
ถ่ายทอดกระบี่มุมมองใหม่ ผ่านเลนส์ช่างภาพทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่น ภายใต้ชื่อกลุ่ม สห+ภาพ (Foto United)
ความคึกคักของผู้คนที่เริ่มหนาตาขึ้นเมื่อแดดร่มลมตก ยิ่งทำให้พื้นที่โดยรอบบริเวณ "ลานปฏิมากรรมปูดำ" สถานที่พักผ่อนริมเขาขนาบน้ำของชาวกระบี่ดูเล็กลงไปถนัดตา หลังเสียงเพลงชาติสิ้นสุดลง พิธีเปิดงานแสดงนิทรรศการ "กระบี่บาดเลนส์ 100 ภาพเด่นอันดามัน" (Krabi Lenscape: Beauty and the Beach) จึงได้เริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการ
โครงการกระบี่บาดเลนส์ฯ เป็นกิจกรรมการถ่ายทอดกระบี่มุมมองใหม่ จากบรรดาช่างภาพทั้งมืออาชีพ และมือสมัครเล่น ภายใต้ชื่อกลุ่ม สห+ภาพ (Foto United) โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยราชการ กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่
ธีรภาพ โลหิตกุล หนึ่งในผู้ก่อการอธิบายลักษณะการทำงานครั้งนี้ไม่ต่างจากงานแสดงภาพคราวที่ แล้ว ซึ่งภาพที่ได้มาก็จะมีการมอบให้กับทางจังหวัดโดยไม่มีค่าลิขสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น
"งานแสดงภาพกระบี่บาดเลนส์ฯ ครั้งนี้ จะเหมือนกับงาน น่านนิรันดร์ฯ จ.น่าน คือ บรรดาช่างภาพกว่า 60 ชีวิตที่เดินทางมาจะออกตระเวณถ่ายภาพเพื่อนำมาจัดแสดงในนิทรรศการภายในเวลา 2 วัน และจะต้องคัดภาพอีกคนละ 10 ภาพเพื่อมอบให้กับทางจังหวัดไว้ใช้เผยแพร่ประชาสัมพันธ์โดยไม่มีค่า ลิขสิทธิ์ใดๆ ซึ่งเราได้แบ่งช่างภาพออกเป็น 6 สาย แยกกันทำงานในพื้นที่อ.อ่าวลึก แหล่งท่องเที่ยวใหม่ที่ยังไม่ได้มีการโปรโมท และบริเวณอ.เมืองกระบี่"

เกรียงไกร ไวยกิจ ผู้รับผิดชอบในส่วนงานนิทรรศการเผยถึงรูปแบบของตัวนิทรรศการที่จัดเพื่อร้อย เรียงเรื่องให้เป็นเนื้อเดียวกัน ซึ่งจะมีประโยชน์สำหรับผู้ที่มาชมภาพจะไม่รู้สึกกระโดดไปมา
"การลำดับเรื่องราวจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อไม่ให้การดูภาพมันโดด กระตุกไปกระตุกมา ดังนั้นกลุ่มหลักๆ ส่วนใหญ่ ก็จะเป็นการถ่ายทอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็น ชีวิตในธรรมชาติ ชีวิตในทะเล ชีวิตในป่าเขา โดยเฉพาะชีวิตที่เกี่ยวกับผู้คน ซึ่งตัวงานส่วนใหญ่จะเป็นชุมชนมุสลิม ตัวสถาปัตยกรรม วัดวา อาราม เราก็อยากจะให้ชุมชนทั้งพุทธ และมุสลิมเห็นถึงแง่งามของกันและกัน ซึ่งจริงๆ ทั้ง 2 ฝ่ายเขาก็มีความสามัคคีกันดีอยู่แล้ว ไม่มีปัญหาอะไรทั้งสิ้น อย่างในงาน เราก็จะเห็นช่างภาพมุสลิมคนหนึ่ง ถ่ายวัดในศาสนาพุทธ มันก็ทำให้เห็นว่า การทำงานศิลปะมันไม่มีเชื้อชาติ ไม่มีแบ่งชั้นวรรณะ และก็เป็นข้อพิสูจน์ได้อย่างดีว่า งานศิลปะถือเป็นเครื่องเชื่อมจิตใจคนอย่างไม่มีขอบเขต"
สำหรับการทำงานในฐานะช่างภาพสมาชิกคนหนึ่งของกลุ่มเขายอมรับว่า เรื่องเวลา และอากาศถือเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับการทำงาน แต่ในทางกลับกันชิ้นงานที่ออกมาก็ถือเป็นเครื่องพิสูจน์ศักยภาพของช่างภาพใน การทำงานตามสภาวะดังกล่าวได้เป็นอย่างดี
"สิ่งที่เราภาคภูมิใจดูเหมือนจะเป็นคุณภาพของงาน เห็นแล้ว มันตื่นเต้นน่ะ เราได้งานที่ดีเกินคาด ทั้งที่เราเสี่ยงกับภาวะเรื่องฝน เพราะตอนนี้ภาคใต้กำลังเริ่มเข้าสู่ฤดูฝน เราใช้เวลาถ่ายไม่เกิน 2 วัน แต่เราได้ภาพมา ทั้งที่นำมาจัดแสดง หรือยังไม่ได้โหลดมาให้ดู ซึ่งมีดีเยอะมาก ถ้าถามถึงความรู้สึก มันเหมือนเดิมนะ สิ่งที่เราได้คราวนี้ นอกจากเราจะได้ภาพที่มีคุณภาพดีแล้ว ชุมชนที่อยู่ตามท้องถิ่นต่างๆ ก็คอยต้อนรับเรา เช่นที่อ่าวลึก และที่เกาะกลางคลองประสงค์ ชาวบ้านในชุมชนได้ให้ความร่วมมือ ทั้งเรื่องที่หลับที่นอน อาหารการกิน และการรวมตัวที่เข้มแข็งของชุมชนในการรักษาธรรมชาติ ตรงนี้ถือว่าสำคัญมาก ซึ่งเรามีชุมชนที่ดีงามขนาดนี้ การไปทำงาน การถ่ายภาพ ก็ประสบความสำเร็จในทุกด้าน ทุกสิ่งทุกอย่างที่ยอดเยี่ยมก็มีส่วนที่ทำให้ช่างภาพมีพลังในการสร้างสรรค์ งานใหม่ๆ เพิ่มขึ้น" เขาบอก
ด้าน สุรจิต จามรมาน สมาชิกรับเชิญคนหนึ่งของกลุ่มสะท้อนมุมมองถึงผลพวงที่จะตามมาหลังการนำเสนอ ภาพถ่ายก็คือ การเรียนรู้ และสำนึกอนุรักษ์ที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนเอง
"การรวมตัวในลักษณะนี้ ถามว่าดีไหม ดี เพราะมันกระตุ้นให้คน แม้แต่ชาวบ้าน มาเห็น เขาจะภูมิใจ ในท้องถิ่นของเขา ความภูมิใจจะทำให้เขารักท้องถิ่น รักภาพแบบนี้ ไม่อยากให้มันหายไป มันเป็นการกระตุ้นในทางอ้อม"
ขณะที่ อภินันท์ บัวหภักดี ช่างภาพมากฝีมือจากอ.ส.ท. คิดว่าการลงมาถ่ายภาพที่กระบี่ครั้งนี้ถือเป็นการเปิดมุมมองใหม่ๆ ของกระบี่อย่างที่ไม่มีใครเคยเห็นมาก่อนอีกครั้งหนึ่ง
"ผมเป็นคนที่ลงมาถ่ายภาพที่นี่บ่อย แต่พอได้มาเห็นทิวทัศน์ของแหล่งท่องเที่ยวที่อยู่ในอ.อ่าวลึกต้องยอมรับว่า ถือเป็นการเปิดภาพใหม่ๆ ให้เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวอย่างแท้จริง"
นิทรรศการกระบี่บาดเลนส์ฯ หลังจากเสร็จสิ้นการจัดแสดงที่ลานปฏิมากรรมปูดำแล้ว ภาพถ่ายทั้งหมดจะถูกนำไปจัดแสดงต่อที่หอศิลปะร่วมสมัยจังหวัดกระบี่ และสถานที่ต่างๆ ภายในตัวจังหวัดเพื่อให้ผู้ที่สนใจได้ชม

ที่มา :
กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
Life Style : Society
วันที่ 12 พฤษภาคม 2553