ถึงวันนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก 'วัดขนอนหนังใหญ่' แห่งตำบลสร้อยฟ้า อำเภอโพธาราม ราชบุรี วัดขนอนได้ชื่อว่าเป็นวัดอนุรักษ์หนังใหญ่ให้ฟื้นกลับมามีชีวิตชีวาโลดแล่นหน้าจออีกครั้งอย่างสมบูรณ์
“คนสวยโพธาราม คนงามบ้านโป่ง เมืองโอ่งมังกร วัดขนอนหนังใหญ่ ตื่นใจถ้ำงาม ตลาดน้ำดำเนิน เพลินค้างค้าวร้อยล้าน ย่านยี่สกปลาดี” คือคำขวัญของจังหวัดราชบุรี ถึงวันนี้ไม่มีใครไม่รู้จัก 'วัดขนอนหนังใหญ่' แห่งตำบลสร้อยฟ้า อำเภอโพธาราม ราชบุรี วัดขนอนได้ชื่อว่าเป็นวัดอนุรักษ์หนังใหญ่ให้ฟื้นกลับมามีชีวิตชีวาโลดแล่นหน้าจออีกครั้งอย่างสมบูรณ์ และโด่งดังจนกระทั่งปีพ.ศ. 2550 ได้รับรางวัลจากยูเนสโก อะไรทำให้วัดขนอนฟื้นชีวิตชีวาขึ้นมาโลดแล่นไปถึงระดับโลกเช่นนี้ได้
หนังใหญ่เป็นการเล่นที่มีมาแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยา ส่วนในสมัยรัตนโกสินทร์ปรากฏหลักฐานตั้งแต่ต้นกรุงคือในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก ที่พระองค์ทรงพระราชนิพนธ์บทละครเรื่องอิเหนาเพื่อใช้ในการแสดงเพิ่มขึ้นจากรามเกียรติ์ ในสมัยรัชกาลที่สองมีการสร้างตัวหนังใหญ่ชุดสำคัญคือ 'ชุดพระนครไหว' แต่ภายหลังไฟไหม้แทบสูญ
'หนังใหญ่วัดขนอน' เป็นหนังที่สร้างในสมัยรัชกาลที่ 5 เกิดด้วยแรงศรัทธาชื่นชอบในการเล่นหนังใหญ่ของ 'พระครูศรัทธาสุนทร' หรือ 'หลวงปู่กล่อม' หลวงปู่ได้ชวน 'ช่างจาด' 'ช่างจ๊ะ' 'ช่างพวง' มาช่วยกันแกะสลักตัวหนัง หนังชุดแรกที่ทำคือ 'ชุดหนุมานถวายแหวน' และสร้างเพิ่มขึ้นอีกรวมเป็น 9 ชุด ถึงวันนี้มีตัวหนังชุดเดิมอยู่ 313 ตัว และตัวหนังที่บรมครูแกะสลักขึ้นต้นฉบับของแท้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์หนังใหญ่วัดขนอน ส่วนที่นำมาแสดงเป็นตัวหนังใหม่ แกะสลักโดยศิลปินสกุลช่างมหาวิทยาลัยศิลปากรอันมีอาจารย์สน สีมาตรังเป็นผู้อำนวยการจัดทำตามแนวพระราชดำริในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งอนุรักษ์ลวดลายสีสันตามแบบหนังเก่าของวัดทุกประการ เพื่อที่จะได้ตัวหนังใหม่มาใช้แทนที่ตัวหนังเก่าที่นับวันจะผุพังทรุดโทรมไปตามกาลเวลา
กว่าจะเป็นหนังใหญ่ที่โลดแล่นขึ้นเวทีหน้าจอได้ ต้องมีโรงหนัง จอหนัง แสง ดนตรี ปี่พาทย์ คนพากย์ บทพากย์ คนเชิด ล้วนใช้พละกำลังมหาศาลในการรวบรวมและสร้างสรรค์ ดีแต่ว่าท่าน พระครูพิทักษ์ศิลปาคม ท่านเจ้าอาวาสวัดขนอน ท่านเคยเล่นหนังใหญ่มาก่อน ทุกบทตอนจึงอยู่ในความทรงจำและเป็นกำลังหลักในการรื้อฟื้นชีวิตชีวาหนังใหญ่ให้คืนกลับมาได้
พระครูพิทักษ์ศิลปาคม เล่าว่า เมื่อตอนเป็นเด็กได้เรียนการแสดงหนังใหญ่จาก 'ครูจาง' ตอนนั้นเราเป็นนักเรียนหนังใหญ่มันจบไปแล้ว แต่ว่าในวงการศึกษาเขามีการนำของดีท้องถิ่นไปแสดงกัน โรงเรียนวัดขนอนก็นำหนังใหญ่ไปแสดง จึงพอมีร่องรอยได้สืบทอดต่อกันมา หนังใหญ่วัดขนอนเป็นหนังสกุลช่างพื้นบ้าน ทั้งศิลปกรรมและการแสดง ปัจจุบันเล่นเรื่องรามเกียรติ์ตอนหนุมานถวายแหวนอันเป็นเรื่องครูชุดแรกสร้าง แต่เวลาแสดงทีไรแสดงไปไม่ทันถึงหนุมานถวายแหวนสักที เป็นถึงตอนจับยักษ์ปักหลั่นเท่านั้น
ก่อนการแสดงมีการไหว้ครูก่อนและด้านนอกมีการโหมโรง การโหมโรงเรียกคนดูให้รู้วันนี้มีการแสดงและเป็นการอุ่นเครื่องของนักดนตรีนักแสดงไปในตัว ไหว้ครูเสร็จถึงเวลาแสดง พระครูพิทักษ์ศิลปาคม ได้ออกมาด้านหน้าเวทีบรรยายแนะนำความเป็นมาของหนังใหญ่วัดขนอนเป็นการให้การศึกษาและสาธิตการหัดหนังใหญ่ว่าทำกันอย่างไร สาธิตท่ายืน แบะเหลี่ยม ท่าเต้น ท่าเชิดซ้ายขวา ท่าลอยให้ผู้ชมได้เข้าใจ จากนั้นจึงเป็นการแสดง
ถามหลวงพ่อว่าหลวงพ่อต้องอธิบายเองทุกรอบเลยหรือ ท่านตอบว่าถ้าไม่ติดศาสนกิจที่ไหนจะมาอธิบายเองทุกรอบ คนที่ช่วยก็มีแต่อยากทำหน้าที่ตรงนี้ให้คนที่มาชมได้เข้าใจ วัดขนอนเป็นศูนย์การเรียนรู้หนังใหญ่จึงต้องให้การศึกษาอย่างดีและเต็มที่ นอกจากหนังใหญ่หลวงพ่อยังคิดงานเพื่อการอนุรักษ์สารพัด เช่น โครงการวัฒนธรรมสี่ภาค ที่หลวงพ่อคิดจะจัดมหกรรมรามเกียรติ์ รามายณะ อะไรที่ใช้เรื่องรามเกียรติ์แสดงจะนำมาแสดงรวมกันที่วัดขนอนให้ได้ดูเป็นเทศกาล และวันหนึ่งข้างหน้าจะเชิญต่างชาติที่มีการเล่นเล่นรามายณะมาแสดงรวมกันสักที
ดูท่านมีความสุขกับงานด้านศิลปวัฒนธรรมอย่างมาก นับว่าเป็นพระสงฆ์รูปหนึ่งในสังคมไทยที่มีบทบาทด้านอนุรักษ์ศิลปกรรมที่สำคัญ ด้วยงานที่มีคุณค่ามหาศาลต่อมรดกชาติเช่นนี้จึงถามไปว่ามีโอกาสเป็นเจ้าคุณกับเขาไหมนี่ ท่านหัวเราะอย่าไปคิด นั่นทำงานด้านการศาสนาการปกครอง เราทำงานเอามัน ได้แต่คิดเผื่อว่าแล้วสังคมนี้จะมีสิ่งใดเป็นกำลังใจให้คนทำงานอนุรักษ์เช่นพระคุณเจ้าได้มีแรงในการอนุรักษ์บ้าง หากคิดว่าไม่ใช่กิจของสงฆ์ก็จบกัน แต่เป็นเพราะพระทำไว้เราแต่อดีต จึงได้เห็นงานจิตรกรรมฝาผนัง เห็นหนังใหญ่เช่นนี้คิดดูดีดี
คุยกับเด็กๆ ที่เชิดหนัง รุ่งโรจน์ คันธะพรหม เชิดตัวองคต ยังเป็นนักเรียนอยู่ชั้นม.1 จึงเป็นความหวังเป็นกำลังสำคัญสืบทอดหนังใหญ่โรงนี้ไว้ อุทิศตนลาจากบ้านที่เขาช่องพรานมาเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อวัดขนอนกินนอนอยู่วัดเรียนรู้ฝึกหัดหนังใหญ่และเรียนที่โรงเรียนวัดขนอนครบวงจร หลวงพ่ออุปการะ พ่อก็เต็มใจให้มาเรียนรู้ไม่ต้องไปกลับอยู่บ้านให้เสียเวลา
รุ่งโรจน์บอกว่าเรียนมา 3 ปีแล้วเชิดเป็นองคต ฝึกเหมือนที่อาจารย์สาธิต รุ่งโรจน์เรียกหลวงพ่อว่าอาจารย์ อาจารย์สอนเอง ตั้งแต่ยืนแบะเหลี่ยม เดิน เต้นเสา เชิด ท่าลอยทั้งหลาย อาจารย์สอนให้กับครูพระอีกองค์หนึ่ง ถามว่าแล้วคนที่มาเรียนแล้วอยู่วัดมีกี่คน รุ่งโรจน์ บอกว่ามีสี่คน คือ สราวุธ ราเชนทร์ รัฐพล และตัวรุ่งโรจน์เอง นอกจากเป็นลูกศิษย์ช่วยงานพระแล้วก็ซ้อมกันตั้งแต่หกโมงถึงสองทุ่มทุกวัน แต่ที่จริงทั้งคณะหลวงพ่อท่านเจ้าอาวาสท่านอุปถัมภ์ดูแลกว่า 50 ชีวิต ทั้งนักดนตรี นักแสดง คนพากย์ และอื่นๆ อีก ต้องหารายได้มาจุนเจือเป็นเบี้ยเลี้ยงให้กับทุกๆชีวิตพออยู่กันได้แบบพอเพียง รายได้แต่ละคราวได้จากการบริจาค ถ้าจะหาแสดงเป็นที่วัดคิดเพียง 2,500 บาท หากไปนอกสถานที่ 3,500 บาท ไปไกลๆ ขอเพิ่มช่วยค่ารถค่าน้ำมันพอเป็นปัจจัยอนุรักษ์ศิลปะการแสดงหนังใหญ่ไว้ได้
ทางด้านดนตรีมี ครูสุเทพ นิ่มอนงค์ วัย 71 ปีเป็นหัวหน้าวง ครูยังตีกลองทัดได้อย่างกึกก้องกังวานทำเพลงให้กับโรงหนังใหญ่มาสิบสองปี ครูเรียนดนตรีไทยมาแต่เด็กๆช่วยอาจารย์สอนลูกศิษย์ที่นี่สืบมา ทิพย์วัลย์ มีพรบูชา เป็นลูกศิษย์รุ่นโตของครู เรียนระดับปวช.ที่เทคนิคโพธารามด้านคอมพิวเตอร์ กราฟฟิค ปกติตีระนาดเอก วันนี้มาตีตะโพนเป็นครั้งแรก เรียนระนาดเอกเพราะชอบและถนัด เห็นว่าดนตรีไทยสอนให้ขยันอดทนยึดเป็นอาชีพได้ เป็นความสามารถพิเศษไปเรียนต่อที่ไหนก็ได้ง่ายเพราะความสามารถพิเศษดนตรีไทยเช่นนี้
บทบาทพระครูพิทักษ์ศิลปาคม เจ้าอาวาสวัดขนอน นอกจากศาสนกิจจัดการบริหารวัดแล้ว ยังต้องรับผิดชอบดูแลทั้งชีวิตคนชีวิตหนังและบริหารจัดการรอบด้าน ด้วยพลังศรัทธาของพระครูพิทักษ์ศิลปาคมและความรักในหนังใหญ่ของทุกคนในชุมชนวัดขนอน จึงทำให้หนังใหญ่มีชีวิตโลดแล่นอยู่เพื่อให้การศึกษาคู่กับสังคมไทย วันนี้นับเป็นโอกาสดีที่ยังมีพลังเคลื่อนไหวมีชีวิต ดูเผินๆเหมือนธรรมดา แต่วันใดที่สิ้นเสียงปี่พาทย์ลาดตะโพนสิ้นโรงโขนโรงหนังวันนั้นจะไม่ธรรมดา วัดขนอนจะเป็นฉันใดหากถึงเพลานั้น ไม่เพียงแต่วัดจะเงียบเหงา หากแต่สังคมไทยจะเงียบงันซึมเศร้า เพราะมีของดีแต่ไม่อาจรักษาไว้ได้
ชีวิตลมหายใจวัดขนอนหนังใหญ่จะอยู่ดีอยู่ได้ อนาคตจะเป็นเช่นไร สังคมไทยต้องช่วยกันดูแล
โดย: สมปอง ดวงไสว
ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ 26 สิงหาคม 2553
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by