อัน กุ้ยเหมิน ทุ่มเทด้วยชีวิตเพื่อทิเบต

 



แม้จะป่วยเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร แต่เขายังเดินทางไปทั่วทิเบตเพื่อคัดเลือกการแสดงและงานศิลปะชนิดที่ดีที่สุดของทิเบต เพื่องาน“สัปดาห์ทิเบต”


สำหรับ อัน กุ้ยเหมิน วัย 48 ปีผู้นี้ คงไม่มีอะไรที่จะทำให้เขาปลาบปลื้มใจได้มากไปกว่าการได้ร่วมชมพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของ “สัปดาห์ทิเบต” ซึ่งมีการจัดแสดงภายในงานเวิลด์ เอ็กซ์โป 2010 ที่นครเซี่ยงไฮ้ เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา


อัน เป็นผู้อำนวยการสำนักงานศิลปะและวัฒนธรรม อยู่ภายใต้กรมวัฒนธรรมของเขตปกครองตนเองทิเบต ได้อุทิศทั้งชีวิตในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ให้กับการเตรียมกิจกรรมด้านวัฒนธรรมและงานศิลปะ เพื่อนำไปจัดแสดงภายในงานเอ็กซ์โป

ในช่วงเวลานั้น เขาได้ทุ่มเทเวลาเกือบทั้งหมดให้กับงานที่ต้องทำในรายละเอียดมาก กังวลกับงานเอ็กซ์โปที่จะมีขึ้น รวมทั้งต้องเดินทางไปมาระหว่างนครเซี่ยงไฮ้กับนครลาซา (เมืองหลวงของทิเบต) นับครั้งไม่ถ้วน

จากการทำงานแบบไม่มีเวลาพักผ่อนนั่นเอง จึงมีผลกระทบต่อสุขภาพของอัน ที่กลายเป็นโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้น้ำหนักตัวของเขาลดลงไปถึง 15 กิโลกรัม ในช่วงเวลาเพียงไม่กี่เดือน
“ตอนกินข้าว เขามักจะคายอาหารทิ้งบ่อยๆ จนฉันต้องขอร้องให้เขาไปหาหมอ แต่เขาก็ไม่ยอมไป จะบอกแต่ว่าไม่มีเวลา และยุ่งมาก” อาฉี ภรรยาของ อัน กล่าว


ส่วน อาฉี เองก็เป็นโรคหัวใจ และความดันโลหิตสูง มีนัดที่จะไปรักษาตัวที่เซี่ยงไฮ้ในช่วงเดือนพฤษภาคม แต่พอถึงเวลาที่รถไฟจะออกวิ่งและเห็นผู้เป็นสามีมาส่ง เธอจึงเปลี่ยนใจกระทันหัน
“ก่อนที่ อัน จะเดินทางจากลาซาไปเซี่ยงไฮ้เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา เขายังมีน้ำหนักถึง 84 กิโลกรัมอยู่เลย แต่ตอนนี้ดูผอมเกร็ง และอิดโรย” อาฉี กล่าวทั้งน้ำตา

พอมาถึงที่เซี่ยงไฮ้ ภรรยาของอันจึงได้ขยั้นขยอให้ไปพบหมออีกครั้ง และในที่สุดเขาก็ยินยอม ซึ่งผลการตรวจก็พบว่าเขามีเนื้อร้าย
“ฉันรู้จักเขาดีทีเดียว อัน มักจะให้เวลาไปกับการทำงานอย่างหนัก จนไม่ทันได้สังเกตถึงความผิดปกติของสุขภาพตัวเอง หมอยังบอกเลยว่าอาการของเขาจะไม่หนักหนาขนาดนี้เลย หากเข้ารับการรักษาแต่เนิ่นๆ” อาฉี เล่า ซึ่งเธอร้องไห้อยู่บ่อยครั้งหลังจากทราบข่าวร้ายนี้

 





สำหรับทั้งคู่แต่งงานกันมาประมาณ 30 ปีแล้ว แต่พวกเขาก็มีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยมาก “เขาจะอุทิศเกือบทั้งชีวิตของเขาให้กับงานศิลปะ และวัฒนธรรม ตอนอยู่ที่เมืองลาซา เขาจะให้เวลากับครอบครัวน้อยมาก ขณะที่เวลาเกือบทั้งหมดจะไปอยู่ที่งาน”อาฉี กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน อันเข้ารับการรักษาด้วยการฉายรังสี เฟสที่ 2 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และพักผ่อนที่โรงแรม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากมากที่เขาจะใช้ชีวิตร่วมกับภรรยา
“เขาเป็นคนประเภทที่ไม่หยุดทำงานสักชั่วขณะหนึ่งเลย การทำงานตลอดทั้งคืนถือเป็นเรื่องปกติมากสำหรับเขา” ลาปา ดอร์เจ เพื่อนสนิทของ อัน ซึ่งทำงานร่วมกันมานานหลายปี กล่าว
“มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมเห็นเขานั่งทำบันทึกรายงานตอนช่วงบ่ายโมง ผมก็บอกให้เขาไปกินข้าวกลางวันเสียก่อน ซึ่งเขาก็ตอบรับดีนะ แต่พอผมกลับมาก็ยังคงเห็นเขานั่งทำงานอยู่อย่างนั้น ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเวลา 5 ทุ่มแล้ว“ ลาปา ดอร์เจ เล่า

สำหรับ “สัปดาห์ทิเบต” ได้เปิดตัวไปแล้วภายในส่วนของ เอ็กซ์โป การ์เด้น เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ด้วยแนวคิดหลักคือ “สวรรค์ในทิเบต” ซึ่งมีทั้งนักร้องและนักแสดงเดินทางมาจากทิเบตกว่า 400 ชีวิต เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมเสน่ห์ของทิเบตผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งทั้งกิจกรรมและการแสดงตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการชมเชยจากนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลกเลยทีเดียว

โดยการแสดงเหล่านี้มาจากการคัดสรรเป็นอย่างดีจาก อัน และเพื่อนร่วมงานของเขา โดยพวกเขาได้เดินทางไปทั่วทิเบตเพื่อคัดเลือกการแสดงและงานศิลปะชนิดที่ดีที่สุดของทิเบต

อย่างไรก็ตาม จากอาการป่วยของ ผอ.สำนักงานศิลปะและวัฒนธรรม ผู้นี้ ทำให้เขาไม่สามารถเข้าร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการของสัปดาห์ทิเบต ไม่ได้เห็นแม้แต่กิจกรรมใหญ่ๆ ภายในสัปดาห์นั้นๆ ด้วย


ดังนั้น ในวันก่อนมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของสัปดาห์ทิเบต อัน จึงได้ส่งข้อความไปให้กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมีข้อความที่ว่า “เราจะเริ่มต้นวันอันยิ่งใหญ่ด้วยกันในวันพรุ่งนี้ ผมปรารถนาที่จะไปร่วมในงานนี้ให้ได้ เพื่อเห็นผลงานจากความทุ่มเทของพวกเราในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่เพราะอาการป่วยของผมเองทำให้ไม่สามารถไปที่นั่นได้ แต่หัวใจของผมก็จะอยู่กับพวกคุณเสมอ ฝากดูแลในทุกๆ การแสดงด้วยนะครับ”


หลังเสร็จพิธีเปิดงานในคืนนั้น เพื่อนร่วมงานของเขาจึงนำวิดีโอที่บันทึกภาพภายในงานทั้งหมดมาให้ดู
“พอดูวิดีโอเสร็จ เขาก็ยิ้ม ซึ่งในช่วงเดือนหลังๆ มานี้จะเห็นรอยยิ้มของเขาน้อยมาก”อาฉี เล่า

“เพื่อให้ผู้คนที่มาจากทั่วประเทศจีน และมาจากทั่วโลกได้เห็นถึงวัฒนธรรมที่สวยงามที่สุดของทิเบต ให้พวกเขาได้รับรู้ถึงเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของทิเบตให้มากขึ้น ตลอดจนรับรู้ถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และนี่คือความปรารถนาของชาวทิเบต ซึ่งความพยายามของผมทั้งหมดนี้ผมคิดว่าคุ้มค่ามาก ซึ่งคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มจริงๆ “อัน กล่าวถึงเหตุผลที่ทุ่มเทด้วยชีวิตให้กับงานครั้งนี้

 

 

 

โดย: อนัญชนา สาระคู 

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 18 ตุลาคม 2553  

Views: 51

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service