เพราะกระแสโลกกรีนที่ยังคงเป็นที่พูดถึงอย่างต่อเนื่อง ทุกวันนี้ เราจึงเห็นแคมเปญต่างๆ หันมาสร้างสำนึกให้สังคมเห็นคุณค่าของ"สีเขียว"กันมากขึ้
สถิติ : มีข้อสันนิษฐานได้ว่ากราฟฟิตี ถือกำเนิดขึ้นบนโลกมานานแล้ว พร้อมกับอารยธรรมโบราณต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอักษรฮีโรกลิฟฟิก ภาพเขียนสีตามผนังถ้ำ ก็อาจถือว่าเป็นกราฟฟิตีได้เช่นกัน
ที่มา : วิกิพีเดีย
นอกจากการรณรงค์ให้ผู้คนในสังคมได้รับรู้แล้ว การปลูกฝังสำนึกรักษ์โลกให้กับเด็กรุ่นใหม่ก็ถือเป็นอีกเรื่องที่หลายฝ่ายพยายามสร้าง และเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มนี้อยู่เสมอ
ด้วยลักษณะของวัยรุ่นที่เปลี่ยนไปในปัจจุบัน ที่นักการตลาดนิยามว่า ยูเบอร์ (Uber) ทีนเนเจอร์กลุ่มใหม่ที่โตขึ้นมากับเทคโนโลยี และอินเทอร์เน็ต โดยโลกของพวกเขาจะถูกโถมกระหน่ำด้วยข้อมูลข่าวสารที่จะช่วยในการตัดสินใจ และมีส่วนเป็นอิทธิพลต่อการเป็นตัวตนของตนเอง
การเชื่อมต่อกลุ่มคนเหล่านี้กับแบรนด์จึงมักปรากฏออกมาในรูปแบบโซเชียลมาร์เก็ตติ้งให้เห็น อย่างกิจกรรม Begreen Betrend 3 (บีกรีน บีเทรนด์ 3) ที่จัดขึ้นภายใต้คอนเซปต์ Greeneration (กรีนเนอเรชั่น) กรีน คอมมูนิตี้ของคนรุ่นใหม่ที่สนใจทำสิ่งดีๆ เพื่อสิ่งแวดล้อมด้วยการส่งต่อไอเดียการเพิ่มพื้นที่สีเขียวกับกิจกรรมปลูกต้นไม้บนโลกออนไลน์ สร้างแรงบันดาลใจจากกิจกรรม D.I.Y. (Do it Yourself) และแชร์ประสบการณ์ศิลปะรักษ์โลกแบบ "อีโคกราฟฟิตี" (Eco-Graffiti)
ชำนาญ เมธปรีชากุล ผู้อำนวยการใหญ่อาวุโส การตลาด บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป แม่งานครั้งนี้ว่า เป็นกิจกรรมต่อเนื่องที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 โดยเป็นกิจกรรม CSR ของ Betrend ที่เกิดขึ้นเนื่องจากต้องการดึงให้กลุ่มวัยรุ่นซึ่งเป็นลูกค้าของ Betrend ได้มีโอกาสแสดงออกถึงสำนึกในสิ่งแวดล้อม
"จากข้อมูลเราได้ทราบว่าคนรุ่นใหม่นั้นใส่ใจกับสิ่งแวดล้อมมาก แต่โอกาสในการแสดงออกมีน้อย ดังนั้น เราจึงต้องการสร้างพื้นที่ให้วัยรุ่นได้มีส่วนร่วมง่ายๆ ผ่านเทคโนโลยีที่วัยรุ่นคุ้นเคย ซึ่งก็คือ โซเชียล เน็ตเวิร์ค เข้ามาช่วยในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย"
สรัญญา สิทธิธีรรัตน์ ผู้จัดการส่วนการตลาด บีเทรนด์ เดอะมอลล์ กรุ๊ป อธิบายถึงการเลือกเอาเครือข่ายออนไลน์มาใช้นั้น เพราะเป็นการสื่อสารที่คุยภาษาเดียวกันกับวัยรุ่น
"กิจกรรมซีเอสอาร์ของเราในปีนี้หันมาใช้เครือข่ายออนไลน์ เพราะเราอยากเข้ากับกลุ่มวัยรุ่น รวมทั้งพูดการช่วยโลกให้เป็นเรื่องง่าย และเข้ากับกลุ่มวัยรุ่นที่เราพูดเป็นภาษาเดียวกับเขา โซเชียลเน็ตเวิร์ค ไม่ว่าจะเป็นเฟซบุ๊ค อีเมลต่างๆ ซึ่งตอนนี้เป็นสิ่งที่วัยรุ่นสนใจ และเป็นเครือข่ายสังคมออนไลน์ ที่พอใส่เข้าไปแล้วเราสามารถบอกต่อได้เป็นร้อยเป็นพันคน โดยเราใช้เฟซบุ๊คของบีเทรนด์เป็นศูนย์กลาง และสร้างไมโครไซต์ขึ้นมาสำหรับเป็นพื้นที่ปลูกต้นไม้ คล้ายๆ ฟาร์มวิลล์ เพียงแต่ต้นไม้ที่สมาชิกเข้ามาลงทะเบียนปลูกขึ้น จะเป็นต้นไม้จริงที่เราจะมอบให้งาน และจัดกิจกรรมเวิร์คชอปกระถางต้นไม้ให้แก่ผู้ที่มารับต้นไม้ เพื่อเป็นการต่อยอดให้นำต้นไม้กลับไปดูแล และนำมาแชร์ในเฟซบุ๊คด้วย"
สำหรับศิลปินที่มาร่วมทำเวิร์คชอป และสาธิตการทำอีโคกราฟฟิตีอย่าง เต้าหู้- ณฤต เลิศอุตสาหกูล นักเขียนงาน D.I.Y. จากนิตยสารรูม และ หทัยรัตน์ เจริญชัยชนะ หรือ โอ๋ ฟูตอง อธิบายถึงความหมายของอีโคกราฟฟิตีก็คือ การนำเอาศิลปะมารวมเข้ากับสิ่งแวดล้อม ซึ่งสามารถทำให้เกิดแรงบันดาลใจใหม่ๆ หรือทัศนคติดีๆ ต่อสิ่งแวดล้อมต่อไปได้
"กราฟฟิตี เป็นศิลปะที่ตามสาธารณะ ทำให้พื้นที่กลายเป็นความสวยงามอย่างหนึ่ง ทำให้ดูสดใสขึ้น ไม่ใช่แค่ไปพ่นเขียนชื่อสถาบัน การที่เขารวมตัวกันไปปลูกต้นไม้ หรือไปทำสภาพแวดล้อมต่างๆ ให้ดูดี
การทำกราฟฟิตีก็เหมือนกัน ถ้าเรารวมเอางานศิลปะเข้าไปในสิ่งแวดล้อมมันก็จะกลายเป็นงานอาร์ตชิ้นหนึ่งที่สร้างเรื่องราวโดยผ่านธรรมชาติ สีเขียวมันก็ช่วยให้โลกดีขึ้น สร้างแรงบันดาลใจให้คนอยากจะไปทำอะไรต่อ หรือทำให้เกิดเทรนด์ใหม่ๆ ขึ้นมาก็ได้" เต้าหู้บอก
ในแง่ของความรับรู้ของกลุ่มวัยรุ่นสำหรับนักการตลาดนั้น สรัญญา มองว่า เทรนด์ หรือดีไซน์เป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของคนกลุ่มนี้อยู่แล้ว การใช้เครื่องมือเหล่านี้เป็นช่องทางในการสื่อสารจะสามารถทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าใจสิ่งที่ทางแบรนด์ต้องการจะบอกได้ดียิ่งขึ้น
"วัยรุ่นในเรื่องของดีไซน์ หรือเทรนด์ต่างๆ เป็นส่วนที่ดึงเขาเข้ามาหาตัวงานได้ง่ายขึ้น แล้วให้เขารู้สึกสนุกไปกับมันด้วย และเป็นการสร้างแรงบันดาลใจต่อไปได้อีกด้วย ทำให้เรื่องสิ่งแวดล้อมกับวัยรุ่นในเรื่องที่เข้ากันได้ง่าย และจับต้องได้
ที่สำคัญ วันนี้ มีวัยรุ่นใส่ใจสิ่งแวดล้อมเยอะ เพียงแต่โอกาสในการแสดงออก หรือรวมกลุ่มค่อนข้างน้อย แต่ถ้ามองอย่างเรื่อง เค-ป็อป เจ-ป็อป การจับกลุ่มของเขาจะแข็งแรงมาก เราก็หวังว่ามันจะสามารถทำได้ขนาดนั้น" เธอเล่าถึงจุดหมายปลายทาง
หลังจากนี้ จะเป็นการเปิดโอกาสให้สมาชิกแต่ละคนได้นำต้นไม้ที่ตัวเองได้รับไปตกแต่งตามสไตล์ความชอบ ขึ้นมาโพสต์ในเฟซบุ๊คของบีเทรนด์ (www.facebook.com/betrend) โดยจะมีการโหวตเพื่อหาต้นไม้ที่น่ารักที่สุด ซึ่งก็ถือเป็นอีโคกราฟฟิตีอีกรูปแบบหนึ่งที่ทางบีเทรนด์เองคาดหวังให้เกิดขึ้น
"อีโคกราฟฟิตีของเราเปลี่ยนจากสีสเปรย์เป็นต้นไม้ เหมือนกับงานจัดสวน หรือภูมิสถาปัตย์ แต่เราเน้นที่เรื่องของดีไซน์ที่มากขึ้น ซึ่งศิลปะกับสิ่งแวดล้อมผมว่าเหมือนกัน คือ ต่างก็มีอยู่ แต่ถูกลืม การที่เราได้นำเอาศิลปะกับสิ่งแวดล้อมมารวมกันในครั้งนี้ก็อาจจะเกิดเป็นเทรนด์ใหม่ที่เราจะได้เห็นคนทำงานศิลปะได้มาทำงานศิลปะเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และจะกลายเป็นเรื่องที่จับต้องได้ง่ายและสามารถประยุกต์เข้ากับชีวิตประจำวันได้เช่นกัน" เต้าหู้เสริม
การเข้าถึงกลุ่มวัยรุ่นทุกวันนี้ จึงไม่ได้อยู่แค่ตัวเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังต้องคำนึงถึงความเก๋ไก๋ของกิจกรรม และความสร้างสรรค์ (โดยเฉพาะการรักษ์โลก) เป็นประเด็นสำคัญอีกด้วย
โดย : ชัยณรงค์ กิตินารถอินทราณี
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 01 กันยายน 2553
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by