เปิดใจ "พิธีกรคู่ขวัญ" ออสการ์ปี 2011


เจมส์ ฟรังโก และ แอนน์ แฮทธาเวย์ เปิดใจถึงงาน พิธีกรคู่ ก่อนถึงวันปฏิบัติงานจริง บนเวทีรางวัลออสการ์ 2011 เวลาเช้าวันจันทร์ 28 ก.พ.ศกนี้

 

เวทีรางวัลอคาเดมี อวอร์ดสหรือออสการ์ปีนี้ สำหรับผลงานภาพยนตร์ในสหรัฐอเมริกา ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา จะมีงานประกาศผลและมอบรางวัลแด่ผู้ชนะ ในเช้าวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ศกนี้(ตามเวลาประเทศไทย) โดยมี “พิธีกรหลักประจำเวที” เป็น เจมส์ ฟรังโก และ แอนน์ แฮทธาเวย์ เป็น “พิธีกรคู่” แบบแหวกธรรมเนียมเก่า ด้วยการเป็น พระเอก นางเอก ที่ยังอ่อนเยาว์ เมื่อเทียบพิธีกรเวทีออสการ์ในปีที่ผ่านๆมา ซึ่งถ้าไม่ใช่ดาวตลก ดาวทอล์คโชว์ก็จะเป็นดารารุ่นใหญ่


เจมส์ ฟรังโก พระเอกวัย 32 หนุ่มหล่อที่ทำให้ชีวิตสาวใหญ่สดชื่นขึ้นมาอีกครั้งในหนัง Eat,Pray, Love.   เขาโด่งดังจากบทคู่ปรับของสไปเดอร์แมนใน Spider-man 1-3 และบทคู่รักของฌอน เพนน์ ใน Milk และบทนักปีนเขาที่เกือบเอาชีวิตไม่รอด ในหนัง 127 Hours ซึ่ง เขาได้เข้าชิงออสการ์สาขา นักแสดงนำชายยอดเยี่ยมในปีนี้ด้วย


แอนน์ แฮทธาเวย์ ฉายแววเจิดจรัสจากหนังวัยรุ่น Princess Diary จนถึงประชันฝีมือรุ่นใหญ่ใน  Devil Wears Prada   และเคยเข้าชิงออสการ์มาจากหนัง Rachel Got Married ปีนี้เธออายุ 28 แล้ว และจะเป็นพิธีกรหลัก ที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ออสการ์


ทั้งสองเปิดปากให้สัมภาษณ์กับนิตยสาร ฮอลลีวู้ด รีพอร์ตเตอร์ ไม่กี่วันก่อนถึงวันทำหน้าที่จริงบนเวที

@แอนน์ คุณเคยปฏิเสธที่จะรับงานพิธีกรออสการ์ แต่เมื่อรู้ว่าเจมส์ตอบตกลง คุณจึงยอมรับงานนี้?
แฮทธาเวย์ : ก็เหมือนกับเจมส์น่ะค่ะ ตอนแรกฉันแบบว่า ตกใจ รีบตอบ “no.” เป็นอย่างแรก เพราะคิดแต่ว่าฉันคงไม่เหมาะหรือทำได้ไม่ดีแน่ๆ แต่บรู๊ซ (โคเฮน) ค่อนข้างจะละเอียดกว่าที่ฉันคิด เขากลับมาชวนฉันอีก หลังจากที่ฉันรับงานพิธีกรในรายการ Saturday Night Live (พ.ย.2010) และเริ่มสนุกกับงานพิธีกรและการได้ร้องเพลงเต้นรำหน้าฉากอะไรแบบนั้น บรู๊ซบอกฉันว่า เจมส์ ฟรังโก ยอมรับงานออสการ์แล้วนะ ฉันรู้สึกว่าบรู๊ซกล้ามากและก็อยากจะทำอะไรที่แหวกขนบเดิมๆ แต่ฉันก็มัวแต่กลัวว่าจะทำพลาด แต่ถ้าไม่ต้องยึดขนบแล้วมันก็ไม่มีทางผิด คือมันก็อาจจะผิดหรือพลาดแต่มันการพลาดในวิถีใหม่ๆ อ่ะ (หัวเราะ)


@ทางโปรดิวเซอร์จัดให้พวกคุณ “ต้อง” ดูหนังทั้ง 10 เรื่องที่เข้าชิงสาขาภาพยนตร์ยอดเยี่ยมปีนี้หรือเปล่า?
 แฮทธาเวย์ : เหมือนในหนัง A Clockwork Orange  (ของสแตนลีย์ คิวบริก) น่ะเหรอ ที่เขาจับเรามัดติดเก้าอี้ ถ่างตา บังคับให้เราดูจนจบน่ะเหรอ? (โว้ว แสดงว่าน้องแอนน์ เป็นคอหนังคัลต์คลาสสิกเหมือนกันนะเนี่ย)


@เปล่าๆ แต่ประมาณว่า เอ่อ จะเป็นพระคุณมากเลยนะ ถ้าพวกคุณได้ดู Winter’s Bone (หนึ่งในหนังชิงที่ฉายในโรงจำกัด)
 แฮทธาเวย์ : เราก็ถูกคาดหวังให้ทำอย่างนั้นอยู่แล้วค่ะ และฉันกับเจมส์ก็เป็นสมาชิก(หนึ่งในเกือบหกพันคน) ของอคาเดมี เพราะงั้นเราควรต้องได้ดูหนังทุกเรื่อง (และเสนอชื่อเข้าชิง พร้อมกับลงคะแนนตัดสินแบบโหวตลับ)ด้วย


 @แอนน์ คุณโหวตให้เจมส์ หรือเปล่า (สาขานักแสดงนำชายยอดเยี่ยม)
แฮทธาเวย์ :
  อันที่จริง บัตรลงคะแนนน่ะ เขียนจ่าหน้าไว้เลยว่า “ข้อห้ามสำคัญ ห้ามบอกชื่อที่คุณโหวต โดยเฉพาะห้ามบอกฮอลลีวู้ด รีพอร์ตเตอร์ (หัวเราะ) แต่ฉันเป็นแฟนตัวยงของเจมส์เขาอยู่แล้ว


@ตอบแบบนักการเมืองเลยนะเนี่ย ถามถึงงานเวทีรางวัลดีกว่า คุณมีส่วนร่วมกับการวางแผนการแสดงบนเวทีหรือคิวต่างๆบ้างไหม?
แฮทธาเวย์ : มีคนคิดไว้เสร็จสรรพตั้งแต่ตอนที่เราถูกทาบทามให้มาเป็นพิธีกรแล้วค่ะ เราได้เห็นรูปแบบของตัวงาน และก็ทำความเข้าใจกับแนวคิดเบื้องหลังของตัวงาน เราไม่ใช่คนเขียนมุขหรือเขียนบทเวที แต่เราจะคุยและก็คิดร่วมกับมือเขียนบทของงานอีกที เพื่อดูว่าอะไรเหมาะไม่เหมาะ
การเล่นตลกแบบสดๆ แบบนี้มันน่ากลัวมากที่สุดสำหรับฉันเลยล่ะ เพราะเวลาเล่นบทตลกในหนัง มันจะเป็นไปตามบทของตัวละครนั้นๆ อยู่แล้ว แต่การจะมายืนเดี่ยวหน้าไมค์ ปล่อยมุขแบบงานนี้ หินมากค่ะ


@คุณได้คำปรึกษาดีๆ จากใครบ้างไหม?   
แฮทธาเวย์ : อเล็ค บอลด์วินค่ะ ฉันเพิ่งเจอเขาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน เขาบอกว่า “จำไว้อย่างว่า งานนี้ไม่เกี่ยวกับตัวตนของเธอเลย”  


ฟรังโก้ : ผมคุยกับ จอน สจ๊วร์ต เขาเป็นพิธีกรมาสองครั้ง (2006 และ 2008) ซึ่งเขาบอกว่าตอนที่ทำงานนั้น เขารู้สึกพิลึกอยู่เหมือนกัน เพราะเขาไม่ใช่คนในโลกภาพยนตร์โดยตรง เขาเป็นพิธีกรรายการทอล์คโชว์ เป็นตลกหน้าเวที แล้วต้องมาทำหน้าที่พิธีกรเกี่ยวกับหนังให้คนในวงการดู เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนนอก เพราะงั้นเขาจึงบอกว่าเราสองคนเอาตัวรอดได้อยู่แล้วล่ะ เพราะเราเป็นคนในวงการนี้ด้วย แต่ผมกลับรู้สึกเป็นคนนอกเหมือนกันนะ


@แต่คุณได้เข้าชิงด้วยนะ ไม่รู้สึกว่าเป็นคนในมากขึ้นเลยหรือ 
ฟรังโก้ : อ๋อ ใช่ ผมลืมไป


@รู้สึกกดดันน้อยลงหรือยัง?
ฟรังโก้ :
 เอ่อ ทุกคนกล้าพูดได้เต็มปากว่า โคลิน เฟิร์ธ (จาก The King’s Speech) ต้องได้ออสการ์แน่นอน ผมก็ยอมรับเรื่องนี้ด้วยนะ พอได้เป็นพิธีกร ทำให้ผมรู้สึกโล่งขึ้นในการไปงานออสการ์คราวนี้


@ พิธีกรคนก่อนๆทำวีรกรรม(แสบ)ไว้เยอะ เช่น ริคกี้ เกอร์เวส์ สร้างศัตรูไว้หลายคนในงานลูกโลกทองคำปี 2005 และ คริส ร็อค ก็ล้อเลียน จู๊ด ลอว์ ในงานออสการ์ แถมยังล้อเลียนท่าทางในหนังของลอว์ทุกเรื่อง มีหลายคนบอกว่า ร็อคฆ่าลอว์เห็นๆ พวกคุณมีแผน(แสบ)ไหม?
แฮทธาเวย์: ฉันหวังว่า คริส ร็อค จะไม่เคยทำแบบนั้นกับฉันนะ ฉันรับรองได้เลยว่าถ้าคุณมองหาคนที่จะล้อใครแรงๆแบบนั้น พวกเราไม่ใช่พิธีกรในฝันของคุณแน่ๆ ฉันคิดว่ามุขตลกแรงๆแบบนั้นทำยากนะ และฉันก็ไม่คุ้นเคยกับมันด้วยสิ และคงไม่สะดวกใจที่จะเล่นด้วย  แต่ฉันก็คงไม่ใช่แนวซีเรียสจ๋านะ ก็ฉันเป็นพิธีกรหลักที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์งานออสการ์ ฉันไม่มีภารกิจที่จะต้องทำตัวปากจัด เสียดสีคนอื่น และฉันไม่มีสิทธิที่จะทำเช่นนั้นเลยด้วย


ส่วน เหตุผลในการเลือก “พิธีกรคู่หนุ่มสาว” คู่นี้ บรู๊ซ โคเฮนและดอน มิสเชอร์ โปรดิวเซอร์งานรางวัลออสการ์ ให้คำตอบไว้ว่า เพื่อให้เข้ากับ “ธีม” หลักของงานเวทีรางวัลปีนี้ที่เน้นการ “นำพาผู้ชมสัมผัสและรับชมประวัติศาสตร์ภาพยนตร์” ซึ่งจำเป็นต้องได้คนดำเนินรายการที่เปี่ยมพลังร่าเริงนั่นเอง


เขาและเธอจะทำหน้าที่ได้ “แจ่ม” โดนใจผู้ชม เหมือนบทบาทในจอเงินหรือไม่ ติดตามชมได้ในงานพิธีประกาศผลและมอบรางวัลออสการ์ครั้งที่ 83 จัดที่ โกดัก เธียเตอร์ ลอสแองเจลีส สหรัฐอเมริกา เริ่มเวลาประมาณ 8.00 น. ในเช้าวันจันทร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2011 (ตามเวลาประเทศไทย) 
 
........

@“ออสการ์ ทวีต”
ในยุคเครือข่ายสังคมออนไลน์ หนัง The Social Network เป็นตัวเต็งชิงภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ทั้งที ผู้จัดงานออสการ์ (ที่จัดมาชั่วลูกชั่วหลาน) แล้ว ก็ปรับตัวรับกระแส จึงมีคำถามว่า พิธีกรหนุ่มสาวสองคนนี้ จะ “ทวีต” ผ่าน Twitter ให้ชุมชนออนไลน์ได้รู้ความเคลื่อนไหวของงานสดๆ ด้วยหรือเปล่า

 
ซึ่ง เจมส์ ฟรังโก เพิ่งสมัครเข้าร่วมใน Twitter ก่อนวันงานไม่กี่สัปดาห์  “ผมไม่รู้ว่ามันคืออะไร ผมก็เลยลองเล่นดู” และจะทวีตระหว่างงานหรือเปล่า “ผมกำลังหัดเล่นอยู่ว่ามันทำอะไรได้บ้าง ก็คงลองทวีตดูมั้ง น่าจะสนุกดี”


ส่วน แอนน์ แฮทธาเวย์ ตอบสั้นๆ ชัดเจนว่า  “ฉันไม่มีแผนที่จะทวีตหรอกค่ะ”




โดย: มีนา
ที่มา: www.bangkokbiznews.com

Views: 433

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service