ดาวดวงนี้ไม่มีแสงสว่างมาตั้งแต่เริ่มมีประวัติศาสตร์ทุกคนอยู่กันมาอย่างสงบสุขโดยมองเห็นแต่ตาคนอื่นแล้วจะให้มาเปิดเผยตัวในแสงสว่างเอาตอนนี้ก็เหมือนการเปิดใจให้คนอื่นเห็นมันเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ถาเป็นแบบนั้นคนส่วนใหญ่คงฆ่าตัวตายเราจึงต้องป้องกันการมีแสงสว่าง
Galaxy Express 999
Galaxy Express 999 เป็นนิยายภาพ (manga) ของญี่ปุ่นที่วาดโดยเลจิ มัทซึโมโต ได้รับรางวัล Shokakukan Manga Award ในปี พ.ศ. 2521 ในสาขานิยายภาพชนิด Seinen ซึ่งหมายถึงนิยายที่เหมาะ สำหรับผู้อ่านที่เป็นชายวัย 18-30 ปี
เนื้อเรื่องดูเหมือนจะได้รับอิทธิพลแนวคิดหลักๆ จากนิทานเรื่อง “เจ้าชายน้อย” ของอังตวน แซงเต็กซูเปรี นักเขียนฝรั่งเศส ที่แต่งไว้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2486
Galaxy Express 999 พูดถึงเหตุการณ์ในอนาคตที่เทคโนโลยีชั้นสูงได้แพร่กระจายไปทั่วเอกภพ และการเดินทางข้ามไปมาระหว่างดวงดาวต่างๆ เป็นเรื่องปกติ เล่าถึงตัวละครเอกชื่อเท็ตสึโร โฮชิโนะ ซึ่งเป็นเด็กผู้ชายอายุ 12 ขวบ อ้วนเตี้ยและหน้าตาน่าเกลียด ที่ต้องการเดินทางไปกับรถด่วนอวกาศสาย 999 ที่มีจุดหมายปลายทางที่ Andromeda Galaxy เพราะที่นั่นมีดาวที่แจกร่างกายเครื่องจักรให้กับทุกคนฟรีๆ เท็ตสึโรต้องการร่างจักรกลเพราะคำสั่งเสียของแม่
แม่ของเท็ตสึโรเสียชีวิตตั้งแต่บทแรกสุดในนิยาย เธอโดนท่านเค้านท์จักรกล (ซึ่งทั้งร่างเป็นเครื่องจักร - แต่มีสมองและหัวใจเป็นคน) จับไปฆ่าและสตัฟฟ์ไว้บนฝาผนังห้องเพื่อชื่นชมความสวยงามของเรือนร่างมนุษย์ โลกที่โหดร้ายในอนาคตนั้น มนุษย์ที่แท้จริงกลับถูกเหยียดหยามเหมือนสัตว์ป่าที่ไร้อารยธรรม ที่มีค่าเพียงเครื่อง ประดับปราสาทท่านเค้านท์เท่านั้นเอง
โลกที่เท็ตสึโรอยู่มนุษย์ที่มีร่างกายจักรกลกำลังเพิ่มจำนวนมากขึ้นทุกที และผู้ที่ไม่มีปัญญาหาร่างกายจักรกลได้ก็กลายสถานะเป็นเพียงชนชั้นล่างที่เข้าไม่ถึงเทคโน โลยี ด้วยเหตุนี้แม่ของเท็ตสึโร จึงต้องการให้ลูกชายตนเองผ่าตัดเปลี่ยนร่างกายเป็นจักรกลไปกับเขาด้วย
plot ที่ว่าด้วยการปะทะกันระหว่างความรู้ (เทคโนโลยี) และธรรมชาติเดิมแท้ของมนุษย์แบบนี้พบมาก ในนิยายภาพญี่ปุ่น นักวาดที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งคือโอซามุ เท็ทซึกะ (เจ้าของเรื่องเจ้าหนูอะตอม) ก็เคยเสนอ ประเด็นนี้ไว้ในนิยายภาพเรื่อง Metropolis ในปี พ.ศ. 2492
ประเด็นการปะทะทางอารยธรรมแบบนี้ยังได้รับการนำเสนอและลงลึกไปเรื่อยๆ ในนิยายภาพ และภาพยนตร์ anime ของญี่ปุ่น ตั้งแต่งานของสตูดิโอจิบลิ เช่นเรื่องเนาซิกา และเรื่องเจ้าหญิงโมโนโนเกะ และพัฒนาพล็อตอย่างซับซ้อนมากที่สุดในภาพยนตร์ anime ของมาโมรุ โอชิอิเรื่อง Ghost in the Shell (พ.ศ. 2538) ที่เป็นต้นแบบให้พี่น้องวอชอว์สกี้ เอาไปสร้างเป็นหนังเรื่อง Matrix ที่โด่งดังในปี พ.ศ. 2542 นั่นเอง (เพียงแต่ Matrix นั้นดูจะพยายามทำตัวเป็นหนังปรัชญามากไปหน่อย และผนวกเข้ากับความเป็น “ฮอลลีวู้ด” ที่มักจะขายความตื่นเต้น เป็นเหตุให้หนังละเลยมิติที่สำคัญของ Ghost in the Shell ที่พูดถึงจิตวิญ ญาณของ มนุษย์ไปอย่างน่าเสียดาย)
เนื้อเรื่องต่อมา เท็ตสึโรโชคดีได้พบหญิงสาวลึกลับคนหนึ่งที่ชื่อเมเทล หญิงสาวคนนี้หาตั๋วขึ้นรถด่วน อวกาศที่แสนแพงมาให้เขาได้ฟรีๆ และออกเดินทางไปกับเท็ตสึโร
เท็ตสึโรและเมเทลท่องอวกาศไปด้วยรถด่วนอวกาศ 999 (ที่มีรูปร่างไม่ผิดไปจากรถจักรไอน้ำในคริสต์ ศตวรรษที่ 19 - จินตนาการยอกย้อนนี้สื่อถึงการท่องไปของจิตใจ เป็นจิตใจของมวลมนุษยชาติที่เก่าแก่และส่ง ผ่านมาหลายต่อหลายชั่วคน) ระหว่างทางมีการจอดแวะพักตามสถานีที่อยู่บนดาวต่างๆ และดาวแต่ละดวงก็มี เรื่องราวของตัวเอง
ผู้คนบนดาวแต่ละดวงมีบุคลิกและรูปร่างต่างๆ กันออกไป เลจิ มัทซึโมโต ผู้เขียน ใช้จินตนาการตรงนี้ประชดประชันสังคม เสียดสีการเมืองการปกครอง กระทั่งเย้ยหยันจิตใจมนุษย์ด้วยกันได้อย่างลึกซึ้ง
มีอยู่ตอนหนึ่งที่ผมชอบมาก คือตอนที่รถด่วนจอดพักที่ดาวยามิยามิซึ่งเป็นดาวที่มืดสนิท และแสงทุกแสงจะถูกดูดกลืนไปหมดจนไม่สามารถมองเห็นอะไรได้โดยสิ้นเชิงบนดาวดวงนี้
แต่มีหญิงสาวอยู่คนหนึ่งชื่อว่าเลลัน ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์และกำลังพยายามประดิษฐ์ดวงอาทิตย์เทียมเพื่อจะยิงขึ้นไปบนท้องฟ้า ซึ่งจะสามารถกำจัดการดูดกลืนแสงต่างๆ และทำให้ดาวดวงนี้เป็นดาวที่สว่างไสวเหมือนดาวดวงอื่นๆ ได้
แต่การกระทำของเธอกลับถูกขัดขวางโดยแม่ของเธอและน้องสาวที่ชื่อว่ามิล แม่ของเลลันบอกกับ เท็ตสึโรว่าเธอไม่สามารถยอมให้เลลันยิงดวงอาทิตย์เทียมขึ้นไปได้ โดยให้เหตุผลว่า
“ลองคิดดูสิ ดาวดวงนี้ไม่มีแสงสว่างมาตั้งแต่เริ่มมีประวัติศาสตร์ ทุกคนอยู่กันมาอย่างสงบสุขโดย มองเห็นแต่ตาคนอื่น แล้วจะให้มาเปิดเผยตัวในแสงสว่างเอาตอนนี้ ก็เหมือนการเปิดใจให้คนอื่นเห็น มัน เป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้ ถ้าเป็นแบบนั้นคนส่วนใหญ่คงฆ่าตัวตาย... เราจึงต้องป้องกันการมีแสงสว่าง” (Galaxy Express 999 เล่ม 3, สำนักพิมพ์วิบูลย์กิจ)
แต่สุดท้ายเลลันก็ยิงดวงอาทิตย์เทียมขึ้นไปจนได้ แต่เมื่อเธอได้พบกับน้องสาวของเธอๆ กลับกรีดร้อง และไม่สามารถมองหน้าน้องสาวของตัวเองได้ เลลันบอกว่าตัวเธอรู้มานานแล้วว่าตัวเองหน้าตาน่าเกลียด (เธอประดิษฐ์ไฟดวงเล็กๆ และส่องกระจกดูหน้าของตัวเองมานานแล้ว) แต่เธอกลับไม่คิดว่าคนอื่นๆ ก็จะมีหน้าตาที่น่าเกลียดเหมือนเธอด้วย
แต่ภาพสองสาวในนิยายนั้นเป็นหญิงสาวที่สดสวย สูงโปร่ง ผมยาวสลวย และนี่เป็นสิ่งที่ทำให้เท็ต สึโรไม่เข้าใจว่าสองสาวนี้บ่นว่าตัวเองน่าเกลียดทำไม ในเมื่อเขาเองเห็นว่าหญิงสาวสองคนนี้สวยมากๆ
เมเทลอธิบายกับเขาว่ามาตรฐานความงามของคนในแต่ละดวงดาวนั้นต่างกัน คนสวยของโลกเป็นปีศาจของที่นี่ ขณะที่คนขี้เหร่อย่างเท็ตสึโรก็กลับเป็นว่าหล่อเหลาที่สุดบนดาวดวงนี้
วันรุ่งขึ้นเท็ตสึโรพบว่าในหนังสือพิมพ์มีรายงานข่าวว่าคนบนดาวยามิยามิฆ่าตัวตายกันจริงๆ เป็นจำนวนมากถึง 99.9 % และสาเหตุก็คือไม่สามารถทำใจให้ยอมรับความน่าเกลียดของร่างกายตนเองได้
คิดไปคิดมาก็ไม่พ้นเรื่องเมืองไทยกับ พ.ร.ก. ฉุกเฉินที่ปิดหูปิดตาประชาชน บางทีถ้าใครสัก คนจะคิดประดิษฐ์ดวงอาทิตย์เทียมที่สามารถส่องสว่างไปถึงก้นบึ้งของหัวใจเราทุกคนได้ ถึงตอนนั้น เราอาจจะฆ่าตัวตายกันหมดประเทศด้วยละอายใจในความเย็นชาที่เรามีต่อกรณี 19 พฤษภา ที่มีคน ตายไปกว่าเก้าสิบคน แล้วยังยินยอมให้รัฐบาลที่เป็นส่วนหนึ่งของฆาตกรรมครั้งนี้อยู่ในอำนาจได้โดย เฉยเมยอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
โดย: อติภพ ภัทรเดชไพศาล
ที่มา: สยามรัฐ 18 กันยายน 2553
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by