Jeal-Paul 'Bluey' Maunick ผู้อยู่เบื้องหลัง 'อินค็อกนิโต'

 

ความพยายามของหลายฝ่าย ทำให้งาน "หัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล 2010" ผ่านพ้นไปด้วย หนึ่งในความประทับใจของหลายๆ คนในงานนี้ 

คือการแสดงดนตรีที่ทรงพลังของตำนานเอซิดแจ๊สแห่งอังกฤษ นั่นคือ "อินค็อกนิโต" (Incognito) เมื่อค่ำวันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน ที่ผ่านมา ณ เวทีหลักหน้าโรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน 

ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง "อินค็อกนิโต" นำโดย Jeal-Paul "Bluey" Maunick เปิดเวิร์คช็อพให้นักศึกษาดนตรีและผู้สนใจได้สอบถามถึงแนวทางการสร้างสรรค์ดนตรี แนวคิด และทักษะการเล่นต่างๆ โดยมี เด่น อยู่ประเสริฐ เป็นผู้ดำเนินรายการและถอดความจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาไทย 

หลังจากนั้น "บลูอีย์" ยังพอมีเวลาอีกเล็กน้อยเพื่อให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน และนี่คือส่วนหนึ่งจากบทสนทนาดังกล่าว 

คุณน่าจะทราบดีเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองของไทยในเวลานี้ คุณตัดสินใจลำบากแค่ไหนในการมาเยือน 

ครับ ผมติดตามเรื่องนี้มาพอสมควร ผมเคยแลกเปลี่ยนเรื่องนี้กับคนไทยคนหนึ่งที่อยู่ในลอนดอน เธอเขียนมาบอกว่าจะมาเมืองไทยทำไม รัฐบาลของคุณไม่ได้สนใจใยดีผู้คนนักหรอกนะ แล้วไหนจะเรื่องของความปลอดภัย แต่ผมมานั่งพิจารณาแล้วเห็นว่า นี่คือโอกาสอันดีที่ผมจะได้มาสื่อสารเสียงดนตรีกับผู้คน นี่คือดนตรีสำหรับผู้คน การได้มาเล่นดนตรีริมทะเล บนชายหาด ผมเข้าใจดีถึงความยากลำบากของชีวิตภายใต้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน แต่ในเวลาเดียวกัน นี่คือโอกาสที่เราจะได้สร้างสมดุลในเรื่องของการดำรงอยู่ ผ่านสื่อ ผ่านเพลง มีความผูกพันห่วงใย และใกล้ชิดกัน 

ดังนั้น ผมจึงมีความสุขมากที่ได้มาที่นี่ ไมใช่ผมคนเดียวเท่านั้น แต่สมาชิกคนอื่นๆ ในวงก็ยินดีที่จะได้เดินทางมาด้วย ผมถามเหมือนกันว่ามีใครกลัวจะมางานนี้มั้ย แต่รวมๆ แล้ว เราอยากมากัน เพราะก่อนหน้านี้ ผมเคยแสดงที่กรุงเทพฯ มา 2 ครั้งแล้ว 

คุณคิดอย่างไรกับ หัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล 
มันวิเศษมากนะ เพราะผมเองก็เรียนรู้ดนตรี ค้นพบความงามของเสียงเพลง จากการใช้ชีวิตบนชายหาด นั่นยิ่งเป็นการดีใหญ่ที่จะเล่นดนตรีบนหาด ยิ่งที่หัวหิน มันไม่ใช่แค่เล่นดนตรี แต่ยังเกี่ยวข้องกับประสบการณ์ที่ผมได้เจอผู้คนอีกด้วย 

นี่คือปีที่ 9 ของหัวหินแจ๊สแล้ว แต่ดูเหมือนเรายังก้าวไม่ถึงระดับโลกเสียที เมื่อเปรียบเทียบกับ Java Jazz ซึ่งจัดขึ้นทีหลัง 

หวังว่าการมาที่นี่ของผม น่าจะมีส่วนช่วยอะไรได้บ้าง อย่างเช่น ช่วยทางออร์แกไนเซอร์ไปชักชวนเพื่อนศิลปินคนอื่นๆ มาร่วม ก่อนหน้านี้ ผมคุยโทร.กับ ชาคา คาน บอกว่าเรามาเล่นที่นี่ และจะถ่ายทำมิวสิควิดีโอซิงเกิลใหม่ของ อินค็อกนิโต เธอบอกว่า "โอ ! คุณอยู่เมืองไทยเหรอ" มางานนี้สิ มันเจ๋งนะ ชาคา คาน บอก "ช่วยให้เบอร์ติดต่อมานะ ฉันอยากไปเล่นบ้าง" ผมยังมีโอกาสได้คุยกับศิลปินอีกหลายคน ผมคิดว่าเทศกาลแจ๊สที่นี่คงต้องใช้เวลาสักระยะ 

ผมเคยไป จาวา แจ๊ส หลายครั้ง ตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นเลย และมีส่วนช่วยแนะนำวงดนตรีหลายวงให้ไปเล่นที่นั่น ตอนนี้ จาวา ถือว่าเข้มแข็งมาก ใครๆ มักจะมองเป็น "บลู พรินท์" แต่สำหรับเมืองไทยซึ่งมีสถานที่สวยงาม และค่าใช้จ่ายในการมาเยือนไม่แพงนัก ใครๆ ก็มาได้ รวมถึงความเป็นมิตรของคนไทยน่าจะพัฒนาให้เป็นงานที่ดีได้ 

แจ๊ส เฟสติวัล ที่ดีควรเป็นอย่างไรในความเห็นของคุณ 
ก็ต้องถามก่อนว่า แจ๊สคืออะไร แจ๊สคือเสรีภาพในการแสดงออก แล้วเมื่อตอนแจ๊สเกิดขึ้นในช่วงแรก มันมีดนตรีบลูส์เป็นส่วนประกอบ ซึ่งเกี่ยวข้องกับฟิลลิ่งของผู้คน ความเจ็บปวด ยากเข็ญ ในอีกด้านหนึ่ง แจ๊สจึงเป็นดนตรีที่เห็นคุณค่าของการเฉลิมฉลองชีวิต การเต้นรำ แจ๊สเฟสติวัล จึงเป็นคล้ายกับงานปาร์ตี้ เป็นเสรีภาพของการแสดงออก 

แจ๊ส เฟสติวัล เป็นวิถีที่เราสามารถแบ่งปันประสบการณ์และแนะนำแก่คนรุ่นใหม่ เพื่อให้พวกเขาเปิดใจว่า เนื้อแท้ของแจ๊สคืออะไร มันเป็นดนตรีแห่งวัฒนธรรม เป็นดนตรีของชุมชน ผมดีใจที่คุณถามคำถามนี้ เพราะแจ๊สไม่ใช่แค่สินค้า เพลงเปิดตามวิทยุ หรือเพลงที่ฟังกันในลิฟท์ นั่นไม่ใช่แจ๊ส แจ๊สเป็นดนตรีสำหรับการเฉลิมฉลองชีวิตโดยแท้ 

คุณเองก็เพิ่งเฉลิมฉลอง 30 ปีของวงอินค็อกนิโตมาเมื่อปีกลาย เป็นคอนเสิร์ตที่มีเพื่อนศิลปินมากมายมาจากทั่วโลก จึงอยากทราบถึงความรู้สึกตอนนั้นของคุณกับการเดินทางมายาวนานขนาดนี้ 

ผมคิดว่าในทางหนึ่ง การเฉลิมฉลองสะท้อนถึงความสำเร็จที่ได้รับ แต่ในเวลาเดียวกัน มันบอกผมว่าผมโชคดีขนาดไหน เพราะผมมีเพื่อนๆ ที่เล่นดนตรีด้วยกัน แต่บางคนเสียชีวิตไปเมื่อตอนเป็นวัยรุ่น ผมมีเพื่อนที่เดินทางเล่นดนตรีด้วยกัน แต่แล้ววันหนึ่งก็หันไปทำอย่างอื่น บางคนล้มเหลวไม่ทางใดทางหนึ่ง ดังนั้น การเฉลิมฉลอง จึงบอกทั้งสองด้านว่า คุณทำอะไรสำเร็จและคุณโชคดีนะ 

อีกทั้งการเฉลิมฉลองที่ว่า ยังออกมาในรูปของ ซีดี และดีวีดีอีกด้วย 
โอ นั่นใช่เลย (หัวเราะ) 

คุณเคยพูดถึงการเล่นเพลงเก่าของ ดูบี บราเธอร์ส อย่าง "Listen to Music" ซึ่งมีอิทธิพลอย่างมากต่อวิชาชีพของคุณ ยังมีใครอื่นนอกจาก ดูบี บราเธอร์สอีกมั้ย ที่พอจะขยายความให้แฟนเพลงได้ฟัง 

อย่าง ดูบีฯ นี่ก็เน้นความเป็นเมโลดิค ร็อค หากเป็นแจ๊ส ต้องไมล์ส เดวิส หากเป็นฟังกี้ที่เต็มด้วยจิตวิญญาณก็ต้อง เจมส์ บราวน์ รวมถึง "ดาวน์ สปิริต" ของเพลงแบบต่างๆ ทั้งแจ๊สทั้งฟังก์ทั้งร็อค ใน เอิร์ธ วินด์ แอนด์ ไฟร์ เพลงโซลโดย สตีวี วันเดอร์ , มาร์วิน เกย์ จนถึงเสียงร้องชาคา คาน , โรเบอร์ตา แฟล็ค หรือคนในสายโฟล์ค ที่มีกวี อย่าง ทอม เวทส์ โจนี มิทเชล หรือจินตนาการสุดๆ ในแบบ เคท บุช โดยรวมแล้วทุกๆ แนวเพลง ทุกๆ อย่าง อย่างที่คุณบอกนับไม่ถ้วนนั่นแหละ จิตวิญญาณของชีวิตปรากฏอยู่ที่นั่น จนถึง เจเนซิส , พิงค์ฟลอยด์ , จิมิ เฮนดริกซ์ ฯลฯ 

แล้วเคยคิดทำ tribute เป็นพิเศษสำหรับพวกเขาหรือไม่ 
ผมคิดว่าทุกๆ โน้ตคือการทริบิวต์ทุกอย่างที่คุณรักนะ ทุกๆ เพลงที่เราเล่น เป็นการทริบิวต์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง เราเป็นอย่างที่เราบริโภค ในสิ่งที่เรารับมา ทุกๆ แนวของดนตรี จริงๆ รวมถึงอย่างอื่นๆ ในชีวิตของเรา หนังสือของ แจ็ค เคอรัวแอค , เจดี ซาลิงเจอร์ หรือภาพยนตร์ชั้นดีที่เราชม ไม่ว่าจะเป็น God Father, Once Upon A Time In America นั่นคือสิ่งที่กลายมาเป็นเรา 

ในฐานะนายวง คุณเลือกนักดนตรีที่ "ถูกคน" ให้มาร่วมงานได้อย่างไร 
จริงๆ แล้ว บางครั้ง ผมก็พลาดนะ ไม่เสมอไปหรอก มันไม่ใช่โลกที่สมบูรณ์แบบ เพราะบ่อยครั้งที่เขาบอกคุณว่าเป็นอย่างนั้น ชอบอย่างนี้ แต่แล้วความจริงมันไม่ใช่ เขาไม่ได้ชอบจริงๆ ความลับอย่างหนึ่งในการทำงานของผมก็คือ หากคุณรู้ว่า คุณต้องการซาวด์อย่างนี้ คุณก็จะทำงานกับคนนี้ เลือกจะทำงานร่วมกับเขา 

นอกจากอินค็อกนิโต คุณคิดที่จะทำงานภายใต้ชื่อคุณเองบ้างมั้ย อาจจะเป็นอัลบั้มเพลงกีตาร์สักชุด 
ผมกำลังทำโซโลอัลบั้มมาได้ระยะหนึ่งแล้ว ผมกลับมาทำใหม่เมื่อสัปดาห์ก่อน มันเป็นเพราะผมมีนักร้องดีๆ เก่งๆ ในวงเยอะ แล้วผมไม่ค่อยมีโอกาสได้ร้องเอง ผมเลยอยากร้องมากขึ้นสักหน่อย แต่คงไม่ใช่งานกีตาร์ ผมไม่ทำอัลบั้มกีตาร์ เพราะผมไม่คิดว่าตัวเองจะเก่งในระดับ virtuoso กีตาร์ข้างกายแค่มีส่วนช่วยให้ผมสร้างสีสันให้แก่วงเท่านั้น 

แล้วคอนเซ็พท์แบบซานตานา หรือล่าสุดมือกีตาร์สแลช ที่มีแขกรับเชิญแบบแทร็คต่อแทร็ค 
สำหรับอินค็อกนิโต เรามีแขกรับเชิญมาโดยตลอด บางครั้งเราออกทัวร์ เรามีทั้งชาคา คาน มาร้อง หรือในอัลบั้มต่าง ๆ เราไปเล่นดนตรีที่อเมริกา ได้เจอกับ ไดแอนน์ รีฟส์ "มาหน่อย ไดแอนน์" แล้วเราก็มีเธอเป็นแขกรับเชิญ ชีวิตผมเป็นแบบนี้ เราเริ่มเล่นเพลง Don't worry 'Bout A Thing แล้วจู่ๆ มี สตีวี วันเดอร์ มาเซอร์ไพรส์ 

อะไรคือความลับเบื้องหลังความสำเร็จของ อินค็อกนิโต 
ผมคิดว่า เราไม่เหมือนวงอื่นๆ ตรงที่เราทำอัลบั้ม แล้วเราเดินทางตระเวนแสดงดนตรี เพื่อเรียนรู้โลก ขณะที่วงอื่นๆ ทำอัลบั้ม แล้วออกทัวร์โปรโมทงานชุดนั้น นั่นคือเหตุผลที่เขาออกทัวร์ แต่เราทัวร์เพราะถือว่าการเดินทางเป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับเรา เราต้องการไปเจอผู้คน เราต้องการสื่อสาร ความลับของความสำเร็จของเรามาจากการสื่อสารกับผู้ฟัง 

คุณกังวลเรื่องการล่มสลายของธุรกิจดนตรีหรือไม่ เช่น ยอดขายซีดีที่ตกต่ำลง 
ผมเรียนตามตรงกับคุณนะ ถึงยอดขายผมจะตกถึง 4/5 ในรอบ 2 ปีนี้ก็ตาม ผมคิดว่าอุตสาหกรรมนี้คงเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาลแล้วล่ะ ตอนนี้เราไม่ได้อยู่ในธุรกิจดนตรี (Music Business) แล้ว แต่เราอยู่ในงานดนตรี (Business of Music) ไม่ว่าคุณจะชอบมันหรือไม่ก็ตาม ตราบใดที่คุณยังอยู่ คุณต้องเผชิญหน้ากับภาวะนี้ สำหรับผม ผมเฉลิมฉลองกับการดำรงอยู่ กับเงื่อนไขที่เป็นไป ผมใช้อินเตอร์เน็ท ผมมีเว็บไซต์โปรโมทข่าวสาร เราเลยยังมีพอยอดขายมากกว่าวงทั่วไป เพราะเรามีทักษะ มีความสามารถในการสื่อสาร ออกทัวร์ พบปะผู้คน ผมไม่เคยหวาดกลัวอนาคต คุณสามารถฉกฉวยทุกอย่างไปจากผมได้ แต่ผมขอเพียงโอกาสแสดงให้คุณฟังเท่านั้น นั่นเป็นสิ่งที่ไม่มีใครขโมยไปจากผมได้ 

จังหวะก้าวต่อไปของอินค็อกนิโต 
เรายังคงทำงานของเราต่อไป และอัลบั้มใหม่ Transatllantic RPM จะออกวางขายเดือนหน้า (กรกฎาคม) ถือเป็นจังหวะก้าวสำคัญ เพราะใช้ความพยายามทุกอย่างๆ ที่มี ซาวด์ยังคงเป็นอินค็อกนิโตอยู่ แต่คุณจะสัมผัสได้ถึงทุกๆ อย่างที่มีอิทธิพลต่อเรา นี่คือเวลาสำหรับการตื่นขึ้นและส่องแสงอีกครั้ง พร้อมๆ กับการกลับคืนสู่รากเหง้า. 


//////////////////////////////////////////// 

 

มายาแห่งราตรีที่อียิปต์ 
โดย : อนันต์ ลือประดิษฐ์ 

“อินค็อกนิโต” วงเอซิดแจ๊สชื่อดังจากอังกฤษ โดยการนำของ ฌอง-ปอล “บลูอีย์” โมนิค เพิ่งมาเยือนไทยเป็นครั้งที่ 3 ในงาน “หัวหิน แจ๊ส เฟสติวัล” 

ผมมีโอกาสพูดถึงกับ บลูอีย์ ถึงวาระครบรอบ 3 ทศวรรษแห่งการก่อตั้งวง เราแลกเปลี่ยนกันถึงคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ของเขาที่จัดขึ้นในกรุงลอนดอนเมื่อปีกลาย ซึ่งได้คลี่คลายมาเป็นอัลบั้มบันทึกการแสดงสดที่มีให้เลือกเสพ ทั้งซีดีและดีวีดี 

ในคอนเสิร์ตที่ว่านี้ บลูอีย์เลือกเพลงแต่งเอง และเพลงคัฟเวอร์จำนวนหนึ่งมาแสดง นอกจาก Don’t You Worry ‘Bout A Thing แล้ว อีกหนึ่งเพลงฮิตที่ อินค็อกนิโต คัฟเวอร์หรือหยิบมาทำใหม่ จนแทบจะเป็นลายเซ็นต์ของวง คือ Nights Over Egypt ที่บรรจุอยู่ในอัลบั้ม No Time Like The Future ของพวกเขา และถ่ายทอดเสียงร้องโดย เมซา ลีค 

ในหลายๆ คอนเสิร์ต แฟนเพลงต่างคาดหวังจะได้ยินเพลงนี้ ซึ่งเอาเข้าจริงๆ เป็นเพลงเก่ากว่านั้น ที่เคยนำเสนอผ่านรูปแบบริธึ่มแอนด์บลูส์มาแล้ว 

 

 



แต่ด้วยมิติของเพลง บรรยากาศของเสียงดนตรี พื้นที่ว่างสำหรับหายใจ อินค็อกนิโต ชวนเราจินตนาการไปถึงท้องทะเลทรายที่ครอบคลุมพื้นที่ 90 เปอร์เซนต์ของอียิปต์, โอเอซิส , ปิรามิคกีซา , ขบวนคาราวาน , หญิงในสาวในชุดผ้าคลุม , กลิ่นกำยานอันอบอวล จนถึงสุภาพสตรีคนสำคัญที่เคยมีบทบาทปกครองเหนือแผ่นดิบอียิปต์ในตำนานเก่าแก่ไปพร้อมๆ กัน 

There's a sky in the east 
Over pyramids at Giza 
Where there once lived a girl 
She ruled the world 
Then down the nile 
He came with a smile 
He was the king 
She was the queen 
Under the moonlight 
Your eyes won't believe 
What your mind can't conceive 
Oooh Nights over Egypt 
Nights over Egypt 
Nights over Egypt 

คอเพลงสากลรุ่นโตหน่อย น่าจะรู้ดีว่าเดิมที “มายาแห่งราตรีที่อียิปต์” นี้ เป็นเพลงเก่าของวงริธึ่มแอนด์บลูส์ จากเมืองดีทรอยส์ อันประกอบด้วย 3 สาวตระกูล “โจนส์” ที่ชื่อ “เดอะ โจนส์ เกิร์ลส์” สมาชิกวง คือ วาเลอรี, เชอร์ลีย์ และ เบรนดา ซึ่งเคยทำหน้าที่แบ็คอัพให้แก่ อะรีธา แฟรงคลิน , ลู รอว์ลส์ , ไดอานา รอสส์ รวมถึงศิลปินคนอื่นๆ มาแล้ว 
เพลง Nights Over Egypt ของพวกเธอ ถือเป็นเพลงในยุคหลัง ออกขายในปี ค.ศ.1981 และขึ้นถึงอันดับ 23 ของอาร์แอนด์บีชาร์ทในปีถัดมา ซึ่งได้กลายมาเป็นเพลงฮิตที่มีศิลปินรายอื่นๆ นิยมหยิบมาถ่ายทอดใหม่ ในที่นี้รวม “อินค็อกนิโต” ไว้ด้วย 

Nights Over Egypt แต่งโดยทีมนักแต่งเพลงคู่หูชางอเมริกัน ซินเธีย บิกส์ และ เด็กซ์เตอร์ แวนเซล ซึ่งเคยมีเพลงฮิตร่วมกัน อย่าง If Only You Knew เพลงเก่าของ แพททิ ลาเบลล์ เป็นต้น โดยตัวของซินเธีย ถือว่ามีผลงานเพลงกว่า 350 เพลง ขณะที่ เด็กซ์เตอร์ เป็นมือคีย์บอร์ดที่ช่ำชองในสไตล์เพลงป๊อปและโซลเป็นพิเศษ 

ไม่มีหลักฐานชัดแจ้งว่า ทั้งคู่เคยแวะไปเยือนอียิปต์ หรือกรุงไคโรนครหลวงที่นั่น รวมถึงปิรามิดกีซาที่ถือเป็นความมหัศจรรย์แห่งอารยธรรมโบราณของมนุษยชาติหรือไม่ แต่กลิ่นอาย “เอ็กซอติก” ในเพลงนี้ สื่อความให้ผู้ฟังสัมผัสและจินตนาการไปล่วงหน้าแล้ว 

เพราะบทเพลงดีๆ มักพาผู้ฟังท่องไปในดินแดนแสนไกล โดยอาศัยเพียงโน้ตไม่กี่ตัวเท่านั้น. 


////////////////////////// 

Song : Nights Over Egypt 
Composer : Cynthia De Mari Biggs; Dexter Wansel 
Artist : The Jones Girls , Incognito 
Place : Egypt (Country) 
Capital : Cairo 
Population : 77 million 
Tine Zone : UTC +2 ( Summer UTC + 3) 

 



โดย: อนันต์ ลือประดิษฐ์ 
Life Style : ท่องเที่ยว 
วันที่ 30 มิถุนายน 2553 
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

Views: 41

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service