+ เปิดตู้หนังสือของผม

 
**ใครอ่านหนังสือเหมือนกันหรือประทับใจเล่มไหน แวะมาคุยกันบ้างนะคร้าบผม** Cool
เป็นหนังสือที่รวบรวมมาจากบันทึกของ โน๊ส อุดม ในช่วงปี 2543 เล่มนี้อ่านหลายรอบมาก
 (ดูจากสภาพหนังสือ) อ่านแล้วได้แนวคิดของพี่โน๊ส ซึ่งมีแนวคิดดีๆ เยอะเลย มี 3 เล่ม
แต่เหลือเล่ม 3 เล่มเดียว อีกสองเล่มไปไหนไม่รุ
หนังสือที่รวบรวมเรื่องสั้นของพี่โน๊ส
บันทึกของพี่โน๊ส ในช่วงพศ.2539 (เก่าสุดๆ) เป็นช่วงที่พี่โน๊สไปเรียนภาษาที่ต่างประเทศและมีเรื่องราว แง่คิดต่างๆ มากมาย อ่านแล้วนึกถึงช่วงนั้นไปด้วย ว่าตอนนั้น เขาฮิตอะไรกัน ละครอะไรดัง เพลงอะไรเป็นที่นิยม ฯลฯ
มี 2 เล่ม เป็นหนังสือเชิงท่องเที่ยวที่ฮาเกินกว่าหนังสือท่องเที่ยวทั่วไปจะทำได้ อ่านแล้วอย่างน้อยถ้าไม่ฮา
ต้องมี ฮิฮิ แน่นอน
(ราขึ้นปกแระ) หนังสือที่อ่านแล้วเหมือนมีเพื่อนที่เป็นคอกาแฟ ไปดื่มที่นู่นที่นี่แล้วเอามาเล่าให้ฟัง
ด้วยสำนวนกวนชวนฮา ของ ชาติ ภิรมย์กุล
เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจทำปัจจุบันให้ดีที่สุด
เริ่มจากคุณวินทร์ ผู้เขียน เมื่อตอนเด็ก มีความชอบที่จะวาดรูป
ต่อมาเมื่อโตขึ้น ได้เรียนต่อทางด้านสถาปัตย์ จับพลัดจับผลูไปศึกษาต่อเมืองนอก และ
ได้ทำงานทางด้านกราฟฟิคดีไซน์ควบคู่ไปด้วย จนปัจจุบัน กลายเป็นนักเขียนชื่อดัง
ซึ่งการเขียนหนังสือได้กลายเป็นงานที่เขาหลงรักไปในที่สุด
รวบรวมร้านกาแฟสวยๆ น่านั่งชิลๆ พร้อมคอลัมน์สัมภาษณ์คอกาแฟให้บอกถึง
ความประทับใจในร้านต่างๆ
 
รวมร้านกาแฟฮิตๆ ดังๆ
หนังสือเล่มนี้ ถือว่าเป็นบรมครูของผมเลย เพราะมีประโยชน์มาก
สำหรับคนที่ไม่ได้เรียนมาทางด้านออกแบบโดยตรงอย่างผม เหมาะสำหรับคนที่ใช้โปรแกรมเป็น
 แต่ยังไม่มีพื้นฐานในเรื่อง การวางองค์ประกอบ การดูคู่สีที่เหมาะสม การจัดตัวอักษร
การใช้แนวทางให้เหมาะกับงาน ฯลฯ ซื้อมาตั้งแต่ปี 2545
ปัจจุบันไม่น่าจะหาได้แล้ว คงไม่มีวางขายแล้ว
สำหรับคนที่ต้องการกำลังใจให้กล้าทำอะไรใหม่ๆ ในชีวิต
ของนักเขียนที่คอยให้กำลังใจคนอ่านอยู่เสมอๆ อย่าง
พี่โหน่ง วงศ์ทนงค์ เจ้าของหนังสือ a day
รวมเล่มของคอลัมน์นิสต์ชาวปีศาจแดงที่แฟนๆ ของทุกทีมอ่านแล้วจะต้องอึ้ง ทึ่ง มันส์
ไปกับสำนวนในภาษา hardcore ของ บ.บู๋
คมคาย สวิงสวาย ประชดประชัน แดกดันได้อย่างเจ็บแสบ
คือความคิดของผมต่อนักเขียนรุ่นใหญ่ผู้ล่วงลับท่านนี้
เล่มนี้เป็นงานเขียนแนวซุบซิบกอสซิปเกี่ยวกับเหล่าเซเลป
ของ hollywood ซึ่งอ่านแล้วมันส์ในอารมณ์อย่างมาก
มองไทยด้วยสายตาของคนญี่ปุ่น คือ หนังสือเล่มนี้
โดย เรียวตะ ซูซูกิ ชาวญี่ปุ่นที่มาอยู่เมืองไทยหลายปีดีดัก
งานเขียนรวมเล่มที่รวบรวมมาจาก a day เป็นข้อคิดหรือคำถาม
ที่ถามมายังคนไทย เช่น ผู้หญิงไทยทำไมต้องเดินจับมือกัน / คนไทยทำไมยิ้มให้กันโดยไม่รู้จักกัน / คนไทยทำไมชอบถ่ายรูปตัวเองแทนที่จะถ่ายสถานที่ที่ไปเที่ยว ฯลฯ
เพลิดเพลินไปกับภาษาอังกฤษที่คนไทยนิยมพูดหรือเขียน แต่จริงแล้วมันผิด
เช่น คำว่า pretty นอกจากจะแปลว่าสวย น่ารักแล้ว ยังเป็นคำขยาย แปลว่า "ค่อนข้าง" อีกด้วย
อย่างเช่นมุขนี้
A : "you so pretty.."
B : "really? "
A : "...pretty ugly"
ปากคอเราะร้ายมาก อาจารย์คริส ...haha
 
แนะนำสถานที่กิน เที่ยว ดูงานศิลป์ ฯลฯ พร้อมภาพประกอบสวยๆ ในเล่มนี้
หนังสือที่คอกราฟฟิคดีไซน์ไม่น่าพลาด เป็นหนังสือของไทยที่แตกหน่อมาจาก Computer Art ที่อังกฤษ
ได้รู้แนว เทรนด์การออกแบบ ภาพประกอบเจ๋งๆ จากทุกมุมโลก
 
 
เป็นหนังสือที่น่ารักดี เป็นหนังสือที่มีภาพประกอบน่ารักๆ
โดยนักเขียนที่ชื่อนามปากกาว่า "ม.ย.ร.มะลิ"
เห็นเค้าว่าเป็นคนเขียนภาพประกอบในหนังสือ "พลอยแกมเพชร"
หนังสือเล่มนี้จะเล่าถึงคนทีทำอาชีพต่างๆ ในซอยทองหล่อที่เธอไปสัมผัสมา
ผ่านภาพประกอบ+เรื่องราวสั้นๆ ของอาชีพนั้นๆ
คำว่า จักรวาล 1x1 เมตร หมายถึง เราทุกคนต่างก็มีอาณาเขตของตัวเอง
เป็นที่ส่วนตัวที่เรารู้สึกว่าเป็นที่ของเรา เป็นที่ที่เราควรอยู่ ต่างคนก็ต่างยิ่งใหญ่ใน
จักรวาลของตน ไม่ว่าจะเป็น นักทอดปาท่องโก๋, นักลับมีด, นักคั่วเกาลัด
(--สังเกตว่าเธอใช้คำน่ารักดี เรียกทุกอาชีพเป็น "นัก" หมดเลย--)
 
**ท้ายเล่มเธอก็สรุปว่า
จักรวาล 1x1 เมตรทุกแห่ง ทำให้ซาบซึ้งว่า
ทุกคน เชี่ยวชาญ ในทางของตน
เราจึงควรภูมิใจใน "ดี" ของตนเอง และคน
ควร "ให้เกียรติ" กัน

 

Views: 248

Comment

You need to be a member of PORTFOLIOS*NET to add comments!

Join PORTFOLIOS*NET

© 2009-2021   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service