สำหรับทั้งคู่แต่งงานกันมาประมาณ 30 ปีแล้ว แต่พวกเขาก็มีเวลาอยู่ด้วยกันน้อยมาก “เขาจะอุทิศเกือบทั้งชีวิตของเขาให้กับงานศิลปะ และวัฒนธรรม ตอนอยู่ที่เมืองลาซา เขาจะให้เวลากับครอบครัวน้อยมาก ขณะที่เวลาเกือบทั้งหมดจะไปอยู่ที่งาน”อาฉี กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ก่อน อันเข้ารับการรักษาด้วยการฉายรังสี เฟสที่ 2 เสร็จเรียบร้อยแล้ว และพักผ่อนที่โรงแรม ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หาได้ยากมากที่เขาจะใช้ชีวิตร่วมกับภรรยา
“เขาเป็นคนประเภทที่ไม่หยุดทำงานสักชั่วขณะหนึ่งเลย การทำงานตลอดทั้งคืนถือเป็นเรื่องปกติมากสำหรับเขา” ลาปา ดอร์เจ เพื่อนสนิทของ อัน ซึ่งทำงานร่วมกันมานานหลายปี กล่าว
“มีอยู่ครั้งหนึ่ง ผมเห็นเขานั่งทำบันทึกรายงานตอนช่วงบ่ายโมง ผมก็บอกให้เขาไปกินข้าวกลางวันเสียก่อน ซึ่งเขาก็ตอบรับดีนะ แต่พอผมกลับมาก็ยังคงเห็นเขานั่งทำงานอยู่อย่างนั้น ซึ่งตอนนั้นก็เป็นเวลา 5 ทุ่มแล้ว“ ลาปา ดอร์เจ เล่า
สำหรับ “สัปดาห์ทิเบต” ได้เปิดตัวไปแล้วภายในส่วนของ เอ็กซ์โป การ์เด้น เมื่อวันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา ด้วยแนวคิดหลักคือ “สวรรค์ในทิเบต” ซึ่งมีทั้งนักร้องและนักแสดงเดินทางมาจากทิเบตกว่า 400 ชีวิต เพื่อแสดงให้นักท่องเที่ยวได้ชมเสน่ห์ของทิเบตผ่านกิจกรรมต่างๆ ที่น่าสนใจ ซึ่งทั้งกิจกรรมและการแสดงตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับการชมเชยจากนักท่องเที่ยวที่มาจากทั่วโลกเลยทีเดียว
โดยการแสดงเหล่านี้มาจากการคัดสรรเป็นอย่างดีจาก อัน และเพื่อนร่วมงานของเขา โดยพวกเขาได้เดินทางไปทั่วทิเบตเพื่อคัดเลือกการแสดงและงานศิลปะชนิดที่ดีที่สุดของทิเบต
อย่างไรก็ตาม จากอาการป่วยของ ผอ.สำนักงานศิลปะและวัฒนธรรม ผู้นี้ ทำให้เขาไม่สามารถเข้าร่วมพิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการของสัปดาห์ทิเบต ไม่ได้เห็นแม้แต่กิจกรรมใหญ่ๆ ภายในสัปดาห์นั้นๆ ด้วย
ดังนั้น ในวันก่อนมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการของสัปดาห์ทิเบต อัน จึงได้ส่งข้อความไปให้กับเพื่อนร่วมงาน ซึ่งมีข้อความที่ว่า “เราจะเริ่มต้นวันอันยิ่งใหญ่ด้วยกันในวันพรุ่งนี้ ผมปรารถนาที่จะไปร่วมในงานนี้ให้ได้ เพื่อเห็นผลงานจากความทุ่มเทของพวกเราในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่เพราะอาการป่วยของผมเองทำให้ไม่สามารถไปที่นั่นได้ แต่หัวใจของผมก็จะอยู่กับพวกคุณเสมอ ฝากดูแลในทุกๆ การแสดงด้วยนะครับ”
หลังเสร็จพิธีเปิดงานในคืนนั้น เพื่อนร่วมงานของเขาจึงนำวิดีโอที่บันทึกภาพภายในงานทั้งหมดมาให้ดู
“พอดูวิดีโอเสร็จ เขาก็ยิ้ม ซึ่งในช่วงเดือนหลังๆ มานี้จะเห็นรอยยิ้มของเขาน้อยมาก”อาฉี เล่า
“เพื่อให้ผู้คนที่มาจากทั่วประเทศจีน และมาจากทั่วโลกได้เห็นถึงวัฒนธรรมที่สวยงามที่สุดของทิเบต ให้พวกเขาได้รับรู้ถึงเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ของทิเบตให้มากขึ้น ตลอดจนรับรู้ถึงความก้าวหน้าครั้งสำคัญในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา และนี่คือความปรารถนาของชาวทิเบต ซึ่งความพยายามของผมทั้งหมดนี้ผมคิดว่าคุ้มค่ามาก ซึ่งคุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้มจริงๆ “อัน กล่าวถึงเหตุผลที่ทุ่มเทด้วยชีวิตให้กับงานครั้งนี้
โดย: อนัญชนา สาระคู
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 18 ตุลาคม 2553
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by