จิตรกรรมฝาผนังงดงาม วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์


เมื่อปี พ.ศ.2537 พุทธบริษัทชาวไทยได้ร่วมกันเริ่มก่อสร้างวัดไทยขึ้นที่เมืองกุสินารา ณ ปริมณฑลพุทธปรินิพพาน
อันเป็นสังเวชนียสถานแห่งสุดท้ายเพื่อเป็นพุทธบูชาและเฉลิมฉลองในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 32 พรรษา และเสด็จครองราชยสมบัติครบ 50 ปี ในปีพุทธศักราช
2542

การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ตามกำหนด ได้มีการสมโภชวัด เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2542 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณพระราชทานนามว่า
"วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์"

ต่อมาในปี พ.ศ.2544 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแบบแปลนพระมหาเจดีย์
พระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อร่วมการก่อสร้าง และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ทรงประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์ เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2544
พระราชทานนามว่า พระมหาธาตุเฉลิมราชย์
ศรัทธาพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุและเส้นพระเจ้าเพื่ออัญเชิญขึ้นประดิษฐานไว้ที่พระมหาธาตุเฉลิมราชย์ศรัทธา


พระราชรัตนรังษี พระธรรมทูตสายประเทศอินเดียและประธานสงฆ์วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ มีความกังวลว่า
งานสำคัญและด่วนที่จะต้องดำเนินการต่อไปคืองานเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถและมุขทางเข้าพระอุโบสถจากด้านเหนือ
ซึ่งได้รับพระราชทานภาพเขียนในหนังสือพระราชนิพนธ์ เรื่อง พระมหาชนก จำนวน 16 ภาพ
และภาพพระราชทานกรณียกิจ 6 ภาพ เพื่อวาดเป็นจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถตั้งแต่
พ.ศ.2543

แต่มีอุปสรรคนานัปการ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้

เมื่อเดือนพฤษภาคม 2549 คณะผู้มีจิตศรัทธาคณะหนึ่งเดินทางไปสักการะสังเวชนียสถานในประเทศอินเดีย
ได้เข้าไปที่วัดกุสินาราเฉลิมราชย์ เพื่อไปสักการะพระมหาธาตุเฉลิมราชย์ศรัทธา
พระราชรัตนรังษีได้ขอให้คณะนี้
ช่วยหาทางดำเนินการให้การเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังในพระอุโบสถสำเร็จ
เพื่อเฉลิมพระเกียรติและถวายพระราชกุศลในโอกาสอันเป็นมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 80 พรรษา


ทางคณะจึงได้นำข้อปรารภของพระราชรัตนรังษีมากราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี
ขอพระมหากรุณาให้ทรงรับเป็นประธานโครงการเพื่อให้สมพระเกียรติยศและเป็นสิริมงคลแก่ผู้จะดำเนินการ 





พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร และศิลปินแห่งชาติ สาขาสถาปัตยกรรมไทย ผู้ได้รับมอบหมายให้เป็นผู้รับผิดชอบในเรื่องนี้มีความเห็นว่าภาพจากพระราชนิพนธ์
เรื่อง พระมหาชนก ที่ทางวัดได้รับพระราชทานลงมา เป็นภาพประกอบหนังสือเป็นตอนๆ
และเป็นภาพที่วาดโดยศิลปินหลายท่าน
การที่จะนำภาพเหล่านั้นไปวาดภาพจิตรกรรมฝาผนังคงจะไม่สามารถถ่ายทอดเนื้อหาสาระของพระราชนิพนธ์ได้ครบถ้วน
หากใช้วิธีเขียนจิตรกรรมฝาผนังแบบไทยดั้งเดิมจะเหมาะกว่าและจะเป็นการเผยแพร่ศิลปะไทยในต่างแดนด้วน


จึงได้มอบหมายให้ นายมณเฑียร ชูเสือหึง จิตรกร 6 กรมศิลปากร เป็นผู้ออกแบบ

นายมณเฑียร ได้เขียนแบบลายเส้นโดยละเอียดตามพระราชนิพนธ์เรื่องพระมหาชนกทั้งเรื่องนำขึ้นทูลเกล้าฯ
ถวาย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทอดพระเนตร
เป็นที่พอพระทัยและมีพระราชานุญาตให้นำแบบทั้งหมดขึ้นทูลเกล้าฯ
ถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเพื่อขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต
ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตลงมาเมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2551


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเห็นด้วยกับ พล.อ.ต.อาวุธ ว่าแทนที่จะเขียนภาพจิตรกรรมลงไปบนผนังพระอุโบสถ ตามที่เคยปฏิบัติกันมา
ควรจะเขียนลงในแผ่นผ้าใบแล้วจึงนำไปปิดลงบนผนังพระอุโบสถ
วิธีนี้จะแก้ปัญหาเรื่องความชื้นของผนังพระอุโบสถซึ่งจะทำให้ภาพจิตรกรรมชำรุดต้องซ่อมแซมอยู่เสมอ
เป็นการทุ่นค่าใช้จ่ายและเวลา
เพราะการเขียนภาพจะทำให้ประเทศไทยซึ่งสามารถจะหาจิตรกรที่ชำนาญได้เป็นจำนวนมาก
และการเขียนภาพจะใช้เวลาอย่างน้อย 1 ปีครึ่ง ถึง 2 ปี


งานนี้เป็นงานใหญ่ที่จะต้องใช้งบประมาณมาก ด้วยผนังพระอุโบสถมีเนื้อที่มากถึง 255 ตารางเมตร
ภาพจิตรกรรมจะเขียนตั้งแต่เพดานลงมาเต็มพื้นที่ ซึ่งค่าใช้จ่ายจะอยู่ในวงเงินประมาณ
14 ล้านบาท
และจะเขียนภาพพระราชกรณียกิจทางด้านการทะนุบำรุงพระพุทธศาสนาในมุขทางเข้าพระอุโบสถจากด้านเหนือ
เนื้อที่ประมาณ 80 ตารางเมตร ซึ่งคงจะใช้เงินประมาณ 5 ล้าน


เมื่อรวมค่าติดตั้งและค่าใช้จ่ายอื่นๆ แล้ว เช่น กองทุนเพื่อบำรุงรักษา ก็ได้เตรียมงบประมาณไว้ทั้งหมด 27 ล้านบาท


โครงการนี้ดำเนินงานในนามของมูลนิธิวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ ประเทศอินเดีย ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทย และได้เปิดบัญชีไว้ที่ธนาคารไทยพาณิชย์
สาขาสวนจิตรลดา ชื่อบัญชี
โครงการจิตรกรรมฝาผนังและอุโบสถวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์-อินเดีย เลขที่บัญชี
0672117209

บัดนี้ การเขียนภาพจิตรกรรมฝาผนังพระอุโบสถดังกล่าว ดำเนินไปด้วยดีใกล้จะแล้วเสร็จสมบูรณ์
กำหนดจะเคลื่อนย้ายจากประเทศไทยไปติดตั้งยังวัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์
ประเทศอินเดียในกลางเดือนตุลาคม 2553




ที่มา: ข่าวสด   4 ตุลาคม พ.ศ. 2553


Views: 1

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service