
นับเป็นครั้งแรกในอิตาลีที่มีโอกาสได้ต้อนรับภาพเขียนยุคเรอเนสซองซ์ของ
จิตรกรชาวเยอรมัน ลูคัส ครานากซ์ (คนพ่อ) ในนิทรรศการ “Lucas Cranach. The
Other Renaissance” ซึ่งจัดแสดงตั้งแต่วันนี้ไปจนถึง 13 ก.พ. ศกหน้า ณ
กาเยรา บอร์เกห์เซ (Galleria Borghese) ในกรุงโรม
งานนี้ผลงานของลูคัส ครานากซ์ ดิ เอลเดอร์ อันเป็นหนึ่งในยุคเรอเนสซองซ์
แม้จะน่าสนใจใคร่ชมอยู่หลายส่วน
แต่ก็ยังมีตัวช่วยที่คล้ายเป็นการอรรถาธิบายให้เห็นภาพของลูคัส
ศิลปินเยอรมันผู้คล้ายดั่งคนปิดทองหลังพระ
โดยแสดงงานร่วมกับศิลปินดังชาติเดียว/ยุคเดียวกัน อย่าง อัลแบรชต์ ดูเรอร์
ในแบบที่เรียกว่า ลูคัส เป็นพระเอก ส่วน อัลแบรชต์ เป็นน้ำจิ้ม
คือนอกจากจะเป็นการจัดแสดงผลงานของเขาครั้งแรกในอิตาลีแล้ว
ยังเรียกว่ารวบรวมผลงานของเขาเอาไว้เกือบทั้งหมด ทั้งในยุคเรอเนสซองซ์
ผลงานที่ทำงานรับใช้ราชสำนักต่างๆ รวมทั้งผลงานที่ล้ำสมัย
แบบที่ศิลปินชาวเฟลมิช (เช่น แยน ฟาน เมียร์) นิยมทำในยุคนั้น
ศาสตราจารย์แบร์นาร์ด ไอเคมา
นักประวัติศาสตร์ศิลปะชาวเยอรมันแห่งมหาวิทยาลัยเวโรนา
คือภัณฑารักษ์สำหรับนิทรรศการ “Lucas Cranach The Other Renaissance”
ครั้งนี้ ร่วมกับ แอนนา โกลิวา ผู้อำนวยการหอศิลป์กาเยรา บอร์เกห์เซ
ตามประวัติแล้ว ลูคัส ครานากซ์ ดิ เอลเดอร์
รู้จักกันดีในฐานะเพื่อนและผู้สนับสนุน มาร์ติน ลูเธอร์
พระเยอรมันผู้เผยแผ่นิกายโปรเตสแตนต์ ซึ่งนับว่าเป็นนิกาย “นอกรีต”
ในยุคกลาง ทั้งคู่ร่วมกันร่างทฤษฎีที่พวกเขาเรียกว่า
“อิสรภาพแห่งคริสเตียน”
จนกลายเป็นตัวแทนในการเปลี่ยนแปลงทางศาสนาในยุคดังกล่าว
ลูคัสที่สร้างสรรค์งานส่วนใหญ่ของเขาในสตูดิโอที่เมืองวิตเทนแบร์ก
ผลงานของเขาได้ชื่อว่าแปลกใหม่ ล้ำสมัย ทั้งภาพเขียนนู้ด ภาพเชิงอีโรติก
ภาพเหมือนคนจริงหรือพอร์เทรต (Portrait) แบบมีชีวิตจิตใจ
มีอารมณ์ความรู้สึก รวมทั้งงานสไตล์ก้าวล้ำอื่น จนกระทั่งได้ฉายา
“เรอเนสซองซ์ที่แตกต่าง” (Another Renaissance)
เพราะช่างไม่เหมือนกับสไตล์เรอเนสซองซ์ตามขนมเดิมที่เคยทำกันมา
ผลงานของเขาแม้จะแสดงออกถึงความก้าวล้ำนำสมัย แตกต่างจากสไตล์ของ อัลแบรชต์
ดูเรอร์ หรือเรอเนสซองซ์แบบอิตาเลียนดั้งเดิมไปไกล
กระนั้นก็แสดงให้เห็นถึงการผ่านศึกษาในระบบมาอย่างเคร่งครัด
ซึ่งการที่ลูคัส ครานากซ์ ดิ เอลเดอร์ เป็นจิตรกรผู้ทำงานรับใช้ราชสำนัก
หากยังสามารถสร้างสรรค์งานแบบก้าวหน้าได้ นับว่าหาได้ยากทีเดียว
ศาสตราจารย์แบร์นาร์ด ไอเคมา และแอนนา โกลิวา ได้คัดสรรผลงาน 45
ชิ้นที่แสดงความเป็นลูคัสอย่างสูง มาจัดแสดง
โดยส่วนใหญ่มาจากพิพิธภัณฑ์ศิลปะชั้นสูง
รวมทั้งสมบัติส่วนตัวจากยุโรปและอเมริกา
หลายชิ้นทีเดียวที่นำออกจากฝาบ้านมาจัดแสดงสู่สาธารณชนครั้งแรก
ลูคัส ครานากซ์ ดิ เอลเดอร์ ผู้ตั้งนามสกุลตามเมืองเล็กๆ
ทางตอนใต้ของเยอรมนีอันเป็นบ้านเกิดของเขา
นับว่าเป็นศิลปินในยุคเรอเนสซองซ์ที่มีคนรู้จักน้อยมาก
เขาเริ่มชีวิตจิตรกรในกรุงเวียนนา ซึ่งส่วนใหญ่แวดล้อมไปด้วยนักมานุษยวิทยา
และมีส่วนร่วมในการก่อตั้งมหาวิทยาลัยแห่งกรุงเวียนนาในยุคเริ่มต้น
ที่นั่นเขาเริ่มสร้างสรรค์ผลงานศิลปะระดับมาสเตอร์พีซ เช่น
ภาพเหมือนของโยฮานเนส คุสพีเนียน อาจารย์มหาวิทยาลัยเวียนนา และภริยา แอนนา
(Portrait of Johannes Cuspinian, and his wife Anna)
จิตรกรรมเกี่ยวกับศาสนาเองก็ได้รับการกล่าวขานเป็นพิเศษ
โดยเฉพาะความโดดเด่นด้านความงามของทิวทัศน์
อย่างที่ศิลปินสายศิลปะดานูปนิยม เช่นภาพ The Rest on the Flight into
Egypt ภาพครอบครัวของพระเยซูกำลังพักผ่อนอยู่กลางป่าสนในเยอรมนี
เขาย้ายไปวิตเทนแบร์กเพื่อที่จะเป็นจิตรกรประจำราชสำนักของพระเจ้าเฟรเดอริก
ที่ 3 ในปี 1504 ชีวิตที่วิตเทนแบร์กคือยุคทองของลูคัส ครานากซ์ ดิ
เอลเดอร์ อย่างแท้จริง นอกจากเป็นราษฎรชั้นหนึ่ง เป็นที่นับหน้าถือตาแล้ว
เขายังสร้างสรรค์ผลงานที่สุดยอดเอาไว้มากมาย
โดยเฉพาะความสามารถพิเศษในการวาดภาพหญิงงาม ไม่ว่าจะเป็นชุด Reclining
Nymph ซึ่งเป็นแนวอีโรติกและภาพนู้ด
นอกจากนี้ยังมีภาพพอร์เทรตสตรียุคเรอเนสซองซ์
ที่ให้อารมณ์ความรู้สึกที่แตกต่าง
ไม่ว่าจะเป็นการจินตนาการพวกเธอให้เป็นตัวละครต่างๆ ในตำนาน
หรือการวาดภาพเหมือนแบบเต็มตัวที่ไม่มีศิลปินในยุคนั้นทำมาก่อน
ลูคัสยังคงสร้างสรรค์งานที่เกี่ยวกับศาสนา
และนับเป็นจิตรกรรายแรกที่สร้างสรรค์ภาพเขียนจากคัมภีร์ไบเบิล
ฉบับพันธสัญญาใหม่ ในเวอร์ชันภาษาเยอรมัน และแน่นอนที่ภาพเหมือนของมาร์ติน
ลูเธอร์ พระและเพื่อนของเขาก็กลายเป็นภาพดังภาพหนึ่ง
ปี 1550 เขาลี้ภัยตามเจ้านายไปยังอุกส์แบร์ก
เมืองทางตะวันตกเฉียงใต้ของแคว้นบาวาเรีย
นับว่าความเป็นอยู่ที่นี่เหมือนฟ้ากับเหว แต่เขาก็ยังสร้างสรรค์ผลงาน
โดยเฉพาะการช่วยเหลือมาร์ติน ลูเธอร์ ก่อร่างสร้างนิกายใหม่ของศาสนาคริสต์
ในบั้นปลาย ลูคัสสอนศิลปะให้ลูกชาย ลูคัส ครานากซ์ เดอะ ยังเกอร์ ซึ่งโตมาเป็นจิตรกรคนสำคัญของวงการไม่แพ้บิดา
ที่มา:
อฐิณป ลภณวุษ
โดย:
posttoday 20 ตุลาคม 2553