ยามนี้ที่หน้าวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ หรือ 'โรงเรียนเพาะช่าง' จึงเรียงรายด้วยพระบรมสาทิสลักษณ์
“จะมีใครที่ไหนในโลกหล้า เฝ้าห่วงใยประชาไม่หวั่นไหว ประชวรหนักยังทรงเหนื่อยเพื่อปวงไทย กี่ปีที่เปลี่ยนไปทรงห่วงใยไม่เปลี่ยนแปลง”
พสกนิกรไทยต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ครั้นถึงวันอันเป็นมิ่งมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงต่างน้อมใจถวายพระพรชัยด้วยใจจงรักภักดี ต่างทำในสิ่งที่ดีที่สุดในชีวิตถวายเป็นอุดมมงคล
ศิลปินและผู้เรียนศิลปะ ต่างมีงานศิลปะที่บรรจงสร้างสรรค์ให้ทันวันมหามงคล ยามนี้ที่หน้าวิทยาลัยเพาะช่าง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ หรือ 'โรงเรียนเพาะช่าง' จึงเรียงรายด้วยพระบรมสาทิสลักษณ์ ภาพเหมือนองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่นักศึกษาต่างตั้งใจวาด นับเป็นเวลานานกว่าสองทศวรรษที่นักศึกษาและอาจารย์ต่างสร้างงานศิลปะด้วยความจงรักภักดี จัดแสดงนิทรรศการกลางแจ้งถวายในวันพ่อ ณ ตักศิลาศิลปะแห่งย่านพาหุรัดแห่งนี้
อาจารย์ปัญญา เพ็ชรชู ศิลปินภาพเหมือนของไทย ผู้สอนวิชาจิตรกรรมภาพคนเหมือนเล่าอดีตให้ฟังว่า ช่วงนั้นสอนภาพคนเหมือนคู่กับอาจารย์สำเริง อเนกลาภ เราได้นำภาพในหลวงผลงานของนักศึกษาที่เขียนเสร็จแล้วมาตรวจและตั้งแสดงที่โถงตึกกลางให้อาจารย์นักศึกษาได้ชื่นชม อันเป็นช่วงเวลาใกล้วันเฉลิมพระชนมพรรษาพอดี
"ภาพที่นักศึกษาตั้งใจวาดสวยๆ ทั้งนั้น" ช่วย หล่ายศรี ภารโรงซึ่งขมีขมันช่วยในการยกติดตั้งจัดแสดงเอ่ยท่ามกลางที่พวกเราติดตั้งชมกันอยู่ “ทำไมอาจารย์ไม่เอาออกไปตั้งข้างนอก ให้คนอื่นๆได้ดูบ้างและเป็นวันเฉลิมพระชนมพรรษาอีกด้วย ปีหน้าเรานำออกไปติดตั้งข้างนอกกันนะครับ” "ตกลง" ทุกคนคิดตรงกัน ตั้งแต่นั้นมาที่หน้าเพาะช่างถึงช่วงใกล้งานวันเฉลิมพระชนมพรรษาจึงมีภาพสีน้ำมันรูปในหลวงประดับตกแต่งเนื่องในวันเฉลิมตลอดมา
ระยะแรกที่นักศึกษาวาดจะเป็นภาพขนาดเล็กเพียงฟุตคูณฟุต พอจะนำแสดงข้างนอกก็เขยิบขนาดเป็นห้าสิบคูณหกสิบเซนติเมตร และปีที่พิเศษจะเขียนภาพพระราชกรณียกิจขนาด เก้าสิบคูณเก้าสิบเซนติเมตรทีเดียว เพาะช่างจึงเป็นสถาบันแห่งแรกที่นำพระบรมสาทิสลักษณ์ ภาพเหมือนและภาพพระราชกรณียกิจในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวออกแสดงกลางแจ้ง เมื่อถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา
ถึงวันนี้การเรียนการสอนจิตรกรรมภาพคนเหมือนยังคงอยู่ โดยมีสำราญ มณีรัตน์ และอุษา ไวยศรีแสง เป็นผู้สอนสืบทอดต่อมาจากอาจารย์ปัญญา เพ็ชรชู ในช่วงเทอมสองของนักศึกษาปีที่ 1และ 2 จะเรียนการเขียนภาพคนเหมือน (Portrait) สีน้ำมัน เริ่มต้นภาพแรกที่เป็นมงคลกับชีวิตทั้งครูและนักศึกษาจึงเริ่มที่วาดภาพในหลวงก่อน ถ้าวาดได้ดีวาดได้เหมือนจะเขียนภาพเหมือนอื่นๆ ได้สบาย
อาจารย์สำราญ บอกว่านักศึกษาตั้งใจทำงานชิ้นสำคัญนี้อย่างมากและทำได้ดี แม้ว่าการเขียนภาพคนเหมือนสีน้ำมันจะยากไปสำหรับนักศึกษาปีหนึ่งและปีสอง ครูต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษตรงส่วนต่างๆ ของภาพ ต้องดูกันอย่างละเอียดและคอยช่วยนักศึกษาให้ทำงานจนสำเร็จ ซึ่งบางทียาวจนถึงตีสองตีสามเพื่อให้ทันงาน แต่มีสถานที่ติดตั้งได้เพียง 30 ภาพจึงคัดภาพที่ดีที่สุดของนักศึกษาปีหนึ่ง 10 ภาพ ปีที่สอง 20 ภาพเท่านั้น แต่งานที่ไม่ได้แสดงก็เป็นงานที่ดี
ด้านนักศึกษาก็ภูมิใจที่ได้แสดงผลงาน แม้คนที่ไม่ได้แสดงก็ช่วยเหลือการติดตั้งและทำงานอื่นๆ กันอย่างมีความสุข บางปีก็เชิญศิลปินศิษย์เก่ามาร่วมแสดงภาพร่วมกันด้วย นับเป็นการก้าวหาชุมชนอีกแบบหนึ่งของศิลปินและช่าง ทำให้ที่หน้าโรงเรียนพอถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษา ได้เวลาอันอุดมมงคลพี่น้องชุมชนย่านพาหุรัดจะรวมตัวกันมาทำพิธีถวายพระพรที่หน้าโรงเรียน หน้ารูปเหมือนที่ต่างวาดไว้เป็นทั้งงานเรียนงานฝีมือที่นำออกแสดงสู่สังคมและได้ร่วมกันแสดงออกถึงความจงรักภักดีอีกด้วย
มานพ โต๊ะลี บอกว่าเป็นการเขียนภาพที่สองของชีวิต ครั้งแรกเขียนตอนปีหนึ่ง เป็นงานยากเพราะเพิ่งหัดเขียนสีน้ำมันแต่ก็ภูมิใจที่ได้เขียนภาพพระองค์ท่าน ส่วน มณีนุช โภคพูล นักศึกษาอีกคนบอกว่าแม้จะยากแต่ก็ดีใจได้เขียนภาพพ่อของแผ่นดิน เคยได้ดูภาพเขียนของพระองค์ท่านที่ทรงเขียนภาพพระราชินีสีสวยประทับใจ เป็นแรงบันดาลใจให้พยายามเขียนให้ดีที่สุด
ส่วน ชัยปุระ มีถาวร บอกว่าภูมิใจที่ได้เขียนภาพพระองค์ท่าน ต้องดูศึกษาจนขึ้นใจแล้วจึงลงมือร่างและลงสี งานที่แสดงเสร็จแล้วตั้งใจใส่กรอบเก็บไปไว้บูชาที่บ้าน เพราะเป็นภาพในหลวงของเราและเป็นมงคลกับชีวิตที่เขียนเป็นภาพแรก
สิทธิชัย ตั้งคติธรรม นักศึกษาชั้นปี 2เป็นคนหนึ่งที่มีภาพคัดเลือกไว้แสดงที่หน้าโรงเรียน ได้วาดครั้งแรกในชีวิตตอนอยู่ปีหนึ่ง รู้ว่าปีสองต้องวาดก็พยายามศึกษาและช่วงปิดเทอมฝึกมือไว้ก่อน เมื่อถึงเวลาเรียนจึงเขียนได้สบายขึ้น รูปที่วาดนำมาจากปกหนังสือไทม์ พิมพ์ปี 1999 ฉลองพระองค์เต็มยศสีแดง
"ดูพระองค์ท่านสง่ามาก อยากวาดภาพนี้เพราะท่านเป็นในหลวงของเรา ต้องศึกษาเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไม่ให้ผิดเพี้ยน พระพักตร์ดูจะยากที่สุดสำหรับผม ต้องพยายามให้เหมือนทุกจุด ในขณะที่วาดแรกๆ อาจคิดว่าเป็นงานเรียนชิ้นหนึ่งตั้งใจทำให้ดีก็พอ แต่พอศึกษาลงมือวาดในใจคิด ไม่ใช่เพียงเป็นงานเรียนแล้ว แต่พระองค์ท่านเป็นพระมหากษัตริย์ เป็นในหลวงเป็นพ่อหลวงของเรา หาโอกาสเช่นนี้ยากต้องเขียนให้ดีที่สุด เขียนเสร็จแล้วภูมิใจมากที่ทำได้สำเร็จ" นอกจากได้รับคัดเลือกให้แสดงที่หน้าโรงเรียนแล้วสำหรับภาพของสิทธิชัยมีพระคุณเจ้ามาพบหลังแสดงงานจบขอไปบูชาที่วัดยังจังหวัดสุราษฎร์ธานีทีเดียว
นี่คือชาวศิลป์แห่งเพาะช่างที่ได้สร้างสรรค์งานศิลปะตามวิถี ได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีเฉกเช่นปวงไทยทุกคน ได้แสดงออกให้ชุมชนสังคมได้เป็นที่ประจักษ์ งานศิลปะแห่งความจงรักภักดี จัดแสดงตั้งแต่บัดนี้จนถึงสิ้นเดือนมกราคม 2554
“ทุกรอยแปรงพู่กันที่สรรค์สร้าง บรรจงวางจากใจให้ได้เหมือน รำลึกพระกรุณาตราตรึงเตือน ไม่แชเชือนถวายชัยใจภักดี ถวายแด่องค์อัครศิลปิน องค์ภูมินทร์ทรงสร้างศิลป์ประสิทธิศรี ชีวิตนี้จักสร้างศิลป์เป็นคนดี ถวายชีวีขอพระองค์ทรงพระเจริญ”
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ 13 ธันวาคม 2553
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by