัยเด็กที่อยากเรียนศิลปะ แต่โอกาสไม่เปิดทางให้ ด้วยการเปิด ก้อย อาร์ต แกเลอรี่ (Koi Art Gallery) ขึ้นในซอยสุขุมวิท 31
แม้จะเป็นแกลลอรี่ที่ไม่เน้นคอมเมอร์เชียล และต้องการส่งเสริมศิลปินที่มีฝีมือดี ให้ได้มีโอกาสแสดงผลงานมากกว่า แต่ด้วยสเปชที่ถูกใจศิลปิน และเน้นการทำงานร่วมกันฉันท์พี่น้อง ทำให้แกลเลอรี่ของเธอถูกจองคิวไปถึงปลายปี 54
เป็นครั้งแรกที่หันมาทำธุรกิจด้านศิลปะ อุปสรรคที่เจ้าของแกลเลอรี่คนสวยพบเจอก็คงไม่แตกต่างเจ้าของแกลเลอรี่รายอื่นๆนั่นคือ คนไทยที่เสพศิลปะยังถือเป็นคนกลุ่มน้อย
“ มีแค่กลุ่มๆหนึ่งที่ชอบศิลปะ แต่ไม่เยอะ ลูกค้าก้อยจะเป็นคนต่างชาติเยอะ คนไทยก็มีแต่แค่ 20 เปอร์เซ็นต์ นอกนั้นต่างชาติหมดเลย
ก้อยอยากจะให้คนไทยช่วยคนไทยด้วยกัน เวลาไปเที่ยวไหน คนบ้านเราจะเน้นไปสังสรรค์ ไปผับ ไปนั่งกินเหล้ากัน แต่คนต่างประเทศ เขาไปแกลเลอรี่ ไปดูศิลปะ ต่อจากนั้นเขาจะไปไหนก็เรื่องของเขา แต่ถ้าที่ไหนมีอาร์ตแกลเลอรี่เขาให้ความสนใจ
ศิลปะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่คนอาจจะไม่รู้ตัวเลย เสื้อผ้าที่เราใส่ก็เป็นศิลปะ เป็นการออกแบบอย่างหนึ่ง และประเทศเรามีศิลปะดั้งเดิมของเราที่มีเอกลักษณ์ เมืองไทยมีศิลปินเก่งๆเยอะมาก แต่ว่าทำไมคนมองเห็นน้อยจัง ไม่เข้าใจ”
แม้เครื่องหมายคำถามยังคงเด่นชัดอยู่ในความคิด แต่คนชื่อก้อยยืนยันว่าจะสู้ไม่ถอย และพร้อมที่จะแรงเชียร์อันสำคัญให้กับศิลปินไทยต่อไป
“ในอนาคตประเทศเราไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร แต่ก้อยอยากเห็นอาร์ตติสต์คนไทยไปเติบโตที่ต่างประเทศ มีชื่อเสียงเหมือนกับที่อาร์ตติสต์ต่างประเทศมีชื่อเสียงไปทั่วโลก คนไทยเราทำได้ แต่เราต้องมีช่องทาง มีโอกาสให้เขา
ถ้าก้อยสามารถเป็นสะพานให้อาร์ตติสต์ตคนไทยเดินไปถึงจุดนั้นได้ก็ดี ก้อยจะทำให้ดีที่สุด ณ วันนี้ก้อยก็แฮปปี้ เพราะได้ทำในสิ่งที่รัก อยู่แกลเลอรี่แล้วมีความสุข ถึงบางวันลูกค้าเข้ามา ไม่ได้มาซื้อ แค่มานั่งคุย มันทำให้เรามีความสุข”
เป็นเพราะผู้ไปเยือนล้วนแต่เป็นผู้ที่ชอบในสิ่งที่เธอชอบ และเห็นด้วยในสิ่งที่เธอทำ

โดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 10 พฤศจิกายน 2553
Tags:
-
▶ Reply to This