ถนนคนเดิน ทางเดินความคิดสร้างสรรค์

 


ตัวอย่างของการกระตุ้นต่อมความคิดสร้างสรรค์ อยู่รอบตัวและหาได้ไม่ยากและก็ไม่ได้ไกลเกิน อย่าง ถนนคนเดิน วันอาทิตย์ที่เชียงใหม่ 


ในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ หรือ TCDC พยายามชูประเด็นเรื่อง Creative Economy และพร้อมๆ กับการพัฒนาแนวคิดเรื่องกรุงเทพฯ เมืองสร้างสรรค์ แล้วพยายามคิดว่ากรุงเทพฯ ควรจะมีหน้าตาเป็นอย่างไร ซึ่งก็เรียกได้ว่าเป็นความพยายามที่ดีน่าเอาใจช่วย แต่ผมคิดว่า ตัวอย่างของการกระตุ้นต่อมความคิดสร้างสรรค์ มันอยู่รอบตัวและหาได้ไม่ยากและก็ไม่ได้ไกลเกิน อย่าง ถนนคนเดิน วันอาทิตย์ที่เชียงใหม่ ก็น่าจะเป็นตัวอย่างที่ดีได้ 

เส้นทางจาก ประตูท่าแพ จนถึง วัดสิงห์วรมหาวิหาร คือ ถนนราชดำเนิน ชื่ออย่างเป็นทางการของถนนสายนี้ แต่เมื่อถึงช่วงเย็นๆ ของวันอาทิตย์ ถนนสายนี้จะกลายสภาพเป็น ถนนคนเดิน ที่คนเชียงใหม่เปิดพื้นที่ไว้ใช้อวดโชว์ผลงานที่แสดงถึงกระบวนการสร้างสรรค์ทางความคิด และต่อยอดงานศิลปะ จิตรกรรม งานแกะสลัก ภาพถ่าย ดนตรี อาหาร เสื้อผ้า กระเป๋า และผลิตภัณฑ์ต่างๆ 

ซึ่งทั้งหมดนั้น ไม่ใช่เป็นเพียงสินค้าที่วางขายให้นักท่องเที่ยวเลือกชมเท่านั้น 

แต่หากสินค้าเหล่านี้ เกิดจากกระบวนการการท้าทายทางวัฒนธรรมความคิดของโลกท้องถิ่นกับกระแสโลกาภิวัตน์ ความเป็นตะวันออกกับตะวันตก โลกอนาล็อกกับโลกดิจิทัล ที่ผสมปนเปจนกลายเป็น 'สิ่งใหม่' ให้นักท่องเที่ยวเลือกเสพ 

ซึ่งในอีกด้าน เยาวชนในท้องถิ่นก็ได้เรียนรู้กระบวนการทางความคิดเหล่านี้จาก 'ถนนคนเดิน' ที่มีการสร้างสรรค์สิ่งแปลกๆ ใหม่ๆ การท้าทายของตลาดที่มีการแข่งขัน การหล่อหลอมความรู้จากคนในชุมชนและครอบครัวที่พยายามสร้างผลิตภัณฑ์มาขายในถนนคนเดินนี้ 



ในแง่ของการเดินทางของนักท่องเที่ยว การเดิน'ถนนคนเดิน' เราจะได้รับเห็น รูปลักษณ์ของความเป็นท้องถิ่น ภาพงานศิลปะหลากหลายแขนง ทั้งภาพถ่ายซึ่งได้ตัวตนของอารยธรรมดั้งเดิมอย่างล้านนา ผ่านภาพวัดวาอารามที่มีกลิ่นอายของศิลปะล้านนา ภาพถ่ายรอยยิ้มของเด็กๆ ชาวเชียงใหม่ อารมณ์ขัน ความสนุกที่ปนเปื้อนในภาพถ่าย ใส่กรอบไม้หรือในรูปแบบโปสการ์ด ภาพวาดสีน้ำมันรูปวิถีชีวิตของชาวเชียงใหม่ หรือแม้กระทั่งของกระจุ๊กกระจิ๊กต่างๆ ที่พยายามตอบโจทย์ความต้องการของนักท่องเที่ยว 

และหากคุณต้องการลิ้ม 'รส' อาหารใน 'ถนนคนเดิน' ก็มีความหลากหลายให้เลือกชิม ตั้งแต่ผับบาร์ อาหารไทยประยุกต์ ฝรั่ง หรืออาหารจีนอย่างปอเปี๊ยะ ขนมจีบ อาหารไทยชื่อจีนอย่าง 'ขนมจีน' หรือจะเป็นอาหารตำราโบราณล้านนาอย่าง 'ไข่ป่าม' ที่เราไม่ค่อยรู้จัก หรือที่คุ้นหูคุ้นรสชาติดีอย่าง น้ำพริกหนุ่ม ไส้อั่ว แคบหมู ก็มีให้เลือกชิมได้จนอิ่มตลอดสองข้างทาง 

ในด้านของ กลิ่นอายความเป็นเชียงใหม่ คือจากแบบจารีตสู่ความทันสมัย เราเห็นได้จากความน่ารักและโรแมนติกของวิธีการสื่อสารของคนขายที่ชักจูง โน้มน้าวให้เราอยากซื้อของต่างๆ ด้วยสำเนียงเหนือแบบ 'อู้กำเมือง' ช้าๆ เอื้อนๆ 
นอกจากนี้ กลิ่นอายของความน่ารักของงานศิลปะร่วมสมัยแบบเชียงใหม่ ส่งผ่านให้เราได้กลิ่นจากกลุ่ม งานไม้เล็กๆ ที่ประยุกต์เป็นนามบัตร พวงกุญแจประดิษฐ์ ตุ๊กตาผ้าที่ใช้ลวดลายผ้าไทย หรือแม้กระทั่งที่ติดตู้เย็นที่แสดงอัตลักษณ์ของเชียงใหม่ 

และที่สำคัญอีกอย่าง สำหรับ 'ถนนคนเดิน' ของเชียงใหม่ คือเรื่อง ดนตรี 'เสียง' ที่เราจะได้ยินเป็นระยะสลับกันไปของบรรดาพ่ออุ๊ยแม่อุ๊ยรุ่นใหญ่ขับเพลงพื้นเมือง รุ่นเล็กที่ผสมจังหวะสกา ฮุ่ยๆ ฉึกๆ จนถึงรุ่นทดลองที่โชว์ความสามารถเครื่องดนตรีแบบต่างๆ ไปตลอดทางนั้น นับเป็นเสียงที่แสดงถึงการผสมผสานและการเรียนรู้ที่จะแปรเปลี่ยนต้นทุนทางวัฒนธรรมของล้านนากับความทันสมัยของโลกยุคดิจิทัล 

หน้าตาของงานเพลงท้องถิ่นที่อยู่ในรูปแบบซีดีของค่ายยักษ์ จึงเป็นตัวอย่างที่ดีของต้นทุนทางวัฒนธรรมแบบล้านนา ที่ขายได้ในโลกของการท่องเที่ยว ซึ่งนั่นก็ได้สร้างบรรยากาศให้ค่ำคืนของถนนคนเดินให้คึกคักม่วนหลายขึ้นไปอีก 



แม้ว่าที่กรุงเทพฯ หรือที่ไหนๆ ในแหล่งท่องเที่ยว จะมีตลาดถนนคนเดินเหล่านี้อยู่ทั่วไปอีกมากมาย แต่ข้อต่างที่ทำให้ถนนแต่ละแห่งสร้างสรรค์ได้มากน้อยแตกต่างกัน คือ กระบวนการทางวัฒนธรรมที่ฝังตัวในชุมชน
เพราะตลาดหลายๆ แห่งที่แตกต่างจากเชียงใหม่นั้น ไม่ได้เริ่มจากการผลิตในชุมชน 

'ของขาย' หลากๆ ที่ โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มักไม่ได้กระตุ้นการผลิตขึ้นในครัวเรือนหรือภายในท้องถิ่นนั้นๆ 
หากแต่เป็น 'ของขาย' ที่รับส่งต่อๆ กันมาจากแหล่งใหญ่ๆ ไม่กี่แหล่ง ที่มักไม่ไกลกว่าจตุจักร 
ทำให้ 'ของขาย' หลายๆ แหล่งที่กรุงเทพมหานครจะพยายามสร้างถนนคนเดิน ก็มักไม่สำเร็จ 

เพราะของที่นำมาขายๆ กัน มักจะได้ไม่ต่างจากศูนย์การค้า และก็มีหน้าตาที่ไม่ได้แตกต่างตามสถานที่ที่ตั้งกันมากนัก 
ฉะนั้น 'ถนนคนเดิน' สำหรับคนเชียงใหม่ คือ กระบวนการเรียนรู้และการต่อยอดความคิดในท้องถิ่นผ่านต้นทุนทางวัฒนธรรมที่มีอยู่ 

แต่สำหรับนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ที่นอกเหนือจากการชอปปิงอย่างสบายใจแล้ว ถนนคนเดินสายนี้ คือตัวอย่างของการเรียนรู้ในเรื่องความคิดสร้างสรรค์และการสร้างแรงบันดาลใจ...ที่ฝังตัวในชุมชนที่ทรงพลังยิ่ง



ที่มา: bangkokbiznews.com วันที่ 15 พฤศจิกายน 2553 

Views: 7

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service