Martial Solal หัวขบวนแจ๊สยุโรปร่วมสมัย

 

หากไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ช่วงวันที่ 1 - 3 ตุลาคม 2553 นี้ มีข่าวดีว่า ค่ายเพลงฮิตแมน ร่วมกับ สถานทูตเนเธอร์แลนด์ , 


หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร , เนชั่นกรุ๊ป และพันธมิตรอื่นๆ จะมีกิจกรรมดนตรีครั้งสำคัญในชื่อ Jazz Up Bangkok Festival โดยมีนักดนตรีแจ๊สจากเนเธอร์แลนด์มาร่วมสร้างสีสันถึง 16 ชีวิตด้วยกัน ในจำนวนนี้มีศิลปินชาวดัตช์ที่พอจะเป็นที่รู้จักในระดับนานาชาติ คือ ปีเตอร์ บีทส์ และ ซัสเกีย ลารู 

การเดินทางมาเยือนไทยของพวกเขาในครั้งนี้ น่าจะเป็นการปลุกให้สีสันดนตรีแบบ "ยูโรเปียน แจ๊ส" กลับมาคึกคักอีกครั้ง หลังจากที่เคยมีซีรีส์ Colour Your Life มาก่อนหน้า ทว่า ความน่าสนใจของกิจกรรมที่จะมาถึง ไม่เพียงการนำเสนอวงในรูปแบบ "บิ๊ก แบนด์" และ "สมอลล์ แบนด์" ของนักดนตรีทั้ง 16 คนเท่านั้น หากในเวลาเดียวกัน ทางผู้จัดงานยังต้องการให้เกิดการปะทะสังสรรค์กับนักดนตรีแจ๊สไทย โดยมีพื้นที่มากพอสมควร ในลักษณะ "คอนเสิร์ตย่อย" สำหรับการแสดงแบบ "เบลนเดด แบนด์" หรือการ Collaboration ของศิลปินไทยและศิลปินดัตช์อีกด้วย 

อันที่จริง ยูโรเปียน แจ๊ส ไม่ใช่ของใหม่ สายธารของแจ๊สยุโรปเกิดขึ้นนานแล้ว หลังสงครามโลกครั้งที่ 1 เป็นต้นมา 
สัปดาห์นี้ ผมขออนุญาตหยิบผลงานแจ๊สยุโรปที่น่าสนใจมานำเสนอ เป็นการอุ่นเครื่องกันก่อน 

เมื่อเอ่ยถึงหัวขบวนของยูโรเปียน แจ๊ส นอกจาก จังโก ไรน์ฮาร์ด, สเตฟาน กราปเปลลี อย่างน้อยที่สุดต้องมีชื่อของ มาร์เชียล โซลาล รวมอยู่ด้วย ในฐานะผู้มีบทบาทโดดเด่นบนหน้าประวัติศาสตร์ดนตรีแจ๊สฝรั่งเศส ตั้งแต่ยุคสวิง ข้ามผ่านมาสู่บีบ็อพ จนถึงแจ๊สร่วมสมัยในวันนี้ 

นักเปียโนวัย 81 ปีคนนี้ เกิดที่ อัลเจียร์ แอฟริกาเหนือ จากนั้นเมื่ออายุได้ 23 ปี ได้ย้ายมาอยู่นครปารีส ประเทศฝรั่งเศสในช่วงยุคหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ราวปี ค.ศ.1950) 

โซลาล เริ่มต้นเรียนดนตรีตอนอายุ 7 ขวบ กับแม่ ซึ่งเป็นครูสอนเปียโนและนักร้องโอเปรา เขาผ่านประสบการณ์การเล่นดนตรีมาอย่างโชกโชน ทั้งวงขนาดเล็กและวงบิ๊กแบนด์ มีบทบาทอย่างสำคัญในการประพันธ์ดนตรีร่วมสมัยที่ผสมผสานด้วยกลิ่นอายของแจ๊สแบบดั้งเดิม 

แม้จะเป็นนักดนตรีหัวก้าวหน้า แต่ โซลาล เปิดกว้างเพียงพอสำหรับการทำงานร่วมกับนักดนตรีแจ๊สสายอนุรักษ์นิยม เช่น เขาเคยมีงานอัดแผ่นกับ ซิดนีย์ บิเชต์ นักโซปราโนแซ็กโซโฟน ในปี ค.ศ.1957 และเล่นอัดแผ่นกับ จังโก ไรน์ฮาร์ดท์ มือกีตาร์ชาวเบลเยียมเชื้อสายยิปซีหลายชุด ขณะเดียวกัน ก็เคยทำงานกับนักดนตรีรุ่นใหม่อย่าง ลี โคนิตซ์ หนึ่งในตำนานคูลแจ๊ส 

โซลาล สร้างชื่อเสียงนอกประเทศครั้งแรก เมื่อคราวเดินทางไปแสดงที่สหรัฐอเมริกาในเทศกาลดนตรีแจ๊สนิวพอร์ท ปี ค.ศ.1963 เขามีความสนใจในการประสมวงแบบทริโอ เคยร่วมงานกับนักดนตรีอเมริกัน อย่าง มือกลอง พอล โมเชียน และมือเบส เท็ดดี โคทิค เป็นต้น อย่างไรก็ตาม งานหลักๆ ของ โซลาล ในวัยหนุ่ม คือการทำดนตรีประกอบภาพยนตร์นับไม่ถ้วน หนึ่งในจำนวนนั้นคือเพลงประกอบหนังระดับขึ้นหิ้ง เรื่อง A Bout de Souffle (1960) ของ ฌอง ลุค โกดาร์ด 

ในระยะหลัง นักเปียโนอาวุโสคนนี้ทยอยนำผลงานแจ๊สใหม่ๆ ออกมาให้แฟนเพลงได้ติดตามกัน และดูเหมือนว่าวัยที่เพิ่มขึ้นมิได้เป็นอุปสรรคในการทำงานแต่อย่างใด โดยก่อนอัลบั้มนี้ โซลาล อัดแผ่น NY-1 กับค่ายบลูโน้ต เป็นบันทึกการแสดงสดครั้งแรกที่นิวยอร์กซิตี ณ คลับ เดอะ วิลเลจ แวนการ์ด ในช่วงเวลาหลังเหตุการณ์ 911 เพียง 1 สัปดาห์ 



สำหรับอัลบั้ม Longtitude เขาบรรเลงกับพี่น้องตระกูล Moutin ออกวางขายหลังฉลองวันเกิดครบรอบ 80 ปีเพียงไม่กี่วัน โซลาล แสดงให้เห็นถึงพลังดนตรีที่มากล้น น้ำหนักของนิ้วที่พรมลงบนคีย์บอร์ดมิได้บ่งบอกถึงความพร้อมทางกายภาพเท่านั้น แต่ไอเดียอันพวยพุ่งตลอดเวลาในการเลือกสรรตัวโน้ตที่เหมาะสม ระหว่างการเคลื่อนที่ไปมาบน “โทนัลลิตี” ที่ไม่อยู่นิ่ง สะท้อนถึงความเฉียบคมที่นักดนตรีรุ่นหนุ่มยังต้องศิโรราบ 

Slightly Bluesy เป็นการอุ่นเครื่องที่ดีสำหรับการปะทะสังสรรค์ของนักเปียโนอาวุโส กับนักดนตรีหนุ่มทั้งมือเบสและมือกลอง ดนตรีอิงกลิ่นอายบลูส์ก็จริง หากนำเสนออย่างเร่งเร้า และเข้มข้นด้วยกลุ่มตัวโน้ตที่มีเทนชั่นสูง ขณะที่ภาคริธึ่มกำหนดบทบาทอย่างหลวมๆ ในแบบฟรีฟอร์ม 

Monostome เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของบทประพันธ์แจ๊สยุคใหม่ที่ท้าทายทั้งคนเล่นและคนฟัง ด้วยแนวการเขียนที่รัดกุม แต่เปิดพื้นที่ให้แก่การอิมโพรไวเซชั่นได้อย่างแยบยล ในเพลงนี้ โซลาลใช้คลัสเตอร์ของทำนองซ้ำๆ แต่ทวีพลังขึ้นทีละน้อย พร้อมกับมีการเปลี่ยนเทมโปที่พลิกความคาดหมาย ขณะที่ Short Cuts ปรับแต่งโทนให้ทึบทึมลงเรื่อยๆ ก่อนฉีกไปสู่ชีพจรจังหวะลาติน โดยมี Solaltitude ที่ชวนให้ระลึกถึงท่อน A ของเพลง Round Midnight ขึ้นมาตะหงิดๆ 

นอกจากเพลงออริจินัล 7 เพลงแล้ว นักเปียโนอาวุโสหยิบเพลงสแตนดาร์ดมาบรรเลง 3 เพลงด้วยเหตุผลที่น่ารับฟังว่า 

“... หากคุณค้นหาน้ำผลไม้ใหม่ๆ จากมัน (เพลงสแตนดาร์ด) ได้ นั่นล่ะคุณถึงจะเป็นนักอิมโพรไวซ์ตัวจริง” 
เช่นเคย โซลาล จัดการทั้ง Here’s That Rainy Day, Tes For Two และ The Last Time I Saw Paris ด้วยการอัดฉีดวิญญาณแห่งคริสต์ศตวรรษที่ 21 ใส่เข้าไปอย่างสดชื่น ภายใต้หลักของการ “อิน” และ “เอาท์” จากทำนองที่มีชั้นเชิง ซึ่งสำหรับใครก็ตามที่คุ้นเคยทำนองหลักของเพลงทั้ง 3 นี้ น่าจะซึมซับแง่มุมทางดนตรีของ โซลาล ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น 

นี่คือผลผลิตของตำนานแจ๊สจากยุโรปที่พึงใจจะก้าวไปข้างหน้า อย่างน้อยก้าวหนึ่งเสมอ. 

Longitude : Slightly Bluesy ; Here's That Rainy Day ; Longitude ; Vous Avez Dit? Bizarre ; Tea For Two ; Solaltitude ; Short Cuts ; The Last Time I Saw Paris ; Monostome ; Navigation 
Personnel : Martial Solal , piano ; Francois Moutin, bass; Louis Moutin, drums 
Label : CamJazz 




ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 
7 กรกฎาคม 2553 

Views: 27

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service