Queen of Soul อรีธา แฟลงคลิน

 


โซล (Soul music) แนวเพลงประเภทหนึ่งที่เกิดจากการผสมผสานกันระหว่างแนว R&B และกอสเพล เกิดขึ้นโดยคนผิวสีในอเมริกา ด้วยจังหวะที่สนุกสนาน คึกคัก โดยไม่มีเนื้อหาเกี่ยวกับทางศาสนาแบบแนวกอสเพล ดั้งเดิม

ทั้งนี้ ยังมีรูปแบบและท่วงทำนอง การแสดง/ร้อง ในลักษณะคีตปฏิภาณ มีการร้องซ้ำวน มีบีตสนุกสนาน อาจใช้การตบมือประกอบการเคลื่อนไหว องค์ประกอบเอกลักษณ์ที่เด่นชัดอีกอย่างของโซลคือ call and response เป็นการร้องโต้ตอบกันระหว่าง นักร้องกับนักร้องประสาน แบบสนุกสนานเสนาะโสต

อรีธา แฟลงคลิน (Aretha Louise Franklin) เกิด 25 มีนาคม 1942 ที่เมมฟิส เทนเนสซี

นักร้อง นักแต่งเพลง นักเปียโน ผู้ได้รับการขนานนาม “ราชินีเพลงโซล” แห่งยุค ด้วยศักยภาพแห่งศิลปินจากจิตวิญญาณอันเจิดจ้า และแม้จะมีชื่อเสียงโด่งเด่นด้วยเพลงโซลแล้ว เธอก็ยังมีความสามารถอย่างเอกอุในแนวทาง แจ๊ซ, บลูส์, R&B และกอสเพล ได้อย่างไม่มีใครทาบในยุคนี้

นิตยสาร โรลลิงสโตน ได้ให้เกียรติ สดุดีว่า อรีธา แฟลงคลิน เป็นศิลปินเดี่ยวอันดับหนึ่ง ผู้ยิ่งใหญ่ตลอดกาล จากการโหวตคะแนนของเธอเหนือสถานะศิลปินชายใน 5 อันดับแรก อย่าง เรย์ ชาร์ลส์, เอลวิส เพรสลีย์, แซม คุก, และจอห์น เลนนอน

เธอ คือ ศิลปินที่ได้รับและเข้าชิงรางวัล แกรมมี่ อะวอร์ดส์ และกิตติมศักดิ์มากที่สุดถึง 18 รางวัล ตลอดระยะเวลาร่วมครึ่งศตวรรษตราบถึงปัจจุบัน

ปี 1987 แฟรงคลินได้กลายมาเป็นศิลปินหญิงคนแรกที่ได้รับการจารึกชื่อในlสถาบัน Rock and roll Hall of Fame และล่าสุด ต่อสถานะเฟมินิสต์แห่งยุค แฟลงคลิน ได้รับเกียรติในการเป็นนักร้องนำในพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งของ ประธานาธิบดี บารัค โอบามา เมื่อปี 2009

อรีธา แฟลงคลิน มีซิงเกิลแทร็กยอดเยี่ยมก้องโลกอย่าง

“(You Make Me Feel Like) A Natural Woman,”
“Respect,”
“I Never Loved a Man (The Way I Love You),” “Think,”
“Chain of Fools”

เหล่านี้ คือ เพลงฮิตจากอัลบัมสุดฮอต คงความยอดเยี่ยมและอมตะท้าทายกาลเวลา

เธอ คือ ต้นแบบและแรงบันดาลใจ ให้แก่ศิลปินรุ่นต่อมา อย่าง วิทนีย์ ฮุสตัน, อลิเซีย คีย์, แอรอน เนวิลล์ และแอนนี เลนน็อกซ์

กล่าวกันว่า แฟลงคลิน คือของขวัญที่พระเจ้าประทานมาเพื่อสุนทรียคีตศิลป์แห่งมวลมนุษย์ ก็ไม่ใช่คำกล่าวที่เกินเลย เพราะการร้องและแสดงที่เข้าถึงอารมณ์เพลงแบบทรงพลังเหนือศิลปินอื่นใด

เธอมีทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงออก ไฟและพลังแห่งการสร้างสรรค์ ความเชื่อมั่น และศักยภาพเหล่านี้ ส่งให้เธอเป็นศิลปินชั้นยอด เป็นดาวจรัสแสงที่ไม่โรยรา

ทั้งหลายทั้งปวงนั้นก็อาจจะเป็นเพราะเธออุทิศพลังทั้งมวลให้แก่พระผู้เป็นเจ้า และมีพื้นฐานมาจากการร้องเพลงในโบสถ์โดยแท้

ในวัยเด็ก อรีธา แฟลงคลิน เป็นเด็กที่ฉายแววอัจฉริยะ เธอสามารถฝึกและเล่นเปียโนด้วยตนเอง และมีน้ำเสียงร้องที่มหัศจรรย์


 




ก่อนที่จะย่างเข้าสู่วัยรุ่น พ่อของเธอบันทึกเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าในโบสถ์ ในตอนนั้น เมื่ออายุได้ 14 ปี ก็มีอัลบัมแรก Songs of Faith นั่นคือพื้นฐานสำคัญต่อการเป็นศิลปิน

เมื่อประกอบอาชีพนักร้องในกาลต่อมา และเมื่อได้เซ็นสัญญากับบริษัทแผ่น เสียงใหญ่ แฟลงคลินก็เปลี่ยนมาเป็นนักร้องแนวป๊อป แจ๊ซ ที่มีรากฐานมาจากกอสเพล

“Rock-A-Bye Your Baby With A Dixie Melody” ซิงเกิลฮิตติดชาร์ต อันดับ 37 ป๊อป ซิงเกิล ในปี 1961

และต่อมาเมื่อเปลี่ยนสังกัดใหม่ เธอก็มานั่งหลังเปียโน และก็มีเพลงฮิตออกมามากมาย

1967 เธอได้กลายเป็นเจ้าแม่เพลงโซล หมายเลข 1 กับ เพลงบลูส์ บัลลาด “I Never Loved a Man (The Way I Love You)” ก็กลายเป็นเพลงที่สร้างชื่อเสียงให้เป็นซิงเกิลฮิต ในแนว R&B

1968 เธอก็ได้รับรางวัลแกรมมี่ ในเพลง “respect”

1967 อัลบัม amazing grace ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ ได้ถึงสองล้านก๊อบปี้ และเป็นอัลบัม กอสเพล โซล ยอดเยี่ยมตลาดกาล ทำให้เธอคือราชินีแห่งเพลงป๊อป โซล หมายเลขหนึ่ง นับแต่นั้น

1968 เป็นผู้หญิงผิวสีคนที่สอง ที่ได้รับเกียรติขึ้นปกนิตยสาร Time อันทรงอิทธิพล

1985 อรีธา แฟลงคลิน, มาดอนน่า และมาร์วิน เกรย์ คือ 3 ใน 10 อันดับแรก ศิลปินผู้ติด Billboard Hot ตลอดกาล

1987 ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ Musicology จาก
University of Detroit

2005 รางวัล Presidential Medal of Freedom โดย ประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิลยู บุช

2006 ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์จาก วิทยาลัยดนตรี เบิร์กลี

2008 ได้รับเกียรติเป็นบุคคลแห่งปี จาก MusiCares

2010 ปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยเยล

ด้านชีวิตส่วนตัว เธอแต่งงานกับเท็ด ไวท์ ซึ่งเป็นผู้จัดการส่วนตัว และผู้เขียนเพลงให้ เมื่อปี 1961...และมีลูกด้วยกัน 1 คน ก่อนที่จะหย่าร้างและมาแต่งงานกับ เคน คันนิงแฮม ผู้จัดการคนใหม่ ในปี 1970

Mary J. Blige โซลสตาร์รุ่นต่อมากล่าวถึง อรีธา แฟลงคลิน ว่า

“ตอนเป็นเด็ก ฉันเคยฟังเพลงของอรีธา เพราะแม่ของฉันเปิดเพลง “Do Right Woman” และ “Ain’t No Way” ทุกวัน ฉันอยากจะร้องไห้เมื่อคิดถึงเรื่องนั้น จากแรงบันดาลใจอันนั้น ฉันก็ค้นพบอะไรบางอย่าง เกี่ยวกับร่องเสียงของตัวเอง ฉันรู้วิธีการเปล่งน้ำเสียงของเธอว่าน่าตื่นตาตื่นใจและเสนาะโสตเพียงไร ต่อต้นแบบนั้น

 

 

 

ที่มา: ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ 17 ธันวาคม 2553

Views: 105

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service