คุณความดีของอาจารย์ฝรั่งไม่มีวันจบและจืดจาง ตราบใดที่ศิลปกรรมยังมีการสร้างสรรค์อยู่ในประเทศนี้ 'ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว'
“พรุ่งนี้ก็สายเสียแล้ว”... “ถ้านายคิดถึงฉันนายทำงาน” หรือคำอมตะ “ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว”
ถ้อยคำเหล่านี้พรั่งพรูจากจิตวิญญาณของคนเป็นครู ของผู้ที่เป็นศิลปินรักศิลปะ จารึกฝากไว้ในหัวใจของศิษย์และคนรุ่นหลังที่ได้เรียน ณ ตักศิลาแห่งศิลปะที่ท่าพระมหาวิทยาลัยศิลปากรแห่งนี้ เขาเหล่านี้ไม่เคยลืมครูของเขา ไม่เคยลืม 'อาจารย์ฝรั่ง' ที่สอนสั่งให้เข้าถึงจิตวิญญาณศิลปินที่สร้างสรรค์ศิลปะ
15 กันยายน เป็นวันเกิดของท่านเมื่อปีพ.ศ.2435 ที่นครฟลอเรนซ์ อิตาลี เรียนศิลปะจนเรืองรุ่งเป็นศาสตราจารย์ จนเมื่ออายุได้ 32 ปี พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชประสงค์ที่จะได้ช่างปั้นมาทำงานให้กับเมืองไทย รัฐบาลอิตาลีได้ส่งให้ศิลปินหนุ่มคอร์ราโด เฟโรจี มาเป็น ศิลป์ พีระศรี ข้าราชการในตำแหน่งช่างปั้นกรมศิลปากรกระทรวงวังเมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2466 เป็นข้าราชการไทยเงินเดือน 800 บาท กับค่าเช่าบ้าน 80 บาท
ชีวิตที่เคยสุขสบายในประเทศศิวิไลซ์ มาอยู่เมืองไทยยามนั้นเสียสละใหญ่หลวง ชีวิตครูได้สร้างคนสร้างศิลปกรรมทั้งอนุสาวรีย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร ตำรับตำรา และตำนานฝากไว้ให้กับสังคมไทยเป็นอเนกประการ ไม่นานกาลเวลาพาท่านจากไปด้วยอายุขัย 70 ปีที่โรงพยาบาลศิริราช เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ.2505 ถึงวันนี้ 48 ปีแห่งความหลัง ยังอยู่ในหัวใจคนไทยไม่รู้ลืม
เช้าของวันที่ 15 กันยายน ที่ผ่านมา อันเป็นวันคล้ายวันเกิดของท่าน จึงเป็นที่นัดพบของคนรักศิลปะที่มหาวิทยาลัยศิลปากรที่ท่านได้สถาปนาไว้ ต่างวางพวงมาลาด้วยรำลึกแลอาลัย หลังจากคุณชวน หลีกภัยผู้เป็นศิษย์แห่งโรงเรียนช่างศิลป์ เป็นประธานเปิดงานที่ห้องประชุมของมหาวิทยาลัย
ศิลปินแห่งชาติวัย 80 ปี ผู้มีฝีมือวาดภาพด้วยชาโคลละเมียดละไมสะท้อนความเป็นไทยที่ไม่มีใครลืม ท่านอังคาร กัลยาณพงศ์ ผู้ศิษย์ ผู้รับหน้าที่แสดงปาฐกถาศิลป พีระศรี ในปีนี้ สู้บรรจงเตรียมตัวปาฐกถาจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน เพื่อมาร่ายมนต์ขลังแห่งความหลังครั้งสัมพันธ์กับครูเฟื้อ หริพิทักษ์ ที่ไปคัดลอกเนรมิตงานจิตรกรรมฝาผนังจากศรีสัชนาลัย สุโขทัย อยุธยามาด้วยกัน ด้วยภาษาที่ลื่นไหลพลิ้วไหวของกวี
วันนี้ของชาวศิลปากรมีพันธะสัญญาใจ อาจารย์ทุกคณะที่ท่าพระแห่งนี้จะแสดงผลงานทางศิลปะในแนวทางของตนเพื่อรำลึกถึงครูโดยครูและศิลปินชั้นครูให้ศิษย์คนทั่วไปได้ชื่นชม เพื่อเป็นการบูชาครูที่เคารพในดวงใจ ศิลป์ พีระศรี
ที่คณะมัณฑณะศิลป์ แสดงงานในทิศทางของศิลปะประยุกต์ หลายรูปแบบที่งดงาม หลายคนทึ่งกับภาพสุภาพสตรียืนในน้ำกวักมือเรียกปลา เหมือนยิ่งกว่าเหมือนของอาจารย์ไพรวัลย์ ดาเกลี้ยง มีงานหลายชิ้นที่ทึ่งและสร้างสรรค์ให้คิด เดินไปยังฝั่งตรงข้ามเป็นคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มีผลงานครูทั้งที่เป็นงานที่ได้ทำจริงแล้วดังเช่นงานออกแบบพระเจดีย์ และอีกหลายชิ้นน่าศึกษา ส่วนที่คณะจิตรกรรมประติมากรรม กับงาน 'CHAIR - SHARE' แชร์ที่เป็นเก้าอี้และแชร์ความคิดแบ่งปัน มีหลายงานที่ผู้ดูชื่นชอบ มีนักเรียนหญิงจากราชโบริกานุเคราะห์ ราชบุรี ที่อาจารย์พามาชมงานศิลปะในวันนี้ เด็กๆ กลับไปแล้วคงอิ่มเอมกับการชมงานศิลปะจากศิลปากร ในวันรำลึกถึงครูของศิลปินและของสังคมไทย
บ่ายสามโมง ปาฐกถาฟื้นหาความหลังตำนานของชาวศิลปากร ด้วยเรื่องหลัก 'ครูเฟื้อ หริพิทักษ์' โดยลูกศิษย์ 'ครูเฟื้อ' และ 'ครูฝรั่ง' ที่ชื่อ เทพศิริ สุขโสภา คนที่เคยเกิดที่สุโขทัย ไปดำรงชีวิตอย่างมีความสุขที่เชียงใหม่ ลงมากรุงเทพให้กับงานนี้โดยเฉพาะ เทพศิริเป็นนักเขียนนักวาดรูปประกอบหนังสือ นักเล่านิทานขวัญใจเด็กๆ เชียงใหม่ ด้วยลีลาชั้นครูจึงสะกดคนร่วมวัยเดียวกันให้นิ่งงันติดตามตำนานครูเฟื้อไม่ขาดตอน
เขาเล่าชีวิตครูเฟื้อตั้งแต่ก่อนครูเฟื้อจะเกิด ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา จนแม่จากลาไปด้วยวัยเพียง 7 ขวบ เหลือสองคนกับยาย ยายบอกหลานให้เรียนสูงๆยายจะส่งเสียเอง ยายที่จอดเรืออยู่ที่ปากคลองแล้วภายหลังจึงเป็นห้องเช่า ครูเฟื้อเรียนเพาะช่าง สอบได้วิชาครูเป็นที่ 1 แต่สอบตกในวิชาศิลปะเพราะเถียงครู ครูเฟื้อมาเรียนที่ศิลปากรกับครูฝรั่ง ศิลป์ พีระศรี ครูฝรั่งอิตาลีพูดไทยไม่ได้ ต้องมีล่ามแปล ล่ามแปลเป็นสาวไทยแต่เกิดและโตในฝรั่งเศส ภาษาไทยอังกฤษฝรั่งเศสคล่องปรื๋อ อาจารย์ฝรั่งสอนอย่างไร ธอถ่ายทอดออกมาได้อย่างรวดเร็วไม่ติดขัดอย่างนั้น
เฟื้อลูกศิษย์หนุ่มของอาจารย์ฝรั่งไม่ได้ศรัทธาเนื้อหาอาจารย์เพียงอย่างเดียวเสียแล้ว ความงามความสามารถของสาวน้อยผู้เป็นล่ามแปลก็อัศจรรย์ใจ นานวันไม่ใช่ล่ามภาษาหากแต่ล่ามหัวใจหนุ่มเฟื้อไว้แล้วก็งอกงามเป็นความรัก จนครูเฟื้อบอกว่าวันได้ไม่เห็นหน้าจะเป็นจะตาย แล้วตำนานที่สาวน้อยเอาผ้าโรยตัวจากหน้าต่างบ้านเพื่อมาพบคนรักก็เป็นเรื่องจริง แต่ด้วยความสูงทำให้เธอเจ็บต้องรักษาตัวที่ศิริราชพยาบาล
แล้วเทพศิริก็ร่ายมนต์ให้ติดตามยิ่งกว่านิยายของครูเฟื้อทั้งเรื่องงานและชีวิต อย่างไม่รู้เหน็ดเหนื่อย หนังสือที่เป็นตำนานชีวิตครูเฟื้อเขียนไว้เป็นพันหน้า จะกลั่นและกรองออกมาให้เหลือ 150หน้า จะออกมาในไม่ช้า ยังไม่ได้ตั้งชื่อแต่มันเป็นตำนาน...เป็นตำนาน
จบคำเล่าขานตำนานครูเฟื้อจากเทพศิริ สุขโสภา งานวันศิลป์ พีระศรีก็จากลา คงคุณความดีให้ได้นึกถึงอาจารย์ฝรั่งต่อไป ยังมีงานที่หอศิลป์ท้องพระโรงแห่งนี้ชื่อปีติจากศิลปินศิษย์เก่าแสดงอยู่ งานศิลปะทุกคณะจะปิดฉากการแสดงในวันที่ 10 ตุลาคม ยังไปชื่นชมงานศิลป์ฝากฝีมือบูชาครูได้อีกนาน
งานจบลงแต่คุณความดีของอาจารย์ฝรั่งไม่มีวันจบและจืดจาง ตราบใดที่ศิลปกรรมยังมีการสร้างสรรค์อยู่ในประเทศนี้ ร่วมรำลึกถึงคำครูฝรั่งอีกครั้ง 'ชีวิตสั้น ศิลปะยืนยาว' สัจธรรมนิรันดร
โดย: สมปอง ดวงไสว
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 17 กันยายน 2553
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by