ระหว่างนับถอยหลังต้อนรับ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ ที่จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 4 ธ.ค.53 บนพื้นที่ 3,000 ตารางเมตร ของ ชั้น
6 ศูนย์การค้าสยามดิสคัฟเวอรี่
หุ่นขี้ผึ้งของ ไมเคิล แจ็คสัน, แบรด
พิตต์,แองเจลินา โจลี และ มิตร ชัยบัญชา คือหุ่นขี้ผึ้ง 4
ตัวแรกที่เดินทางมาถึงประเทศไทย และถูกนำมาตั้งโชว์ในงานแถลงข่าว
เพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ที่สนใจไปชมได้ตัดสินใจซื้อบัตรกันล่วงหน้า ด้วยราคาบัตร
ผู้ใหญ่ 700 บาท และเด็ก 500 บาท
นอกจากนี้ยังกระตุ้นให้ผู้ชมได้รีบตัดสินใจซื้อ ด้วยการจัดโปรโมชั่นพิเศษ
ซื้อ 1 แถม 1 หากซื้อในช่วงวันที่ 1 ต.ค. - 30 พ.ย. 53 ณ จุดจำหน่าย
สยามดิสคัฟเวอรี่ สยามเซ็นเตอร์ สยามโอเชียนเวิลด์ และไทยทิคเก็ตเมเจอร์ทุกสาขา
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ บริหารงานโดย เมอร์ลิน เอ็นเตอร์เทรเมนท์ส
กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทบริหารสถานที่ท่องเที่ยวรายใหญ่อันดับสองของโลก
พิพิธภัณฑ์แห่งแรกตั้งขึ้นที่ประเทศอังกฤษ และมีประวัติความเป็นมายาวนานราว 250 ปี
ก่อตั้งโดย มาดาม มารี ทุสโซ
ประติมากรหญิงชาวฝรั่งเศสที่ทุ่มเทชีวิตไปกับการปั้นหุ่นขี้ผึ้งของบุคคลต่างๆในชั่วชีวิตเธอ
ปัจจุบันพิพิธภัณฑ์ฯ
ยังคงสืบสานจิตวิญญาณในการปั้นหุ่นให้มีความเหมือนจริงในทุกรายละเอียด
เริ่มตั้งแต่การพบปะและค้นคว้าข้อมูลจากบุคคลต้นแบบจริง
รวมทั้งมีการวัดตัวอย่างละเอียด การเทียบสีผิว สีตาและเส้นผม โดยใช้เวลากว่า 4 - 6
เดือนในการปั้นหุ่นแต่ละตัว โดยที่หุ่นแต่ละตัวมีมูลค่าสูงถึง 8 ล้านบาท
พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ ฯ ถือเป็นแห่งที่ 10 ของโลก ,เป็นแห่งที่ 3 ในเอเชีย ต่อจาก ฮ่องกง,เซี่ยงไฮ้
และเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใช้งบลงทุนกว่า 500 ล้าน
หุ่นขี้ผึ้งของบรรดาเซเลบริตี้และบุคคลที่มีชื่อเสียงชั้นนำระดับโลกกว่า 70
ท่าน ที่จะถูกมาตั้งโชว์ ณ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ ของต่างประเทศ
อาทิ เจ้าหญิงไดอานา,ควีนอลิซาเบธที่ 2,บารัค โอบามา,องค์ดาไลลามะ,มหาตมา
คานที,บีโธเฟน,ไอน์สไตลน์,เดวิท เบ็คแฮม,จอร์จ คลูนี่ย์,จอห์นนี่ เด็ปป์,วิล
สมิธ,สตีเฟ่น เจอร์ราด,บรูซ ลี,ทอม ครูซ,จิม แครี่ ,ไมเคิล แจ็คสัน, แบรด
พิตต์,แองเจลินา โจลี
ของไทยเรา อาทิ จอมพล ป,
พิบูลสงคราม,หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช,หม่อมราชวงศ์คึกฤทธิ์
ปราโมช,ท่านพุทธทาสภิกขุ,สุนทรภู่,หลวงวิจิตรวาทการ,แพทย์หญิง คุณหญิงพรทิพย์
โรจนสุนันท์,ปวีณา ทองสุก,เขาทราย แกแลคซี่,ทาทา ยัง,แอ๊ด คาราบาว,พุ่มพวง
ดวงจันทร์,ยอดรัก สลักใจ,เพชรรา เชาวราษฎร์,สมบัติ เมทะนี,โทนี่ จา,เขมนิจ จามิกรณ์
,ธีรเดช วงศ์พัวพัน,แอน ทองประสม และ อนันดา เอเวอริ่งแฮม พระเอกผู้รับบท
“อินทรีแดง” คนล่าสุด ที่หุ่นของเขาจะถูกนำมาตั้งโชว์เคียงข้างหุ่น มิตร ชัยบัญชา
ผู้รับบทอินทรีแดงเมื่ออดีต
และพิพิธภัณฑ์ฯ
ยังได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตสร้างพระรูปหุ่นขี้ผึ้ง สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร
อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชนกและสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
อัญเชิญมาประดิษฐานไว้ที่ห้อง “พระราชวงศ์”
แอน ทองประสม
นางเอกสาวเจ้าของฉายา “เจ้าหญิงของวงการบันเทิงไทย”
บอกเล่าว่าเธอตัดใจรับเป็นแบบปั้นหุ่นทันทีที่ถูกทาบทามมาเป็นแบบ
เพราะอยากมีตัวตนของเธอในปัจจุบันเก็บไว้เป็นความทรงจำในอนาคต
แม้จะยังไม่เคยเห็นหุ่นขี้ผึ้งของตัวเอง เพราะยังไม่ถูกเคลื่อนมาเมืองไทย
ทว่าได้เห็นผ่านภาพที่ทีมงานส่งมาให้ดู ก็ยังรู้สึกตกใจว่าปั้นได้เหมือนมาก
และรู้สึกขอบคุณที่ทีมงานให้โอกาสเธอได้มีส่วนร่วมในการเลือกทรงผมและชุดที่จะสวมใส่กับตัวหุ่น
ตลอดจนสามารถติชมรายละเอียดในส่วนต่างๆได้เต็มที่
“เริ่มแรกจะมีทีมงานจากลอนดอนมาหาแอน ใช้ระยะเวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง
ในการมาวัดตัว เทียบสีผิว สีผม สีตา นิ้ว เล็บ และทุกอย่าง แม้กระทั่งไฝ ในตัวแอน
เขาก็ยังถามเลยว่าแอนไม่ชอบเม็ดไหน
และไฝอันไหนที่แอนรู้สึกว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของตัวเอง
ซึ่งแอนขอเก็บไฝที่ปลายจมูกไว้
ทีมงานเขาให้เกียรติในการแสดงความคิดเห็น
อยากใส่ชุดอะไร อยากมีทรงผมแบบไหน โอเคกับชุดที่ส่งมาให้ดูไหม
ถ้าแอนรู้สึกไม่โอเคหรือรู้สึกไม่สบายใจ เขาก็จะเปลี่ยนแปลงให้
ดังนั้นทั้งผมและชุด แอนต้องคิดไว้เลยว่าต้องเอาแบบไหน
มันจะต้องดูแล้วคลาสสิค เพราะต่อไปมาดูอีกทีมันจะได้ไม่เอ้าท์
ต้องใช้เวลาคิดเยอะเและใช้เวลาหลายเดือนเหมือนกันกว่าขั้นตอนทุกอย่างจะสิ้นสุด”
นอกจากความเหมือนจริงของหุ่นแต่ละตัว
ที่จะถูกนำมาตั้งให้ผู้ชมได้สัมผัสอย่างใกล้ชิด ชนิดถ่ายรูปได้ โอบกอดได้
บรรยากาศของพิพิธภัณฑ์ยังเน้นไปที่ความเป็น “อินเทอร์แอ็คทีฟ”
เพราะมีการนำเทคนิคของ แสง สีและเสียงที่ล้ำสมัยมาใช้ ตัวอย่างเช่น
การรับสายโทรศัพท์บนโต๊ะทำงานของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ในห้องโอเวิล
ออฟฟิศ,การท้านับแต้มสแลมดังค์กับเหยาหมิง,ยกน้ำหนักกับ ปวีณา
ทองสุก,เข้าฉากละครดังกับ เคน - ธีรเดช และแอน ทองประสม
จึงไม่แปลกอะไรที่
มร.พอล วิลเลียมส์ ผู้จัดการทั่วไป พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ กรุงเทพฯ
จะกล่าวว่า
“การมาเที่ยวชม พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุสโซ
จะเปรียบเหมือนการนั่งรถไฟเหาะที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุขสนุกตื่นเต้นอยู่ทุกขณะ
โดยเราจะพาท่านเดินทางไปร่วมสัมผัสกับเหล่าบุคคลที่มีชื่อเสียงระดับโลกและความลับของการมีชื่อเสียงของพวกเขาเหล่านั้น”
ฟากฝั่ง ชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด
ก็ได้ทุ่มทุน 300 ล้านบาท ปรับโฉมชั้น 6 - 8 ของ สยามดิสคัฟเวอรี่
จัดสร้างภัตตาคารอาหารนานาชาติลอยฟ้ากว่า 20 ภัตตาคาร และ ไอซ์ แพลนแนท (Ice
Planet) ลานสเก็ตน้ำแข็งมาตรฐานโอลิมปิค เพื่อเตรียมการต้อนรับ มาดามทุสโซ กรุงเทพฯ
เช่นกัน
Who is she ? มาดามทุสโซ
ประติมากรหญิง มาดามทุสโซ(Madame Tussaud) หรือ มารี
โกซอลต์ส( Marie Grosholtz) เกิดเมื่อ ค.ศ.1761 ณ เมืองสตราสบูร์ก ประเทศฝรั่งเศส
เริ่มเรียนรู้การปั้นหุ่นขี้ผึ้งตั้งแต่อายุเพียง 6 ขวบ จาก นพ.ฟิลิปเป
เคอร์เทียส (Philppe Curtius)
ผู้เป็นเจ้าของบ้านหลังที่แม่ของเธอไปทำงานเป็นแม่บ้านที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์
ฝีมือซึ่งเป็นที่พอพระทัย เจ้าชายหลุยส์ ฟรังซัวร์ที่ 1 แห่งบูร์บอง (Louis
Francois I de Bourbon) ทำให้ นพ.ฟิลิปเป
ถูกชักชวนให้เลิกอาชีพแพทย์ไปเป็นศิลปินทำงานปั้นหุ่นขี้ผึ้งที่ปารีสและมาดามทุสโซก็ได้ติดตามไปด้วย
กระทั่งมาดามทุสโซในวัย 17 ปี มีผลงานชิ้นแรกเป็นหุ่นขี้ผึ้งจำลองตัว ชอง
ชาคส์ รุสโซ(Jean - Jacques Rousseau) นักเขียน นักปรัชญา
และนักทฤษฎีการเมืองคนสำคัญ ก่อนจะได้รับการแต่งตั้งจาก กษัตริย์หลุยส์ที่ 16
แห่งฝรั่งเศสให้เป็นครูสอนด้านการปั้นให้กับพระขนิษฐาคือ เจ้าหญิงเอลิซาเบธ
แห่งฝรั่งเศส และทำหน้าที่นั้น อยู่นานถึง 9 ปี
ช่วงปฏิวัติฝรั่งเศส ค.ศ.
1789 มาดามทุสโซได้กลับมาอยู่กับ นพ.ฟิลิปเป ตามเดิม
และนายแพทย์ผู้นี้ก็มีส่วนเกี่ยวพันกับขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อการปฎิวัติฯ
แต่ ค.ศ.1793 เธอและแม่ ต้องถูกจองจำเพื่อรอการประหารด้วยกิโยติน
และเธอก็รอดพ้นมาได้ ด้วยการพิสูจน์ตัวเองว่าอยู่ข้างเดียวกับการปฏิวัติ
ก่อนจะถูกบังคับให้ใช้ฝีมือในการปั้นทำ “หน้ากากมรณะ”
ของบรรดาราชวงศ์ที่ถูกตัดคอแล้ว ในจำนวนนั้นคือหน้ากากมรณะของ กษัตริย์หลุยส์ที่ 16
และราชินีมารี อังตัวเน็ตต์
มิหนำซ้ำต่อมายังทำหน้ากากมรณะให้กับกลุ่มนักปฎิวัติที่ถูกบั่นคอเนื่องจากเกิดความขัดแย้งกันเอง
| หลังการปฏิวัติสิ้นสุดลง นพ.ฟิลิปเป เสียชีวิตลงและสมบัติของเขาทั้งหมด นั่นคือบรรดาหุ่นขี้ผึ้งที่สร้างสรรค์ขึ้นและสถานที่จัดแสดง ได้ตกเป็นของมาดามทุสโซ
ผู้เป็นผู้ช่วยและเป็นผู้ที่นายแพทย์เอ็นดูราวกับหลานสาวแท้ๆ แต่เธอก็ต้องต่อสู้ทางกฎหมายอย่างหนักเพราะความที่ไม่ได้เป็นญาติทางสายเลือด ค.ศ.1795 เธอแต่งงานกับ ฟรังซัวส์ ทุสโซ (Francois Tussaud) แต่ดำนินธุรกิจจัดแสดงหุ่นขี้ผึ้ง โดยไม่ให้สามีเข้ามาเกี่ยวข้องใดๆ หลังจากมีลูกด้วยกัน 3 คน และใช้ชีวิตร่วมกันได้ 8 ปี เธอและสามีก็ต้องแยกทางกันไป เพราะนิสัยใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายของสามี เมื่อเกิดสงครามนโปเลียน จำนวนผู้ชมหุ่นขี้ผึ้งมีจำนวนลดลง ต่อจากนั้น ค.ศ.1802 เมื่อคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจของฝรั่งเศสจะถดถอย มาดามทุสโซ ขณะอายุย่าง 40 ปี จึงได้ขออนุญาต นโปเลียน โปนาปาร์ค ผู้ที่เธอเคยปั้นหุ่นขี้ผึ้งให้ นำหุ่นขี้ผึ้งที่ได้รับตกทอดมา ออกเดินทางไปแสดงที่เกาะอังกฤษ แต่เมื่อ นโปเลียน ก้าวขึ้นมาเป็นจักรพรรดิแห่งฝรั่งเศส และเปิดฉากทำสงครามกับประเทศรอบข้างเพื่อประกาศความยิ่งใหญ่ของฝรั่งเศส ส่งผลให้เธอไม่สามารถเดินทางกลับฝรั่งเศสได้ จึงต้องร่อนเร่แสดงผลงานไปทั่วเกาะอังกฤษ สก็อตแลนด์ และไอร์แลนด์ เป็นเวลานานถึง 33 ปี ก่อนที่ ค.ศ.1835 เธอจะตัดสินใจลงหลักปักฐานที่ลอนดอนและเช่าที่บนถนนบาร์ซาร์ เบเกอร์ เพื่อทำพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผลงานของเธออย่างถาวรและมีลูกชายช่วยดูแล กระทั่งมันกลายเป็นสถานที่ที่ดึงดูดให้ผู้คนไปเยือนจำนวนมาก ค.ศ.1842 มาดามทุสโซปั้นหุ่นขี้ผึ้งเหมือนตัวเองขึ้นมา และเป็นผลงานชิ้นสุดท้ายที่เธอทำขึ้นมา 8 ปีก่อนหน้าที่เธอจะเสียชีวิต ในวันที่ 15 เม.ย.53 ค.ศ.1850 ด้วยวัย 89 ปี ลูกของเธอคือผู้ที่ได้รับการถ่ายทอดวิธีการทำหุ่นขี้ผึ้งและรับช่วงดูแลพิพิธภัณฑ์ ต่อเนื่องมาจนถึงรุ่นหลานๆ กระทั่งพิพิธภัณฑ์ได้ตกเป็นสมบัติของกลุ่ม Merlin Entertainments Group Ltd กลุ่มธุรกิจที่ดำเนินกิจการสวนสนุกและสถานที่ท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป |
โดย: ฮักก้า
ที่มา: ASTVผู้จัดการออนไลน์ 5 ตุลาคม 2553
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by