วงการแฟชั่นไทยทุกวันนี้ไม่น้อยหน้าประเทศใด แถมบางแบรนด์ยังดังเปรี้ยงปร้างแข่งกับดีไซเนอร์คนดังของต่างประเทศด้วยซ้ำ วันก่อนสมาคมแฟชั่นดีไซเนอร์กรุงเทพ หรือ Bangkok Fashion Society (BFS) จัดงานเปิดคอลเลกชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2010 จากแบรนด์ชั้นนำของไทย พร้อมแนะนำเทรนด์จาก 3 กูรูด้านแฟชั่น บริเวณห้องสตูดิโอ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร ชั้น 4
ภายในงานได้รับเกียรติจาก "หมู" พลพัฒน์ อัศวประภา ดีไซเนอร์ เจ้าของแบรนด์ ASAVA, "นี" ชาลิสา วีรวรรณ ผู้เชี่ยวชาญด้านแฟชั่นและเพอร์ซันนัล สไตลิสต์สุดเก๋ และ "เล้ง" อดิศักดิ์ โรจน์ศิริพันธ์ ดีไซเนอร์ ผู้คร่ำหวอดในวงการแฟชั่นชนิดหาตัวจับยากร่วมพูดคุยในหัวข้อ Must Have Item สำหรับเทรนด์ฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2010 นี้ ซึ่งได้รับอิทธิพลจากไลฟ์สไตล์เทรนด์ทั่วโลก รวมถึงกระแสของทัศนคติต่อชีวิตของคนในโลกวันนี้อีกด้วย ซึ่งกระแสต่างๆ ล้วนพาเราย้อนกลับสู่สามัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของธรรมชาติ หรือศิลปะแนวท้องถิ่นที่คนส่วนใหญ่โหยหา
เริ่มจากเดอะ รีเทิร์น ออฟ โมเดิร์น โฟล์ก (The Return of Modern Folk) เนื่องจากกระแสของโลกปัจจุบันความทันสมัยเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในชีวิตมากขึ้น คอนเซ็ปต์นี้จึงพากลับคืนสู่ธรรมชาติ ความสมดุลของชีวิต คุณค่าแห่งวัฒนธรรม งานฝีมือ และศิลปะพื้นเมือง รวมถึงการรวบรวมเอาความร่วมสมัยและเรโทรเข้าด้วยกัน แต่ยังคงความตรงไปตรงมา สื่อถึงความผูกพันในอดีตและอนาคต รวมถึงแสดงออกถึงความทรงจำในการหวนกลับมามองข้างหลังอย่างชื่นชม และให้เกียรติ
ดีไซเนอร์ไทยได้ร่วมกันปลุกกระแสและมุมมองของชีวิตใหม่นี้มาเป็นคอนเซ็ปต์ของฤดูออทั่ม/วินเทอร์ 2010-2011 ต้อนรับลมหนาวนี้ โดยแบ่งเป็นเทรนด์หลักๆ อย่าง เออร์บาน โฟล์ก (Urban Folk) หยิบยืมความประณีตของชิ้นงานฝีมือ กลิ่นอายของชนเผ่าและลายถักทอของศิลปะพื้นบ้านทั้งของเอเชียและต่างทวีปมาเป็นแรงบันดาลใจ ถักทอ ออกแบบลวดลายในทุกรายละเอียดการออกแบบ ทำให้จับต้องได้มากขึ้นและเข้ากับไลฟ์สไตล์ในปัจจุบัน ซึ่งจะเห็นได้จากแบรนด์อิซชู, เธียเตอร์,โคลเส็ม, เกรย์ฮาวนด์ และ เพลย์ฮาวนด์ ที่นำเอาลูกเล่นนี้มาประยุกต์ใช้
โรแมนติก แฟนตาซี เสนอความงดงามผ่านจินตนาการและภาพฝันที่เจือความสนุกสนานให้หน้าหนาวสดชื่นขึ้นด้วยรายละเอียดที่อ่อนหวานและพริ้งพรายด้วยโบ ลูกไม้ หรือลายหัวใจ โดยนำเสนอความโดดเด่นผ่านสไตลิ่ง ลายผ้า ความแฟนตาซี และความคิดสร้างสรรค์ ที่จะเห็นได้จากแบรนด์ ดิษยา, สเรทสิส และ เซนาด้า
ในส่วนรูปทรงนั้นมีให้เลือกหลากหลาย แม้ว่าจะเป็นซีซั่นแห่งลมหนาวแต่กระโปรงสั้น มินิสเกิร์ตและกางเกงขาสั้นเอวสูง New Shorts ถือเป็นจุดเด่นที่ถูกนำเสนอ พร้อมเปลี่ยนอารมณ์อย่างสุดขั้วไปกับกระโปรงตัวยาวกรอมเท้า Lower Hem Line, แม็กซี่เดรส ในส่วนของกางเกงขาพองและกางเกงฮาเร็ม Super Wide and Harem Pants ถูกหยิบยกมานำเสนอด้วยรายละเอียดที่มากขึ้นหลีกเลี่ยงความจำเจของกางเกงขาลีบในแบบเดิมๆ หรือแม้กระทั่งชุดจัมพ์สูทดีไซน์เก๋ New Jump Suits, เสื้อตัวสั้นลงรายละเอียดในงานตัดเย็บ Cropped Top ในสไตล์เรโทรวินเทจที่แสดงความเป็นตัวตนในแต่ละแบรนด์อย่างเห็นได้ชัด, เสื้อแจ็กเก็ตผู้ชายความยาวครึ่งตัว และในส่วนของกางเกงสำหรับหนุ่มๆ นั้น หนาวนี้ไม่ทิ้งงานดีไซน์ที่แสดงตัวตนโดดเด่นทันสมัยอย่างกางเกงขาสลิมและขาสกินนี่ กางเกงทรงฮาเร็มจับพลีท Harlem+Double Pleats หรือกางเกงขาสั้นลุคสบายๆ สไตล์เบอร์มิวดา
"และที่ส่งให้หนาวนี้ดูสดใสยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ ลวดลายพรินท์กราฟฟิกที่เหล่า ดีไซเนอร์ ใส่ความสนุกสนานและเติมชีวิตชีวาในแบบ Vintage Motifs หลากหลายสไตล์อย่างลงตัว เห็นได้จากแบรนด์ Sretsis ที่นำเสนองานปัก ส่วน Issue ยังคงคอนเซ็ปต์ด้วยลายป๊อปอาร์ต ทั้งยังส่งสีประจำซีซั่นอย่างสีเอิร์ธโทนน้ำตาล Earth Colors, สีม่วง สีเขียว ผสมสีสันในสไตล์ Vintage Accent Colors ซึ่งเป็นสีที่เหมาะกับคนไทยช่วยขับผิวให้ดูสดใสมากยิ่งขึ้น และสีคลาสสิกที่ขาดไม่ได้อย่างสีนู้ดที่สามารถมิกซ์แอนด์แมทช์กับสีอื่นได้อย่างลงตัวและโทนขาว ดำ เทา มาแต่งแต้มและเติมเต็มให้หน้าหนาวนี้ดูอบอุ่นอย่างมีสไตล์" กูรูด้านแฟชั่นให้คำแนะนำ ตบท้ายทั้ง 3 กูรูด้านแฟชั่นยังกล่าวถึงศักยภาพของแบรนด์แฟชั่นไทยที่โดดเด่นเต็มไปด้วยเอกลักษณ์และสไตล์เฉพาะตัวไม่น้อยไปกว่าใคร พร้อมตอกย้ำคอนเซ็ปต์ Think Global Dress Local เพื่อส่งเสริมให้คนไทยภาคภูมิใจ และหันมานิยมใช้แบรนด์ไทย
ที่มา: คมชัดลึก 22 สิงหาคม 2553
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by