โบสถ์แบบจีนที่วัดญวนสะพานขาว
---------------------------------
แม้ประเทศไทยจะให้อิสระในการเลือกนับถือศาสนา แต่ส่วนใหญ่แล้วชาวไทยนับถือศาสนาพุทธกว่า 90 % โดยในในพุทธศาสนานั้นยังได้แบ่งเป็นนิกายใหญ่ๆได้แก่ นิกายเถรวาท หรือ หินยาน อันถือเป็นนิกายที่เก่าแก่ที่สุด และมีคนไทยนับถือเยอะที่สุด และนิกายมหายาน หรือ อุตตรนิกาย อันมีแนวคิดเรื่องการบำเพ็ญตนเป็นพระโพธิสัตว์
ในแต่ละนิกายก็จะมีนิกายแตกย่อยออกไปอีก ซึ่งอีกหนึ่งนิกายในสายมหายานที่ได้แตกย่อยออกมาก็คือ “อนัมนิกาย” ซึ่งแปลได้ว่า จำพวกถือพระพุทธศาสนาเหมือนอย่างเมืองญวน หรือเวียดนามประเทศเพื่อนบ้านของเรา อนัมนิกายในไทยนั้นจึงมาจากชาวญวนหรือชาวเวียดนามนั้นเอง
หากจะท้าวความไปในอดีตเมื่อประมาณปี พ.ศ.2316 ได้เกิดกบฏขึ้นที่เมืองเว้ อันเป็นเมืองหลวงของประเทศญวนหรือประเทศเวียดนามในปัจจุบัน พวกราชวงศ์ญวนส่วนหนึ่งได้หนีมาอยู่ที่กรุงธนบุรี สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชก็ได้โปรดเกล้าฯ ให้รับไว้ และพระราชทานที่ให้พวกญวนตั้งบ้านเรือนอยู่นอกฝั่งพระนคร
ต่อมาในสมัยรัตนโกสินทร์ ราชนัดดาของเจ้าเมืองเว้ก็ได้หนีกบฏเข้ามาขอพึ่งพระบรมโพธิสมภารพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯ และมาใน พ.ศ.2377 สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว พระเจ้าแผ่นดินญวนได้ประกาศห้ามประกาศมิให้ญวนถือศาสนาคริสตัง และจับพวกญวนที่เข้ารีดทำโทษ จึงมีพวกญวนเข้ารีดอพยพหนีภัยเข้ามาอยู่ในไทย โดยมาอยู่ที่เมืองจันทบุรีเป็นส่วนใหญ่ มีบางส่วนอพยพเข้ามาอยู่ในกรุงเทพฯ และได้รับพระราชทานที่อยู่ให้ที่สามเสน
จากนั้นในปี พ.ศ. 2376เจ้าพระยาบดินทร์เดชาได้ยกทัพไปตีเมืองญวนและได้ครัวญวนพวกที่ถือพุทธศาสนาพวกหนึ่ง ก็ได้โปรดเกล้า ฯ ให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่จังหวัดกาญจนบุรี ส่วนพวกญวนที่ถือศาสนาคริสตังให้ไปตั้งบ้านเรือนอยู่ที่สามเสน มาในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ญวนที่อยู่เมืองกาญจนบุรี มาตั้งบ้านเรือนอยู่ที่ริมคลองผดุงกรุงเกษม
พวกญวนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารในรัชกาลที่ 3 ก็ได้สร้างวัดไว้ตามที่ได้ตั้งรกรากอยู่ก็คือที่เมืองจันทบุรี กาญจนบุรี และที่กรุงเทพฯ โดยที่เมืองกรุงนั้นก็คือ “วัดสมณานัมบริหาร” หรือที่รู้จักกันในนาม “วัดญวน สะพานขาว” ริมคลองผดุงกรุงเกษม ในเขตดุสิต นั้นเอง
เมื่อเข้าไปภายในวัดญวนสะพานขาวแห่งนี้แล้ว หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมวัดญวนจึงมีรูปแบบสถาปัตยกรรมแบบวัดจีน ก็เนื่องจากมหายานถือกำเนิดมาจากชาวจีนที่เข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารบนผืนแผ่นดินไทย ได้นำเอาวัฒนธรรม ศาสนา และความเชื่อดั้งเดิมของตนเข้ามาประพฤติปฏิบัติ ชาวญวนก็ได้รับอิทธิพลทางศาสนามาจากชาวจีน ต่อมาเมื่อมีชาวญวนอพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภารด้วยแล้ว ทั้งชาวจีนและชาวญวนจึงได้ร่วมกันสร้างวัดให้พระสงฆ์อนัมนิกายจำพรรษา
นั้นคือที่มาของสถาปัตยกรรมที่มีรูปแบบจีนในวัดญวน แต่ก่อนที่จะเข้าไปในโบสถ์ด้านหน้าประดิษฐาน “พระบรมราชานุสรณ์รัชกาลที่ 5” และ “พระบรมราชานุสรณ์ของพระเจ้าตากสินมหาราช” พระมหากษัตริย์ซึ่งมีพระมหากรุณาธิคุณกับพวกญวนที่อพยพเข้ามาพึ่งพระบรมโพธิสมภาร เมื่อกราบไหว้บูรพกษัตริย์ไทยทั้ง 2 พระองค์แล้วเดินอ้อมไปทางด้านข้างเพื่อเข้าไปยังโบสถ์
ภายในโบสถ์ประดิษฐานพระประธานคือ “พระโคตมพุทธเจ้า” ซึ่งเป็นพระบิดาแห่งพุทธศาสนา และพระโพธิสัตว์ตามหลักของมหายาน ด้านหน้าพระประธานฉันเห็นไม้บักฮื้อและบาตรเหล็ก ที่ใช้ไม้เคาะบาตรเพื่อให้เกิดเสียงระหว่างสวดมนต์นั้นเอง นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังมีรูปเคารพของเจ้าแม่กวนอิม พระถังซัมจั๋ง ท้าวมหาชมพู หรือพระอุ่ยท้อโพธิสัตว์ และหมอชีวกโกมารภัจจ์
จากนั้นเมื่อเดินออกมานอกกำแพงจะเจอกับ “มณฑปรอยพระพุทธบาทจำลอง” ที่ด้านล่างเป็นที่เก็บอัฐิของบรรพบุรุษต่างๆ
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by