เมื่อศิลปะอยู่รอบตัวเรา

รายงานโดย :วุฒิชัย สาสุข



รอบๆ ตัวเรามักหนีไม่พ้นศิลปะ หันไปทางไหนก็เจอ บางทีอยู่ใกล้แค่ปลายจมูกเท่านั้น บ่อยครั้งคุณนั่นล่ะคือผู้สร้างสรรค์ชิ้นงานขึ้นมาเอง เติมเต็มให้โลกไม่แห้งแล้งและชวนมองยิ่งนัก

ศิลปะจึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต นำมาซึ่งความสุขยามเมื่อได้สัมผัส แม้อาจจะเป็นเพียงเวลาชั่วครู่ชั่วคราว แต่ล้วนก่อเกิดแรงบันดาลใจเพื่อต่อยอดสู่การก้าวย่างที่ดีเสมอ

ปกติเรามีโอกาสเดินเข้าออกแกลเลอรี หรือหอศิลป์ เป็นว่าเล่น ทั้งด้วยเงื่อนไขของงานที่ทำและใจนำทางพาไป เพราะเนื้อหานิทรรศการที่จัดแสดงไว้ พ้นจากนี้ก็แทบจะไม่ได้ตรวจตราสืบหาศิลปะจากแหล่งอื่นเลย เว้นก็แต่บังเอิญไปเห็นกับตา ถึงได้รู้ว่าศิลปะนั้นอยู่รอบตัวเราจริงๆ

ตลาดนัดศิลปะเทรนดี้

วัยรุ่นก็ไป ผู้ใหญ่ก็ไป เด็กแนวยิ่งเยอะ น้องๆ หนูๆ ควงแขนไปกับคุณพ่อคุณแม่ ไฮโซ ดารา เซเลบริตี รวมกลุ่มกันมาเป็นโขยง นักร้องก็มี ศิลปินน่ะมาอยู่แล้ว แม้แต่คนธรรมดาแต่ว่ารักงานศิลปะ ก็ไม่มีใครห้ามเข้า (สักหน่อย)

ถ้าใครเคยแวะไป Bangkok Arte’ Weekend ครั้งแรก ครั้งต่อไปเป็นต้องกระวีกระวาดอยากไปจนตัวสั่นกันทั้งนั้น เขาจัดมา 7 ครั้งแล้ว (ใครพลาดครั้งไหนลองเช็กดูนะ) ฤกษ์งามยามดีที่มีนัดกันก็ทุกเสาร์-อาทิตย์สุดท้ายของเดือน (อ้อ! แต่ครั้งล่าสุด เขาขยับมาจัด 16-17 ม.ค.) สถานที่ก็แถวๆ สนามฟุตซอล อารีนา ทองหล่อซอย 10 บรรยากาศคึกคักมาก คนคึกคัก ร้านรวงคึกคัก และผลงานศิลปะที่นำมาโชว์ก็หลากหลาย แถมท้ายด้วยเมนูอร่อยละลานตา มินิคอนเสิร์ตเพราะๆ ถูกใจไลฟ์สไตล์คนชื่นชอบ ช็อป ชิม ชม ชิล โชว์ แอนด์ แชร์ จริงแท้ 

สโรพร นฤชัยกุศล 

---------------------


ตัวตั้งตัวตีของตลาดนัดศิลปะเทรนดี้ สโรพร นฤชัยกุศล บอกว่า อยากให้ที่นี่เป็นพื้นที่สร้างสรรค์ ให้ทุกคนได้มีความสุขสนุกสนานร่วมกัน โดยไม่ได้เน้นช็อปอย่างเดียว แต่ยังมีศิลปะแขนงอื่นๆ ให้ตื่นตาตื่นใจ ดังเช่นความหมายของ Arte’ ที่รวมไว้ทั้งอาร์ตกับเอนเตอร์เทนเมนต์ ไลฟ์สไตล์ จนกลายเป็นความลงตัวของการมีชีวิตชีวาลั่นล้าแบบคนเมือง
ผลงานอันสร้างสรรค์ ไอเดียบรรเจิดพาเหรดมาให้เสพกันไม่อั้น ของเก่าก็มี ของมือสองยี่ห้อดังก็เยอะ ของใหม่เอี่ยมเรี่ยมเร้ก็แยะ ขนาดว่าของที่ไม่เคยวางขายในเมืองไทย (เพราะส่งออกต่างประเทศอย่างเดียว) มีให้เลือกที่นี่ที่เดียว เจ๋งไหมล่ะ?

ขณะที่ฟากความบันเทิงเริงใจ ทุกครั้งจะได้พบกับเพอร์ฟอร์แมนซ์จากศิลปินดัง มาสำแดงฤทธิ์กันในแบบที่คุณต้องอึ้งทึ่งเหวอไปข้าง โดยเฉพาะศิลปินรุ่นใหม่ไฟแรงที่ชอบโชว์ของ หรืองานศิลปะประเภทดีไซน์ก็น่าสนใจ บางชิ้นยังสงสัยคิดได้ไงเนี่ย

หลายคนอาจเป็นขาประจำตลาดนัดศิลปะที่ต่างประเทศ กลับมาทีก็หอบข้าวของพะรุงพะรัง ใช่...คุณคงได้ของชิ้นแปลกๆ แต่ขอบอกราคาน่ะก็แพงเอาการอยู่ สู้มาเดินตลาดนัดศิลปะที่เมืองไทยก็ไม่ได้ ทั้งเทรนดี้ทั้งย่อมเยา แถมยังแฮปปี้สุดๆ ไทยขาย ไทยซื้อ ไทยเจริญ


ห้องสมุด (หนังสือเก่า) เล่าเรื่อง

หนังสือน่าอ่านหาได้ในร้านใหญ่ๆ ขณะเดียวกันหนังสือดีๆ คัดสรรแล้ว ก็ต้องคู่ห้องสมุดน่านั่ง เพื่อให้หนอนหนังสือพร้อมจะขลุกอยู่ในนั้นนานๆ

เช่นเดียวกับที่นี่แหละ My cafe’ the Library (โครงการนวมินทร์ซิตี อเวนิว ถนนเกษตรนวมินทร์) ที่เอาใจนักอ่าน ตอบโจทย์ด้วยหนังสือหายากเมื่อสมัยอดีต แต่มีคุณค่าเหลือล้น

ภายใต้คอนเซปต์ห้องสมุดในร้านอาหาร ที่นี่จึงมีภาพลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร มีเชลฟ์หนังสือและตู้หนังสือแทรกตัวอยู่ท่ามกลางงานออกแบบตกแต่งสไตล์โมเดิร์น

แน่นอน...หนังสือหายากคือพระเอก ที่เจ้าของสะสมไว้ บางส่วนเป็นหนังสือที่ได้จากพันธมิตร ซึ่งคอหนังสือเก่าน่าจะรู้จัก เช่นว่า ร้านหนังสือโฆษิต ร้านหนังสือสยามบรรณาคม ร้านหนังสือรุ่งวัฒนา ร้านหนังสือคุ้มตัวหนอน

อาจยังไม่ครอบคลุมทุกประเภท แต่อนาคตน่าจะสมบูรณ์เท่าห้องสมุดขนาดใหญ่ จำนวนหนังสือราวๆ 3,000 เล่มที่เห็นก็จะแยกหมวดหมู่ชัดเจน นวนิยาย เรื่องสั้น บทกวี สุขภาพ อาหาร ท่องเที่ยว ตกแต่งบ้าน ธรรมะ สัตว์เลี้ยง และทีเด็ดคือ หนังสืออนุสรณ์งานศพ ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นแหล่งสืบค้นเชิงประวัติศาสตร์และไลฟ์สไตล์ในแต่ละยุคได้อย่างละเอียด

นอกจากจะทำหน้าที่เป็นคลังความรู้ในรูปแบบหนังสือเล่มแล้ว ที่นี่ยังจัดแสดงนิทรรศการหมุนเวียนเกี่ยวกับหนังสือด้วย โดยตั้งธีมสนุกๆ เพื่อความหลากหลาย ไม่ทำให้คนที่มาเยือนเบื่อซะก่อน อย่างเดือนม.ค.ก็ประเดิมที่ “ตำราอาหารไทยโบราณ” รวบรวมหนังสืออาหารรุ่นเดอะ หนึ่งในนั้นคือ “แม่ครัวหัวป่าก์” (เขียนโดย ท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์) มายั่วน้ำลายเพลินๆ

“เดือนหน้านี้เราก็คิดธีมว่าจะจัดนิทรรศการ พระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 6 โดยจะพยายามนำผลงานของพระองค์ท่านมาให้เยอะที่สุดเท่าที่จะหาได้ ของเราเอง จากผู้ที่มีในความครอบครองอยู่แล้ว ซึ่งต้องใช้วิธีหยิบยืม หรือกระทั่งพันธมิตรเอง” มยุรี ตรีประเสริฐพจน์ โต้โผใหญ่แห่ง My cafe’ the Library บอก ทั้งยังเล่าให้ฟังถึงจุดเริ่มต้นของที่นี่ว่า ได้แรงบันดาลมาจากต่างประเทศ เลยคิดอยากนำมาประยุกต์ใช้ในเมืองไทย ด้วยเพราะยังไม่เคยเห็นและน่าจะโดนจริตกับคอหนังตัวยงไม่ยาก

“บ้านเราจะเป็นร้านอาหารกับร้านหนังสือที่หนักไปทางดีไซน์มากกว่า แต่ร้านอาหารที่มีหนังสือเก่า หนังสือหายาก ยังไม่เคยเจอนะ เราเลยมองเห็นลู่ทางน่าจะโอเค คืออย่างน้อยๆ ก็อยากให้ที่นี่เป็นแหล่งแลกเปลี่ยน แบ่งปัน ความรู้ของคนที่รักหนังสือ”



ศิลปะหลากหลายโดยเครือข่ายศิลปิน

ไปเยือนหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ ก็บ่อย ส่วนใหญ่พอถึงก็มุ่งพุ่งไปชั้นที่มีนิทรรศการ แต่ไม่ยักเคยคิดจะหลุดโปรแกรมที่วางไว้สักที

ล่าสุดเลยทำตัวสบายๆ คล้ายพวกว่างจัด ตุหรัดตุเหร่เดินวนจนครบถ้วนกระบวนหอศิลป์ฯ มาสะดุดตาก็ตรงชั้น 3 กับชั้น 4 นี่ละ ร้านค้าเปิดกันให้รึ่มราวๆ 30 ร้าน ช่วยเสริมส่งให้บรรยากาศหอศิลป์ฯ แลดูครึกครื้นเป็นทวี

แกลเลอรีชื่อดัง เช่น ตาดู นำทอง ที่จัดนิทรรศการอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่ขอยกอาร์ต สเปซ มาไว้ที่นี่ เหมือนเป็นการนำศิลปะออกมาสู่สาธารณะมากขึ้น แทนที่จะอยู่เฉพาะพื้นที่ส่วนตัว

นิตยสารศิลปะเล่มเดียวของเมืองไทย (ตอนนี้) ไฟน์อาร์ต ก็ยังอุตส่าห์มาอวดผลงานผ่านดิสเพลย์ที่เขาพยายามจะบอกให้รู้ว่านี่คืออาร์ต แมกกาซีน ที่มีเนื้อหาน่าสนใจมากกว่าที่คิด

ร้านหนังสือที่หั่นราคาแบบไม่กลัวเจ๊ง 50 เปอร์เซ็นต์ มีทั้งหนังสือเก่าหนังสือใหม่ เลือกได้ตามอัธยาศัย ชอบการแสดง ละคร ภาพยนตร์ หรือดนตรี ก็มีพื้นที่ย่อยๆ ให้สัมผัสกัน แวะเข้าไปทักทาย พูดคุยกับพี่ๆ น้องๆ ในวงการได้ หรือไม่คิดอะไรมาก ก็ถือซะว่าเป็นการอัพเดตความเคลื่อนไหว ใคร ทำอะไร ที่ไหน จะได้ตามไปชมผลงานทันเวลา

มาที่นี่ไม่ได้อิ่มตาอิ่มใจอย่างเดียว ปากท้องก็อิ่มเช่นกัน ร้านไอศกรีมโฮมเมด ดีไซน์รสชาติและหน้าตาน่ากิน กาแฟกรุ่นกลิ่นหอมมาจากร้านข้างๆ หรือจะเป็นเบเกอรีรสล้ำก็มีให้ลิ้มลอง บางร้านตั้งคอนเซปต์เสิร์ฟขนมคู่ผลงานศิลปะบนผนัง กินไปดูไป อร่อยเลิศ

มยุรี
---------------


ร้านค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นของเครือข่ายศิลปิน เริ่มเข้ามาให้บริการเมื่อตอนหอศิลป์เปิดตัวอย่างเต็มตัว โดยไม่ต้องเสียค่าเช่าพื้นที่แต่อย่างใด (ตามเงื่อนไขและข้อตกลงของหอศิลป์ฯ) จุดประสงค์ก็เพื่อให้เกิดกิจกรรมการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนกัน ระหว่างผู้มาเยือนกับเจ้าของร้าน
อ้อ! ลืมบอกไปว่า เดือนก.พ.ที่จะถึง หอศิลป์ฯ ร่วมมือกับศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) และกรุงเทพฯ เตรียมผุดโปรเจกต์ใหม่ จะปรับปรุงพื้นที่ตรงนี้ให้น่าสนใจยิ่งขึ้น โดยแบ่งโซนศิลปะให้แจ่มแจ๋วกว่าที่เห็นและเป็นอยู่ (หรือเปล่า?) คร่าวๆ น่าจะมี 4 หมวดหลัก ได้แก่ วิชวล อาร์ต งานออกแบบ นิวมีเดีย และวัฒนธรรมดั้งเดิม

ฉัตรวิชัย พรหมทัตตเวที ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพฯ เล่าว่า กลุ่มคนและร้านค้าจะเน้นไปที่ ยัง อาร์ติสต์ หรือ ยัง ดีไซน์ เป็นอันดับแรก เพื่อให้สมกับเป็นพื้นที่การสร้างสรรค์เต็มรูปแบบ ขณะที่ร้านค้าเครือข่ายศิลปินเจ้าเก่าต้องมาดูอีกทีว่าคลิกกับคอนเซปต์ที่วางไว้หรือไม่

“ที่ผ่านมาเราเจอกับการตั้งคำถามว่าหอศิลป์ฯ เงียบไปไหม หรือศิลปะทำไมดูแห้งจังเลย เราก็พยายามจะสร้างกิจกรรมสร้างสีสันให้พื้นที่หอศิลป์ฯ เพื่อความหลากหลายและคึกคัก แต่ด้วยทุกอย่างมันยังไม่ลงตัว เช่น มูลนิธิหอศิลป์ฯ ซึ่งพอมันเป็นรูปธรรมก็น่าจะดีขึ้น อย่างเดือนหน้านี้ผมว่ามันน่าจะเห็นความเข้มแข็งของที่นี่มากขึ้นนะ”


รายงานโดย :วุฒิชัย สาสุข
ที่มา : โพสต์ทูเดย์ วันอังคารที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2553
บันเทิง - ไลฟ์สไตล์

Views: 775

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service