คนเรามีศักดิ์ศรี ย่อมเชิดหน้าได้อย่างองอาจ เต็มภาคภูมิใจในตัวตน นี่ดูจะเป็นคุณสมบัตินาม ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล
ผู้อำนวยการสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
อันนอกเหนือในการบริหารงานด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย
ที่สตรีผู้นี้กำลังเดินหน้าให้เมืองไทยเป็นเจ้าภาพจัดการแสดงศิลปกรรมร่วมสมันนานาชาติแห่งเอเซีย
ครั้งที่ 27 ปี 2012
ปริศนา พงษ์ทัดศิริกุล สตรีหัวใจแกร่งวัย 57
ในบริบทการบริหารงานศิลปะ
ล่าสุดเพิ่งเดินทางกลับงานนิทรรศการแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติแห่งเอเซีย
ครั้งที่ 25 Asian International Art Exhibition 25 เมืองอูลันบาดอร์
ประเทศมองโกเลีย เป็นผู้แทนของประเทศไทย ร่วมกับผลงานศิลปะของศิลปินไทย 11 ท่าน
เข้าร่วมกับศิลปิน 13 ประเทศจัดแสดง Mongolian National Modern Art Gallery
ถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน 2010
นับเป็นผลงานทัศนศิลป์ที่เป็นสื่อแทนประเทศไทยเข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นภาพ
“July 2010” กมล ทัศ นาญชลี “The Real Wold”ธงชัย รักปทุม “Luang Pra-Bang” ปรีชา
เถาทอง “Sunset Paint” สมศักดิ์ เชาวน์ธาดาพงศ์ “Untitled A10” เดชา วราชุน ฯลฯ
เป็นการเดินทางงานศิลปะลุ่มน้ำเจ้าพระยาชุดใหญ่ครั้งหนึ่งสู่ที่ราบทะเลทรายในดินแดนจักรวรรดิ“เตมูจิน”
(Temujin ค.ศ.1162–1227) หรือ “เจงกิสข่าน” จักรพรรดิผู้เกรียงไกรได้ฉายา
“นักรบบนหลังม้าผู้ยิ่งใหญ่” ของชาวมองโกเลีย
การเดินทางข้ามน้ำข้าทะเลสู่ที่ราบทะเลทรายมิสูญเปล่าของสตรีผู้นี้
กำลังหมายมั่นปั้นมือการเป็นเจ้าภาพจัดแสดงศิลปกรรมฯ ที่ว่า ซึ่งก็แน่ล่ะ
ผู้ที่ไม่ได้อยู่โลกศิลปกรรมย่อมมองไม่เห็นคุณค่าของงาน แต่สำ
หรับคนในแวดวงศิลปกรรมแล้วเป็นโอกาสที่ดีครั้งหนึ่ง
ควรมีการจัดศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติ “คนในวัฒนธรรม” สบช่องสนทนากับสตรีท่านนี้
เธอเกริ่น การแสดงศิลปกรรมนานาชาตินี้จัดอย่างต่อเนื่องเป็นครั้งที่ 25
เป็นความร่วมมือขององค์กรศิลปินอิสระจากประเทศต่างๆ ในเอเชีย
หมุนเวียนจัดแสดงของสมาชิกแต่ละประเทศ ครั้งนี้มองโกเลียนำเสนอหัวข้อ Asian Spirit
BLUE SKY : Environment balance and change หรือ “ท้องฟ้าแห่งเอเชีย :
ดุลยภาพและความเปลี่ยนแปลงของสภาพแวดล้อม” นั่นสื่อให้เห็นว่า
เอเชียกำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงของสิ่งแวดล้อม อันส่งผลกระทบต่อมวลมนุษย์
ซึ่งเกิดจากน้ำมือของมนุษย์เป็นฝ่ายกระทำขึ้นต่อธรรมชาติ
ผลงานของศิลปินเป็นช่องทางหนึ่ง ที่สื่อออกไปให้ได้รับรู้ว่า
คนทุกคนควรได้ตระหนักในเรื่องนี้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมหนักที่สร้างมลภาวะอากาศ
กระทบมวลรวมธรรมชาติ
กลับมาที่ อูลันบาดอร์ เมืองหลวงมองโกเลียนอก
(เขตปกครองตนเอง) เป็นที่รับรู้กันในสายตาชาวโลกว่า มี “อาชา” หรือ “ม้า”
เชิงสัญลักษณ์คู่กับนักรบนาม “เตมูจิน” หรือ “เจงกิสข่าน”
ที่ชาวมองโกเลียปัจจุบันยังศรัทธามิเสื่อมคลาย แลเห็นได้จากเทศกาลนาดาม (Inner
Naadam Festival) งานเฉลิมฉลองน่าต๋ามู่ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม
พวกเขานำม้าจัดแสดงในพิธีการต่างๆ ของประเพณีและการรื่นเริง มิเพียงเท่านี้ “ม้า”
ยังถูกจัดวางอยู่บนงานศิลปะของชาวมองโกเลียเกือบทุกตารางเมตรบนพื้นที่เมืองหลวงและเมืองอื่น
“ทั้งในงานนิทรรศการ Mongolian National Modern Art Gallery
และแกลเลอรี่ทั่วไปภาพวาดหลักๆ สื่อเรื่องม้า”
เธอเล่าแล้วยกตัวอย่างของภาพวาดคล้ายๆ กับศิลปินถวัลย์ ดัชนี
และพูดถึงศิลปะร่วมสมัย “ส่วนใหญ่เป็นงานสื่อผสม installation หรือจัดวาง
โดยรวมแล้วเป็นทัศนศิลป์แบบร่วมสมัย
เพียงขึ้นอยู่กับว่านิทรรศการและแกลเลอรี่นั้นนำเสนอเรื่องอะไร”
เธอขยายเนื้องานศิลปะของชาวมองโกเลียให้เห็น เข้มแข็งมาก ทั้งก้าวหน้า
เห็นได้จากงานศิลปะร่วมสมัยในสตูดิโอและแกลเลอรี่ โดยมีหัวเรือใหญ่คือรัฐบาล
ด้วยการดำเนินงานส่งผ่านของกระทรวงการศึกษา วัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ (Minister of
Mongolian Education, Culture and Science) ซึ่งดูกลายๆ
เหมือนชื่อองค์การของยูเนสโกทำนองนั้น
“ถึงแม้ชื่อกระทรวงจะยาวไปสักหน่อย
ทว่าทำให้เราได้แลเห็นนโยบายของรัฐบาลมองโกเลีย
และจากที่เราพบปะพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล
ได้ให้ความใส่ใจมากในระบบการศึกษาที่ผูกพันกับวัฒนธรรม และวิทยาศาสตร์ที่ตามหลัง
นั่นหมายถึง รัฐบาลให้ความสำคัญ 2 สิ่งแรกก่อน
เพื่อที่ให้คนในประเทศได้ตระหนักเรื่องนี้ลำดับต้นๆ”
แน่ล่ะ
“เรายังมองเห็นผู้สูงอายุแต่งกายพื้นเมือง
แต่เราก็เห็นคนหนุ่มสาวและวัยกลางคนแต่งกายทัน สมัยหรือร่วมสมัยเช่นกัน”
เธอสะท้อนวัฒนธรรมร่วมสมัยการแต่งกายให้เห็นที่ได้รับอิทธิพลจากรัสเซียมากและจีนที่มีพรมแดนติดกันของมองโกเลีย
และเปรยให้เห็นรสนิยมการใช้ชีวิตในเมืองอูลันบาดอร์ “ถึงวันนี้ร้าน
พิชช่าอิตาเลียนมีเปิดขายแล้ว ขณะที่รถยนต์คันงามๆ ก็แล่นบนท้องถนนให้เห็นไม่น้อย
ซึ่งรายได้จากพวกเขาส่วนหนึ่งมาจากงานขายศิลปะนั่นเอง”
กระนั้นตาม
ไม่ว่าความทันสมัยจากภายนอกมุ่งสู่อูลันบาดอร์และเขตเมืองอื่นๆ ก็ตาม
”ทว่าโดยรวมแล้วรัฐบาลและประชาชน มีเป้าหมายเน้นความผูกพันทางจิตวิญญาณ (Spirit)
ทางวัฒนธรรม (Culture) ดังนี้แล้วชาวมองโกเลียจึงมีอยู่สูงมากกว่าคนของประเทศเรา
ขณะเดียวกันภายในกระทรวงยังมีหน่วยงานเกี่ยวกับแกลเลอรี่เพื่อขับเคลื่อนงานศิลปะ
จึงไม่แปลกที่เราแลเห็นงานศิลปะในเมืองนี้วางขายทั่วไป” เธอชี้ภาพให้เห็น
อย่างไรก็ดี
เธอกล่าวถึงการจัดนิทรรศการศิลปกรรมร่วมสมัยนานาชาติแห่งเอเชียของมองโกเลีย
จัดว่าประสบความสำเร็จทีเดียว เพราะชาวมองโกเลียได้ให้ความสนใจอย่างมาก
ซึ่งการจัดนิทรรศการฯ จะมีขึ้นที่เกา หลีใต้เสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพครั้งที่ 26 ในปี
2011 สำหรับประเทศไทยโดยสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัยจึงเสนอตัวเป็นเจ้าภาพครั้งที่
27 ในปี 2012 ซึ่งที่ประชุม Mongolian National Modern Art Gallery
ศิลปินผู้แทนแต่ละประเทศต่างก็ลงความเห็นด้วยที่ไทยเสนอเป็นเจ้าภาพ
“ศิลปินเองชอบที่จะมาเมืองไทย
ในเวลาเดียวกันของงานศิลปะเป็นการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไปในตัว
ทั้งในแง่ศิลปินนับ 100 ชีวิตเข้ามาใช้ชีวิตในเมืองไทย
และยังเป็นการสร้างโลกทัศน์ของงานศิลปะร่วมสมัยจากประเทศอื่นๆ
ให้คนบ้านเราได้ชื่นชมอีกด้วย
ส่วนการลงทุนเจ้าภาพไม่มีอะไรมากเพียงแค่จัดหาสถานที่แสดง
ในส่วนของค่าใช้จ่ายศิลปินที่ใช้ชีวิตในเมืองเป็นผู้ออกเอง
เหมือนกับที่เราไปแสดงงานที่มองโกเลีย”
เธอกล่าวทิ้งท้ายว่า
ถ้าไทยได้รับการตอบรับเป็นเจ้าภาพจัดแสดงศิลปกรรมร่วมสมัยนานา ชาติแห่งเอเชีย
ครั้งที่ 27 อย่างทางการแล้ว สิ่งแรกที่นึกถึงคือศิลปะเพื่อนบ้าน เชิญ ลาว พม่า
กัมพูชา และเวียดนาม มาร่วมแสดงงานด้วย เพราะงานศิลปะไม่มีคำว่าเส้นพรมแดน
โดย: ชมวง พฤกษาถิ่น
ที่มา: สยามรัฐวันพุธ ที่ 13 ตุลาคม 2553
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by