
บริษัทผลิตของเล่นในประเทศจีน ลุกขึ้นสู้กับอิทธิพลของตุ๊กตาจากตะวันตกด้วยการผลิตตุ๊กตาที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
หลังจากที่ปล่อยให้ตุ๊กตาบาร์บี้ผมบลอนด์ครองใจอาหมวยชาวจีนมานาน
ถึงคราวที่บริษัทผลิตของเล่นในประเทศจีนต้องลุกขึ้นสู้กับอิทธิพลของตุ๊กตาจากตะวันตกด้วยการผลิตตุ๊กตาที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
คือ มีหน้าตาและแต่งตัวแบบคนจีน โดยมี จู เซีย ผู้บริหารอาวุโสของบริษัทเสิ่นเจิ้น
อะโพรไดท์ (Shenzhen Aphrodite)
เป็นผู้อยู่เบื้องหลังของความพยายามส่งเสริมวัฒนธรรมดั้งเดิมของจีนผ่านตุ๊กตาที่มีชื่อว่า
“ฟีซีมี่” (Fisimi)
จูและเพื่อนร่วมงานช่วยกันสร้าง“อาหมวยบาร์บี้”
หรือ “ฟีซีมี่” ซึ่งตั้งชื่อตามเชื้อชาติหรือเผ่าพันธุ์ของชาวจีนที่มี 56 เชื้อชาติ
ฟีซีมี่ยังมีความหมายว่าการให้พรและแบ่งปันโชคลาภ
ตุ๊กตาตัวนี้เป็นผลพวงจากเศรษฐกิจจีนที่บูมและความสนใจของต่างชาติที่มีต่อประเทศและวัฒนธรรมจีนในช่วงไม่กี่ปีมานี้
บริษัทเสิ่นเจิ้น อะโพรไดท์เปิดตัวตุ๊กตาตัวนี้อย่างเป็นทางการเมื่อ 3
ปีก่อนและผลิตออกมาขายในอีก 1 ปีต่อมา
“ทีมงานของเราหลายคนเคยทำงานในต่างประเทศ บางคนก็เดินทางไปต่างประเทศบ่อยๆ
พอเราเห็นความป๊อบปูล่าร์ของบาร์บี้ผมบลอนด์หรือตุ๊กตาญี่ปุ่นราคาแพงที่มีนัยน์ตาโตและขนตายาวเกินจริง
พวกเราเลยเริ่มมาคิดว่าตุ๊กตาแบบไหนควรจะเป็นตัวแทนของคนจีน
ฉันเชื่อว่าการศึกษาตุ๊กตาก็เหมือนกับการศึกษามนุษยชาติ” จูกล่าว
แม้ว่าทีมงานผู้สร้างสรรค์ตุ๊กตาอาหมวยตัวนี้จะมากไปด้วยประสบการณ์ด้านการบริหารและการลงทุน
แต่การทำคลอด “ฟีซีมี่” นั้นยากยิ่งกว่างานอื่น ๆ ที่พวกเขาเคยทำมา
ทีมงานต้องทำงานหนัก มีการเดินทางไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ตุ๊กตาในยุโรปหลายแห่ง
มีการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรมเพื่อให้แน่ใจว่าตุ๊กตาอาหมวยตัวนี้จะเป็นสิ่งที่สรรเสริญและสดุดีวัฒนธรรมจีนที่เก่าแก่กว่า
5,000 ปี
ในช่วงเริ่มแรก
จูและทีมงานขอความช่วยเหลือจากนักเรียนและนักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีเซาท์
ไชน่าในเมืองกวางโจวให้ช่วยเก็บและทำฐานข้อมูลของชาวจีนทั้ง 56 เผ่าพันธุ์
พวกเขาต้องหาข้อมูลจากทั่วประเทศ และต้องคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านขนบประเพณี
เพื่อให้แน่ใจว่ารายละเอียดของตุ๊กตาทุกตัวถูกต้องตามข้อเท็จจริงและประเพณีปฏิบัติ
“ฉันไปเจอช่างทำเครื่องเงินคนหนึ่งในจังหวัดกิวจู (Guizhou)
ฉันขอให้เขาสอนวิธีการทำ เพราะฉันทึ่งในฝีมือของเขามาก แต่ฉันก็ต้องผิดหวัง
เพราะเขากลับขอมาทำงานในเมืองกับฉัน เขาบอกว่าฉันคงไม่มีอะไรกิน ถ้ามาทำงานของเขา”
จูกล่าว
หลังจากลงพื้นที่หาข้อมูลที่กิวจู ยูนนาน
ธิเบตและอีกหลายมณฑลแล้ว
จูพบว่าการเป็นช่างฝีมือโบราณนั้นไม่ได้เป็นหลักประกันว่าจะมีรายได้ที่เหมาะสม
เธอจึงคิดว่าควรจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อป้องกันไม่ให้วัฒนธรรมโบราณเหล่านั้นสูญหายไป
และต้องการช่วยช่างฝีมือที่เป็นชนกลุ่มน้อยให้มีชีวิตที่เหมาะสมอย่างที่ควรจะเป็น
“การช่วยพวกเขาขายสินค้าที่ทำด้วยมือหรือของอื่นๆ
ที่มีมูลค่าเพิ่มเพียงเล็กน้อยไม่สามารถช่วยให้พวกเขาหลุดพ้นจากความยากจนหรือลืมตาอ้าปากได้
จากมุมมองและประสบการณ์ด้านธุรกิจของพวกเรา
การสร้างสินค้าที่มีแบรนด์และเป็นที่นิยมของคนคือ
วิธีการที่ถูกต้องในการช่วยเหลือพวกเขา” จูกล่าว
ในตอนนั้น
จูและทีมงานเชื่อว่าประเทศจีนต้องการแบรนด์อะไรบางอย่างที่จะมาปรับภาพลักษณ์เก่าๆ
ของผลิตภัณฑ์หรือสินค้าจีนที่คนมักมองว่าเป็นของราคาถูกและด้อยคุณภาพที่ขายได้เฉพาะในชั้นวางของธรรมดา
ๆ ในตลาด
“ความฝันของเราคือ
การทำให้ฟีซีมี่กลายเป็นดาวเด่นในงานประมูลและหอศิลป์ชั้นนำของโลก
ในขณะที่บาร์บี้เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมอเมริกันและมีมูลค่าทั่วโลก
แล้วทำไมฟีซีมี่จะเป็นทูตวัฒนธรรมจีนไม่ได้” จูกล่าว
นักธุรกิจสาวจีนรายนี้บอกว่า
ในช่วงไม่กี่ปีมานี้คนทั่วโลกจำนวนมากเดินทางมาเที่ยวที่จีนและสนใจอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับวัฒนธรรมของจีนมาก
ดังนั้น
มันจึงเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของพวกเธอที่จะหาข้อมูลที่ถูกต้องอย่างระมัดระวัง
ตอนที่ทีมงานออกแบบฟีซีมี่ในชุดชนเผ่ามองโกเลีย
พวกเขาต้องประสบปัญหามาก
เพราะมีช่างฝีมือจำนวนน้อยมากที่สามารถทำเครื่องประดับที่ทำจากเงิน
ซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญของเครื่องแต่งกาย ผู้เชี่ยวชาญจากเขตปกครองตนเองมองโกเลีย
จึงช่วยทำแม่พิมพ์เครื่องประดับขนาดจิ๋วให้
แต่ปัญหาคือพวกช่างยืนยันจะใช้เทคนิคเก่าโดยไม่ยอมใช้นวัตกรรมใหม่มาช่วย
ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะใส่รายละเอียดมาก ๆ ลงบนเครื่องประดับขนาดเล็ก
นอกจากนี้ช่างในบางพื้นที่ก็ไม่ยอมเปิดเผยความลับของบรรพบุรุษกับคนนอกครอบครัว
จูจึงต้องคอยอธิบายให้พวกเขาฟังถึงความสำคัญของงานนี้
ความยากลำบากอีกอย่างที่ทีมงานประสบ ก็คือ ความหลากหลายภายในชนเผ่าเดียวกัน เช่น
ชาวธิเบตในแต่ละพื้นที่มีกระโปรงที่คนสวมใส่ในชีวิตประจำวันกันมากกว่า 2,000 แบบ
และวิธีการสวมใส่กระโปรงก็ยังต่างกัน โดยขึ้นอยู่กับสถานภาพและโอกาส
ตุ๊กตาฟีซีมี่ทุกตัวมีหน้าตาเรียบๆ แต่สดใสและมีรอยยิ้มที่มั่นใจ
จูบอกว่า ใบหน้าของฟีซีมี่แตกต่างจากหน้าตาของตัวละครสาวจีน เช่น
มู่หลานหรือนางเอกในภาพยนตร์ของจางอี้โหมวที่มีหน้าตาสะสวยแต่ขี้อายและอนุรักษ์นิยม
“เพื่อนชาวต่างชาติของฉันชอบฟีซีมี่มาก เพราะมีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ตาโต
มีรอยยิ้มอันสดใส และสะท้อนภาพที่แท้จริงของสาวจีนผู้งดงามในปัจจุบัน” จูกล่าว
แม้ว่าฟีซีมี่จะเป็นตุ๊กตาที่เกิดและผลิตในจีนและยึดแบบวัฒนธรรมจีน
แต่พวกเธอก็ได้รับการออกแบบโดยดีไซเนอร์นานาชาติ เช่น ลูกตาผลิตในเยอรมัน
ผมผลิตจากญี่ปุ่น
ปัจจุบันจูและทีมงานสร้างฟีซีมี่ทั้งหมด 30 เชื้อชาติ
ซึ่งวางขายในราคาตัวละ 1,000 - 3,000 หยวนหรือราว 5,000 - 15,000 บาท
ส่วนที่เหลืออีก 26 เชื้อชาติคาดว่าจะสามารถวางขายได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า
นอกจากตุ๊กตาชนเผ่าแล้วทางบริษัทยังผลิตฟีซีมี่ในชุดเจ้าสาวและแอร์โฮสเตสซึ่งเป็นรุ่นลิมิเต็ด
เอดิชั่นด้วย
การสร้างสรรค์สินค้าเพื่อให้เป็นตัวแทนของวัฒนธรรมของประเทศเป็นงานหนักกว่าที่จูเคยเจอมาก่อน
แต่เธอบอกว่าเธอโชคดีที่เพื่อนร่วมงานและเพื่อนในวงการธุรกิจคอยให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเธอทุกอย่างในการแนะนำฟีซีมี่ในงานโชว์หลายแห่ง
โดย:
จินตนา ปัญญาอาวุธ ที่มา:
กรุงเทพธุรกิจ 8 พฤศจิกายน 2553