เมื่อเอ่ยถึงชื่อ Gaudi คนที่สนใจศิลปะหรือสถาปนิกส่วนใหญ่ก็จะต้องคิดเหมือนๆกันคือ เป็นปูชนียบุคคลที่มีคุณูปการอย่างใหญ่หลวงต่อโลกของศิลปะและโลกของสถาปนิก ผลงานของ Gaudi แม้จะมีจำนวนชิ้นไม่มากแต่ผลงานแต่ละชิ้นก็มีขนาดใหญ่โตมากและเป็นผลงานที่มีความวิจิตรพิศดารเป็นอย่างมาก
Antonio Gaudi เป็นสถาปนิกชาวเสปนที่มีรสนิยมที่แปลกและไม่เหมือนใคร ผลงานของ Gaudi ใครเห็นที่ไหนก็จำได้เพราะมีเอกลักษณ์ที่แตกต่างไปจากงานของคนอื่นๆ Gaudi เกิดเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1852 ที่เมือง Reus ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของประเทศเสปน ครอบครัวของเขาเป็นช่างตีเหล็ก ชีวิตในวัยเด็กไม่ค่อยดีนักเพราะป่วยเป็นโรคไขข้ออักเสบทำให้ไม่สามารถไปเที่ยวเล่นได้เหมือนเด็กอื่นทั่วๆไปเพราะต้องนั่งอยู่กับที่แต่การนั่งอยู่กับที่ก็มีประโยชน์กับตัว Gaudi เองเพราะทำให้เขากลายเป็นคนที่สนใจธรรมชาติอย่างมากโดยเฉพาะรูปทรงของไม้ หิน ที่ในเวลาต่อมา Gaudi ก็ได้นำเอารูปทรงต่างๆของสิ่งที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่นรูปโค้งมนของใบไม้หรือก้อนหินมาใช้ในงานของตนการป่วยทำให้เขาต้องระมัดระวังเรื่องอาหารและในที่สุดก็กลายเป็นมังสวิรัติตลอดชีวิต
Gaudi ชอบใช้เวลาว่างเดินเล่นในป่าดูธรรมชาติ
ในปี ค.ศ. 1873 Gaudi เข้าเรียนที่ Escola Provincial d′Arquitectura ในกรุง Barcelona
โดยเขาต้องทำงานในสำนักงานสถาปนิกเพื่อหาเงินมาจ่ายค่าเล่าเรียน การเรียนของ Gaudi ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นกว่านักศึกษาคนอื่นๆ เขาสนใจศิลปะสมัยใหม่ ( Art Nouveau ) และศิลปะแบบ Gothic เป็นอย่างมาก ส่วนความสนใจดั้งเดิม คือรูปแบบต่างๆของสิ่งที่เกิดขื้นตามธรรมชาติก็ยังคงเป็นสิ่งที่อยู่ในใจของ Gaudi และต่อมาก็ได้กลายมาเป็นแรงบันดาลใจให้กับงานส่วนมากของเขา
เมื่อสำเร็จการศึกษา สถาปนิกหนุ่ม Gaudi
เริ่มทำงานหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการออกแบบโรงงาน ที่พักคนงาน
ออกแบบไฟถนนหน้าศาลากลางเมือง Barcelona ชิวิตของ Gaudi เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อพบกับมหาเศรษฐีนักอุตสาหกรรมชื่อ Eusebui Guell ผู้ซึ่งสนใจในผลงานของ Gaudi เป็นอย่างมากและต่อมา Guell ก็ได้กลายมาเป็นเพี่อนและเป็นนายทุนให้ Gaudi ได้สร้างสรรค์ผลงานอย่างเต็มที่เช่น Pavillion Guell, Guell Colony, Guell Colony Crypt และ Park Guell เป็นต้น


นอกจากงานต่างๆที่ทำให้กับ Eusebui Guell แล้ว ผลงานที่มีชื่อเสียงที่สุดและดีที่สุดในชีวิตของ Gaudi คือวิหารที่ชื่อ La Sagrada
Familia
เดิมพ่อค้าชาวสเปนชื่อ Joseph Maria Bocabella
ต้องการสร้างวิหารสำหรับเมือง Barcelona จึงให้สถาปนิกชื่อ Francesco de Paula del Villar ออกแบบ แบบแรกเป็นวิหารแบบ Gothic ซึ่งก็เป็นแบบที่เหมือนๆกับวิหารอื่นทั่วๆไป ต่อมาในปี ค.ศ. 1883 เมื่อ Gaudi เข้ามาร่วมงานด้วยได้ไม่นาน Villar ก็ถอนตัว Gaudi จีงกลายเป็นเจ้าของโครงการและเปลี่ยนแบบให้เป็นไปตามความต้องการของตนเองทั้งหมดคือเป็นแบบผสมระหว่างศิลปะสมัยเก่ากับศิลปะสมัยใหม่ ( Gothic กับ Art Nouveau )
ในระหว่างการก่อสร้างวิหาร มีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้นกับชีวิตของ Gaudi สามเรื่องด้วยกัน Gaudi
โศกเศร้ามากเมื่อหลานสาวสุดที่รัก Rosa Egea เสียชีวิตลงในปี ค.ศ. 1912 ต่อมา เมื่อ Francesc Bernguer เพื่อนร่วมงานคนสนิทเสียชีวิตในปี ค.ศ. 1914 ก็ยิ่งทำให้ Gaudi แย่ลงไปอีก ท้ายที่สุดเมื่อ Eusebui Guell เพื่อนรักและนายทุนถึงแก่กรรมในปี ค.ศ.1918 Gaudi กลายเป็นคนซึมเศร้า เก็บตัว ไม่ให้สัมภาษณ์ ไม่ให้ถ่ายรูป ทิ้งงานทางโลกทุกชนิดและใช้เวลาช่วงสุดท้ายในชีวิตอุทิศตัวให้กับศาสนามุ่งแต่ทำงานสร้างวิหารแต่เพียงอย่างเดียว
การสร้างวิหารค่อยเป็นค่อยไปไม่รีบเร่ง Gaudi ออกแบบวิหารให้มีลักษณะเก่าปนใหม่คือแบบ Gothic ผสมกับ Art Nouveau
วิหารประกอบด้วยหอคอยจำนวน 18 หอคอย โดย 12 หอคอยสร้างขึ้นสำหรับสาวกผู้เผยแพร่ศาสนาครั้งแรก (Apostles) 12 คนได้แก่ Peter,Andrew, James 2 คน, John, Philip, Bartholomew, Mathew, Thomas, Thaddeus, Simon และ Judas อีก 4 หอคอยสำหรับสาวกผู้บันทึกประวัติของพระเยซู (Evangelist) คือ Mathew, Mark, Luke และ John ส่วนอีกสองหอคอยสำหรับพระเยซูและพระแม่มารีอา
วันที่ 7 มิถุนายน ค.ศ. 1926 Gaudi ถูกรถชนขณะเดินอยู่ในเมือง ในตอนนั้น Gaudi แต่งตัวสกปรก ไม่มีเงินติดตัว
สภาพไม่ต่างไปจากขอทาน คนผ่านไปผ่านมาไม่รู้ว่าผู้ที่ถูกรถชนล้มอยู่บนถนนคือใคร ในตอนแรกรถรับจ้างไม่ยอมรับ Gaudi ขึ้นรถไปส่งโรงพยาบาลเพราะกลัวว่าจะไม่ได้เงินค่ารถ ต่อมาเขาถูกนำตัวส่งไปยังโรงพยาบาลสำหรับคนจน วันรุ่งขึ้นมีคนเห็นและจำเขาได้ก็พยายามที่จะย้าย Gaudi ไปยังโรงพยาบาลอื่นที่ดีกว่าแต่ Gaudi ก็ไม่ยอมไปโดยบอกว่า พอใจในโรงพยาบาลสำหรับคนจนแห่งนั้นเพราะเหมาะสมแล้วสำหรับเขาแล้ว Gaudi เสียชีวิตลงด้วยวัย 73 ปีเมี่อวันที่ 10 มิถุนายน ค.ศ. 1926 สามวันหลังจากถูกรถชน ศพของเขาถูกเก็บไว้ใต้วิหารที่เขาไม่มีโอกาสสร้างให้เสร็จ
ตอนที่ Gaudi
ตายนั้น วิหารเพิ่งก่อสร้างเสร็จไปประมาณ 15-20% บรรดาเพื่อนร่วมงานของ Gaudi ตัดสินใจทำต่อตามแบบที่ Gaudi ได้ออกเอาไว้ แต่แบบที่ Gaudi ออกไว้ก็ได้ถูกทำลายลงในช่วงของสงครามกลางเมืองเมื่อปี ค.ศ. 1938 เมื่อสงครามสงบการก่อสร้างก็เริ่มขึ้นใหม่ คนจำนวนมากทั้งสถาปนิก วิศวกร ศิลปินต่างก็ร่วมแรงร่วมใจกันสานต่อการก่อสร้างวิหารตามแบบที่สร้างไปแล้วของ Gaudi ในระยะหลังมีการนำเอา Computer เข้ามาช่วยในการออกแบบด้วยการก่อสร้างวิหารใช้เงินที่ได้จากการบริจาคและจากค่าเข้าชมโดยไม่ขอรับการสนับสนุนใดๆจากภาครัฐหรือจากวาติกันเลยที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะในตอนเริ่มแรก มีทั้งคนพอใจและคัดค้านแบบวิหารของ Gaudi
เพื่อให้วิหารเป็นของทุกคน เงินที่ใช้ในการก่อสร้างทั้งหมดจึงมาจากการบริจาคของผู้ศรัทธาต่อมาเมื่อมีการเปิดให้คนเข้าชมคณะกรรมการก่อสร้างวิหารก็นำเงินที่เก็บได้จากค่าเข้าชมมาใช้เป็นค่าก่อสร้างด้วย
มีปัญหาและอุปสรรคเกิดขึ้นตลอดเวลาของการก่อสร้าง เริ่มต้นในช่วงที่ Gaudi
เข้ามารับผิดชอบก็เกิดข้อขัดแย้งเรื่องแบบของวิหารที่แปลกไปจากวิหารอื่นๆ เมื่อ Gaudi ตายก็มีความพยายามที่จะเปลี่ยนแบบของวิหารให้เป็นแบบ Gothic การก่อสร้างต้องหยุดชะงักลงสองครั้งเมื่อ Gaudi ตายและเมื่อมีสงครามกลางเมืองปัจจุบันปัญหาใหญ่คือโครงการ AVE ซึ่งเป็นโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูงผ่านใต้เมือง Barcelona ลึกลงไป 30 เมตร ที่ต้องผ่านใต้วิหารด้วยโดยกระทรวงก่อสร้างของเสปนเริ่มก่อสร้างเมี่อวันที่ 26 มีนาคม ค.ศ. 2010 ที่ผ่านมาพร้อมคำรับรองว่าไม่มีผลกระทบต่อวิหาร แต่บรรดาวิศวกรและสถาปนิกที่เป็นทีมงานของการสร้างวิหารก็ไม่เห็นด้วยโดยอ้างว่าไม่มีอะไรเป็นหลักประกันว่าการทำอุโมงค์สำหรับรถไฟที่ใต้ดินจะไม่กระทบต่อโครงสร้างของวิหาร คณะกรรมการก่อสร้างวิหารและประชาชนจำนวนหนึ่งจึงรวมกลุ่มกันเพื่อต่อต้านคัดค้านเพราะวิตกว่าการก่อสร้างจะส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของวิหารสถานการณ์ในปัจจุบันเท่าที่ทราบคือเมื่อกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา
เครื่องขุดอุโมงค์ได้ขุดมาถึงบริเวณหน้าวิหารแล้ว


เมื่อวันที่ 7 พฤศจิกายนที่ผ่านมา วิหารของ Gaudi ถูกใช้เพื่อประกอบพิธีทางศาสนาเป็นครั้งแรกในรอบ128 ปีนับแต่เริ่มก่อสร้าง สันตปาปา
Benedict XVI เป็นผู้ทำพิธีมิซซาที่บริเวณหน้าวิหารท่ามกลางแขกรับเชิญ 6,500 คน
รวมทั้งกษัตริย์และราชินีของสเปนและพระอีกกว่า1,000 รูป
มีแผนว่าวิหารจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ให้ได้ในปี ค.ศ. 2026
เพราะเป็นปีที่ครบรอบ 100 ปี แห่งการจากไปของ Gaudi



โดย: อายตนะ
ที่มา: ประชาชาติ 22 พฤศจิกายน 2553
Tags:
-
▶ Reply to This