รู้จัก Michael Graves ผ่าน "โฮเทล ไมเคิล"

Happy Time >
โดย ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์ 9 มีนาคม 2553 
ไมเคิล เกรฟ ในวันที่ต้องนั่งรถเข็น แต่ก็ไม่หยุดยั้งการสร้างสรรค์ผลงาน
-----------------------------

Art Life

ภาพวาดรูปทรงเรขาคณิต ที่เน้นสีโทนส้มน้ำตาลอ่อนๆ มองดูแล้วสบายตา ปรากฏอยู่ตลอดแนวทางเดิน ที่พาเราไปสู่ลิฟต์ของโฮเทล ไมเคิล ด้านล่างของแต่ละภาพ มีตัวอักษร Graves พร้อมตัวย่อของปี ค.ศ. สลักอยู่ ไม่เพียงแต่ทางเดินเท่านั้น ทว่าภาพวาดในลักษณะเดียวกัน ยังมีให้เห็นในห้องพักอีกหลายจุด

หากสังเกตดีๆ ก็จะพบว่าเฟอร์นิเจอร์ และรูปทรงของสิ่งของที่นำมาตกแต่ง ส่วนใหญ่ก็มีรูปทรงเรขาคณิต และเป็นสีส้มน้ำตาลของไม้เมเปิล แบบเดียวกันกับที่เห็นในภาพวาด

บังเอิญ หรือ ตั้งใจ เป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจเราโดยฉับพลัน ก่อนที่จะคลี่คลายลง เมื่อได้รับข้อมูลว่า เจ้าของภาพวาดที่ติดทั่วทั้งโรงแรมดังกล่าวมีชื่อว่า ไมเคิล เกรฟ (Michael Graves) สถาปนิกชื่อดังชาวอเมริกัน ผู้ทำการออกแบบโรงแรม ทั้งในส่วนโครงสร้าง การตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์ และการจัดวางองค์ประกอบทั้งหมด


มาถึงตอนนี้เราก็ถึงบางอ้อว่าเพราะเหตุใดโรงแรมแห่งนี้จึงมีชื่อว่า โฮเทล ไมเคิล ไม่ใช่เฉพาะการออกแบบโรงแรมทั้งหมดเท่านั้น ทว่าลักษณะการออกแบบห้องน้ำ ยังเป็นรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้ภายในบ้านของสถาปนิกผู้นี้ ทั้งรูปแบบฝักบัว กระจก และกระเบื้องโมเสก 

ไมเคิล เกรฟ เป็นสถาปนิกผู้คงแก่เรียนที่มีความสามารถรอบตัว หลังจากจบปริญญาโทที่ Harvard University's Graduate School of Design เขาก็ได้รับทุนจากสมาคมส่งเสริมวัฒนธรรมอเมริกันในกรุงโรม ที่นี่แววความสามารถทางด้านอักษรของเขาเริ่มฉายชัดออกมา เมื่อเขาเขียนวิพากษ์วิจารณ์ผลงานสถาปัตย์ และทฤษฎีศิลป์ได้อย่างเฉียบคม 

งานเขียนของเกรฟหลายชิ้น เป็นงานที่มีอิทธิพลอย่างสูงต่อวงการออกแบบ เช่น บทความเรื่อง "The Necessity of Drawing: Tangible Speculation" ที่ตีพิมพ์ในนิตยสารการออกแบบทางสถาปัตยกรรมของอังกฤษในปี 1977 ที่ถูกใช้ไปในการอ้างอิงถึงวิธีการวาดภาพและขั้นตอนการออกแบบงานสถาปัตยกรรมอยู่บ่อยครั้ง ความสามารถทางวิชาการทำให้เขาได้รับเลือกเป็นอาจารย์สอนในมหาวิทยาลัย พรินตัน และยังได้รับเชิญเป็นอาจารย์พิเศษทางด้านสถาปัตยกรรมศาสตร์ในอีกหลายมหาวิทยาลัยทั่วโลก 



การคิดงานสถาปัตยกรรมตามสไตล์ของเกรฟ มักมีภาพร่าง และภาพวาดเป็นองค์ประกอบที่สำคัญเสมอ เกรฟ เป็นหนึ่งในสถาปนิกคนแรกๆ ที่มีผลงานจัดแสดงอยู่ในแกลเลอรีศิลปะเชิงพาณิชย์ ที่จัดขึ้นโดยแกลเลอรี Max Protetch ในนิวยอร์ก นิทรรศการที่ทำให้ผลงานวาดภาพทางสถาปัตย์กลายเป็นงานศิลปะที่คนทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ จากนั้นมาเขาก็จัดแสดงผลงานภาพวาดและโมเดล ไปทั่วโลกกว่า 150 นิทรรศการ ทุกวันนี้งานพิมพ์และวาดภาพของเกรฟ จึงมีให้ชมในหลายๆ ที่ อาทิ พิพิธภัณฑ์ศิลปะเมโทรโพลิแทน พิพิธภัณฑ์ศิลปะอเมริกันวิทนีย์ พิพิธภัณฑ์เบอร์ลิน และศูนย์สถาปัตยกรรมแคนาดา 

เกรฟ ยังได้ชื่อว่า เป็นผู้กำหนดวิธีการสื่อสารด้วยสีขึ้นมาใหม่ เขานำเสนอผลงานโดยอิงจากสีดั้งเดิมของธรรมชาติและวัสดุ เช่น สีน้ำตาลแดงใช้แทนพื้นดิน สีฟ้าแทนท้องฟ้า หรือเพดาน เป็นต้น 

ไม่เพียงเท่านั้น เกรฟยังให้ความสำคัญกับรูปทรงในงานสถาปัตยกรรมที่แตกต่างจากคนอื่น เพราะในขณะนั้นสถาปนิกมักจะนำเสนอสิ่งปลูกสร้างในแนวเพ้อฝัน เป็นรูปธรรม ทว่าเกรฟกลับมองว่าสิ่งปลูกสร้างจะต้องเชื่อมโยงกับชุมชน และบริบทแวดล้อมเป็นสำคัญ นอกจากนี้เกรฟยังนำกลิ่นอายของสถาปัตยกรรมในอดีต ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบฝาผนัง พื้น เพดาน ประตู หน้าต่าง หรือเสา มาผสมผสานกับการออกแบบยุคสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว 

อาคาร The Portland Public Service แห่งโอเรกอน เป็นตัวอย่างผลงานแห่งการผสมผสาน ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศการออกแบบอาคารในปี 1980 



เกรฟ เปิดบริษัทของตัวเองและสร้างสรรค์งานมาอย่างโชกโชน ทั้งการออกแบบบริษัท ตึกออฟฟิศ ชอปปิ้งเซ็นเตอร์ ร้านขายปลีก บ้านเดี่ยว บ้านขยาย ห้องสมุด โรงเรียน พิพิธภัณฑ์ ศูนย์แสดงงานศิลปะ โชว์รูม และงานตกแต่งภายใน รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ และของใช้ภายในบ้าน ที่รู้จักกันดีก็อย่าง กาต้มน้ำ ที่ออกแบบมาให้มีเสียงเตือนขณะน้ำเดือดเลียนแบบเสียงนกร้อง โดยปากกรวยออกแบบเป็นรูปนกสีแดง สื่อถึงความร้อน ขณะที่ที่จับใช้สีน้ำเงินสื่อถึงความเย็น

ปี 1999 เกรฟ ได้รับรางวัลต้นแบบศิลปินแห่งชาติอเมริกัน และรางวัลเหรียญทองจากสมาคมสถาปนิกอเมริกัน ในปี 2001 และอีกหลากหลายรางวัลจากการสร้างสรรค์ผลงานด้วยความมุ่งมั่น และทุ่มเท ทว่าในปี 2003 เกรฟต้องล้มป่วยลง เพราะติดเชื้อชนิดหนึ่งเข้า ส่งผลให้เขาเป็นอัมพาตครึ่งตัว ตั้งแต่ช่วงเอวลงมาไม่สามารถขยับเขยื้อนได้ แต่นั่นกลับไม่ได้เป็นอุปสรรคสำหรับเขา เกรฟยังคงสร้างสรรค์ผลงานต่อไป หนึ่งในนั้นก็คือ โฮเทล ไมเคิล แห่งรีสอร์ต เวิลด์ เซนโตซ่า ประเทศสิงคโปร์ ที่เราได้มีโอกาสเยี่ยมชม
  


ภายในรีสอร์ต เวิลด์ เซนโตซ่า นั้นมีโรงแรมหรูที่มีธีมแตกต่างกันถึง 6 แห่ง ให้เลือกพัก ซึ่งเกรฟได้มีส่วนในการออกแบบถึง 5 โรงแรม แต่ที่แสดงตัวตนของเขาได้มากที่สุดก็เห็นจะเป็น โฮเทล ไมเคิล แห่งนี้ โดยบริเวณชั้นล่างของโรงแรมยังมี MICHAEL GRAVES GALLERY ชอปจำหน่ายผลงานของเกรฟที่แรกในเอเชีย ให้ได้เลือกชมและเลือกซื้อกลับไปเป็นที่ระลึกกันอย่างจุใจ

ใครอยากสัมผัสผลงานของ ไมเคิล เกรฟ อย่างใกล้ชิด หากมีโอกาสไปเยือนเกาะเซนโตซ่า ประเทศสิงคโปร์ ก็แวะไปชื่นชมกันได้ถึงศักยภาพของสถาปนิกผู้นี้ ที่ไม่ยอมจำนนให้โรคอัมพฤกษ์ มาคร่าพลังแห่งการสร้างสรรค์ของเขาไปได้

Views: 812

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service