ได้เวลาถอดเฝือก

มีหนังสือจิตวิทยา หลายเล่ม บอกเล่าเกี่ยวกับ ตัวตนของเรา ว่ามีอยู่ 3 อย่าง

1. ตัวตนที่คนอื่นมอง

2. ตัวตนที่เราสร้างขึ้น

3. ตัวตนแท้จริงของเรา

สำหรับฉันแล้ว ข้อ 1+ ข้อ 2

เปรียบเหมือนกับ เฝือก หรือหน้ากาก

ที่ปกป้องเราไว้จาก สิ่งต่างๆ ภายนอก

ที่เราอาจกังวลใจไปเองว่า เสี่ยงเกินไปที่จะเปิดเผย ตัวตนจริงๆ ออกไป

อันที่จริงแล้ว เฝือก เป็นสิ่งจำเป็นมากยามบาดเจ็บ

ยามที่กล้ามเนื้อ หรือกระดูกอ่อนแอ แตกหัก

ใช้เยียวยา แผลภายในให้มีเวลารักษาตัวเอง

แต่อย่าลืมว่า เฝือกเป็นเพียงเปลือกนอก

เมื่อเราหายแล้ว หรือพร้อมเปิดรับกับโลกภายนอกแล้ว

เราต้องถอดออก

คนเราไม่สามารถ มีเฝือก ทั่วตัว แล้วอาศัยร่างเคลื่อนไหวอยู่ในนั้นได้

มันน่าอึดอัด และ จะไม่มีการพัฒนาใดๆ ต่อไปได้อีกเลย

ส่วนหน้ากาก ก็เป็นอีกสิ่งแปลกปลอม ที่หลายๆ ครั้งเราจำเป็นต้องมีไว้

เผื่อเวลาคับขับ ก็หยิบมาใช้หลบหนี จากสถานการณ์ ที่ไม่พึงใจ

หรืออาจมีไว้เพื่อหลอกลวง ผู้อืน ให้มาหลงรัก ให้มาเชื่อถือ

โดยลืมไปว่า พวกเขาเหล่านั้นก็ล้วนมีหน้ากากด้วยเช่นกัน

แต่อย่าลืมว่า หน้ากาก เป็นเพียงสิ่งหลอกลวง

หากเรายึดติดกับมัน นานวันเข้า ช่องว่างระหว่างหน้ากากกับ ตัวตนที่แท้จริง

ก็เชื่อมเข้าหากันมากยิ่งขึ้น..หนาแน่นขึ้น จนยากที่จะถอดออก

เมื่อใดก็ตาม ที่เรายังไม่กล้าที่จะถอดหน้ากากออก..

โดยเฉพาะ เมื่ออยู่ต่อหน้า คนที่เราตั้งใจจะมองเห็นกันไปตลอดชีวิต

เมือนั้น หน้ากากจะเป็นอันตรายที่สุด

เพราะในที่สุดแล้ว หน้ากากที่เคยคิดว่า สวยงาม เลอค่า เพียงใดก็ตาม

จะกลายเป็น หน้าเกลียดมากที่สุด

เมื่อคนรักของเรา เปิดมันออกมายามที่เรานอนหลับ

คนเราหวาดกลัวกันเกินไป ในการเปิดเผยตัวเอง

ทั้งที่จริงแล้ว

ตัวตนที่แท้จริง นี้แหละ ที่เป็นทั้งของขวัญและ พลังงานที่วิเศษที่สุด

จากแหล่งกำเนิดของเรา

คนทุกคนล้วนเกิดมาจาก แหล่งพลังงานบริสุทธิ์เดียวกัน ที่สร้างสรรค์ สิ่งที่แตกต่าง

เพื่อให้โลกนี้ สมดุลย์ และสวยงาม

แน่นอนว่า พระเจ้าไม่ได้เล่นทอดลูกเต๋า.. แม้บางครั้งท่านอาจกำลังละเมออยู่ก็ตาม

ถ้าการเปิดหน้ากากออก มันยากนัก

ยังไม่ต้องเปิดเผยตัวตนของเรา สู่โลกภายนอกก็ได้

แต่... เราต้องยอมรับมัน ให้ได้จากส่วนที่ลึกที่สุดในจิตใจ

คนทุกคน ล้วนมีปม ในอดีต..

แม้ว่า การถอดเฝือกออก จะทำให้เราย้อนคิดถึงบาดแผลที่ผ่านๆมา

การถอดหน้ากาก จะทำให้ผู้คนเห็นถึงความน่าเกลียดของเรา

แต่มันจำเป็น ต่อชีวิต และ จิตวิญญาณ

หากเจ้าตัวหนอน ไม่ยอมลอกคราบ มันก็ไม่สามารถ โบยบินไปเป็นผีเสื้อที่สวยงามได้

น่าเสียดาย ที่โลกเรา ยังมีผีเสื้อน้อยเกินไป.............

เราโตพอแล้ว ที่รู้จักสอนตัวเอง ให้อภัยตัวเอง ให้อภัยผู้อื่น

และมองให้เห็นถึงแง่ดีตั้งมากมาย

กว่าเพียงแค่อิฐที่บิดเบี้ยว เพียงก้อนเดียวบนกำแพงกว้าง

การหลบอยู่แต่ในเฝือก ก็เหมือนกับเด็กไม่รู้จักโต

นานวันเข้า ก็กลายเป็น คนแก่ที่ไม่มีแม้ความสุขที่แท้จริง

ฉันมักเตือนตัวเองเสมอว่า

ก่อนจะลงเล่นในเกมส์ชีวิต ที่คิดว่าใช่ ใดๆ ก็ตาม

ลองจินตนาการดูว่า ขณะที่กำลังลงไปคลุกฝุ่น คลุกดิน อยู่กลางสนามนั่น

เป็นตัวฉันจริงๆ หรือตัวฉันที่ยังต้องแบกเฝื่อก แบกหน้ากากไปลงสนามอยู่

ถ้ายังต้องปั้นแต่งหน้ากากให้สวยงาม และ เสริมเฝือกให้แข็งโป๊ก หนาปึ๊กอยู่

นั่นไม่ใช่เกมส์ ของฉันแล้วล่ะ...

ขอเชียร์อยู่ข้างๆ สนามแล้วกัน

ลงไปก็ สร้างภาระหนักอึ้ง ให้ตัวเองเปล่าๆ

สิ่งที่ตัวตนที่แท้จริงจะได้รับ ก็ไม่มีอะไรมาก

นั่นคือ อิสระภาพที่แท้จริง

คำเดียวก็เกินพอแล้ว เพราะนั่นหมายรวมถึง

ความรักที่บริสุทธิ์ ไม่ยึดติดอยู่กับเปลือกนอก

ความรู้สึกดีๆ ใสๆ ที่เกิดขึ้นต่อหน้าโล่งๆ นับครั้งไม่ถ้วน

ความคิดสร้างสรรค์ และสติปัญญา ในเกมส์ของเรา

ความพึงพอใจ ในชีวิต ( พึงใจ + พอแล้ว )

ความกล้าหาญ ในหนทางของเรา อย่างที่เสริมเฝือกหนาแค่ไหนก็ให้ไม่ได้

และ อีกสารพัด ที่คนในสังคมส่วนใหญ่อาจไม่เคยให้คะแนน

" เล่น " ในเกมส์ของเรา

ปรัชญาเซน กล่าวไว้ว่า

ไม่เคยมีปลาตัวใด...จมน้ำตาย

เรนันท์ สุทธิสว่างวงศ์

Views: 333

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

Comment by Luntom on January 13, 2014 at 9:18pm

Love it :-)

© 2009-2022   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service