ชาวชุมชนบนถนนพระสุเมรุ ได้เพื่อนบ้านหน้าใหม่เป็นช่างภาพหลายร้อยคน ในนามกลุ่ม สห + ภาพ (Foto United) นำทีมโดย จิระนันท์ พิตรปรีชา กวีซีไรต์ นักเขียนและช่างภาพอิสระ,เกรียงไกร ไวยกิจ ช่างภาพอิสระ,ธีรภาพ โลหิตกุล นักเขียนและช่างภาพสารคดีอิสระ และเพ็ญพัฒน์ มรกตวิศิษฎ์ นักธุรกิจและช่างภาพอิสระ
โดยพวกเขาได้ร่วมแรงร่วมใจกัน แปลงตึกแถวห้องเล็กๆ ให้กลายเป็น ห้องศิลป์ สห + ภาพ (Foto United Galleria) ฐานประจำการที่จะเอื้อให้สมาชิกทุกคนได้แวะเวียนไปใช้บริการ พบปะ พูดคุย และแลกเปลี่ยน
อีกทั้งยังเปิดโอกาสให้คนภายนอกได้เข้าไปชมงานศิลปะภาพถ่าย พร้อมร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับการถ่ายภาพ ที่กำลังจะติดตามมาอีกหลายกิจกรรมในอนาคต
จุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดกลุ่ม สห+ภาพ ซึ่งหมายถึง ผู้รักการถ่ายภาพจำนวนมากมารวมตัวกันเพื่อสร้างสรรค์ผลงานและจัดกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่อสังคมและวงการถ่ายภาพ และมีนโยบายหลักคือ “คืนภาพถ่ายสู่สังคมและชุมชน” ในฐานะที่ภาพถ่ายเป็นหลักฐานในการบันทึกประวัติศาสตร์ชนิดหนึ่ง
หนึ่งในผู้ริเริ่มก่อตั้ง เกรียงไกร ไวยกิจ ศิษย์เก่าจากรั้ววิทยาลัยช่างศิลป์ที่ทิ้งพู่กันมาจับกล้องถ่ายภาพอย่างจริงจัง เมื่อเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา และเคยรับรางวัลด้านการถ่ายภาพในระดับนานาชาติมาหลายครั้ง ส่วนหนึ่งคือ รางวัลที่ 1 จากองค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติและรางวัลที่ 1 จากองค์การยูเนสโก ประเทศญี่ปุ่น บอกเล่าให้ฟังว่า
เริ่มมาจากการไปท่องเที่ยวที่ ตลาดร้อยปีสามชุก จ.สุพรรณบุรี ของสมาชิกส่วนหนึ่ง จนทำให้นิทรรศการภาพถ่ายชุด ตลาดยังไม่วาย (Ole markets never die) ที่รวบรวมภาพถ่ายตลาดจากทั่วประเทศและทั่วโลกจัดแสดงครั้งแรกที่นั่น
ตามติดมาด้วยนิทรรศการ โพท้องท่องภูเก็ต(One Day in My Beloved PHUKET) ณ พิพิธภัณฑ์ภูเก็ตไทยหัว,นิทรรศการ น่านนิรันดร์ : 100 ภาพฝันบันทึกแผ่นดิน (Eternally NAN : 100 Dream Photos) ณ เรือนหมอกฟ้า บริเวณข่วงเมืองน่าน,นิทรรศการ กระบี่บาดเลนส์ : 100 ภาพเด่นอันดามัน(Krabi Lenscape : Beauty and the Beach) ณ สวนสาธารณะเขาขนาบน้ำ จ.กระบี่ และในเร็วๆนี้นิทรรศการภาพถ่าย จากโครงการ “จิตอาสาคืนภาพถ่ายสู่ชุมชนโพธาราม” ของชาว สห+ ภาพ ก็กำลังจะมีเกิดขึ้นที่ จ.ราชบุรี อีกเช่นกัน
จากกิจกรรมก่อการดีที่เหล่าช่างภาพต้องสละทั้งกำลังกายและกำลังทรัพย์ลงพื้นที่ถ่ายภาพชุมชนมาจัดเป็นนิทรรศการให้คนในพื้นที่ได้ชื่นชมและมอบไฟล์ภาพจำนวนมากไว้ให้ชุมชนได้ใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ จึงไม่แปลกอะไรที่จะมีผู้สนับสนุนที่เห็นคุณค่าในกิจกรรมที่พวกเขาทำ บริจาคเงินเพื่อเป็นค่าเซ้งตึกเก่า และค่าตกแต่งรวม 2 ล้านกว่าบาท ให้ชาว สห + ภาพ ได้มีบ้านหลังเล็กแต่อบอุ่นด้วยมิตรไมตรี ไว้เป็นฐานที่มั่นในการทำกิจกรรม
ดังนั้นยามนี้หากแวะไปที่ห้องศิลป์ สห + ภาพ นอกจากผลงานภาพถ่ายระดับมาสเตอร์พีชของสมาชิก อาทิ พิสิฐ เสนานันท์กุล 1 ใน 3 พรีเซ็นเตอร์ของกล้องแคนนอน, ป้ายแสดงความยินดีที่สมาชิกบางส่วนไปได้รับรางวัลจากเวทีประกวดภาพถ่าย, ของที่ระลึกที่ช่างภาพนำมาวางจำหน่าย , กล้องถ่ายภาพตัวใหญ่ที่ ชำนิ ทิพย์มณี ผู้ก่อตั้งบริษัท ตาชำนิ จำกัด สตูดิโอถ่ายภาพชื่อดังของเมืองไทย บริจาคมาเพื่อเป็นของประดับตกแต่งสถานที่ ตลอดจนโต๊ะ เก้าอี้และข้าวของอื่นๆที่ช่างภาพจำเป็นต้องใช้
ที่ระเบียงด้านหลัง ชั้น 2 ยังมีหลักฐานเป็นภาพถ่ายขาวดำที่บอกให้รู้ว่า ก่อนที่บ้านของชาว สห + ภาพ จะสวยงามพร้อมเข้าอยู่ ก็เนื่องมาจากความร่วมแรงร่วมใจของสมาชิก ที่ต้องลงมือทาสี ฉาบปูน และออกไอเดียช่วยกัน
ช่วงระยะเวลาสั้นๆที่ ห้องศิลป์ทดลองเปิดใช้อย่างไม่เป็นทางการ เกรียงไกรกล่าวว่ามากไปกว่าเสียงตอบรับที่ดีจากหลายๆทาง สิ่งสำคัญคือ ชาวชุมชนละแวกนั้นรู้สึกมีความความสุขที่มีพวกเขาไปเป็นเพื่อนบ้าน
เพราะไม่เพียงชาว สห+ ภาพ จะมีส่วนช่วยปลุกให้ถนนพระสุเมรุ มีชีวิตชีวามากขึ้น การไปอยู่ของพวกเขาหาใช่เป็นการไปอยู่ในแบบที่นำความเปลี่ยนแปลงไปให้ ในทางกลับกันได้พยายามที่จะมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ชุมชนดั้งเดิมไว้ให้มากที่สุด
นอกจากการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ตัวอาคาร ร่วมรักษาความสะอาด และความปลอดภัย พวกเขาได้ตั้งใจไว้ว่า จะขอมีส่วนร่วมในการบอกเล่าประวัติศาสตร์ของชุมชนละแวกนั้น ซึ่งเป็นชุมชนวัดปรินายกให้ผู้คนภายนอกได้รู้จักมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราวของ “ขรัวยายโข่ง” หรือแม้แต่ “วังดารากร” ซึ่งเมื่ออดีตเคยเป็นแหล่งรวมตัวของผู้คนในสังคมชั้นสูง
“เราอยากจะให้ชุมชนที่อยู่บริเวณรอบๆทั้งที่เป็นคนดั้งเดิมและเป็นคนมาใหม่ รักพื้นที่ รักแผ่นดินของตัวเอง สิ่งนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นถ้าเขารักบ้าน รักท้องถิ่นของตัวเอง หลายๆอย่างก็จะตามมา ต่างคนต่างช่วยกันดูแล ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของความปลอดภัย เรื่องของการรักษาความสะอาด และการดำรงอยู่ของชุมชนซึ่งเคยเป็นมาก่อน”
สมาชิกอาวุโสของ สห + ภาพ ท่านนี้บอกด้วยว่า สิ่งที่พอใจสำหรับเขาในเวลานี้คือการได้เห็นสมาชิกมีความสุขอยู่กับการสร้างสรรค์งานศิลปะภาพถ่ายมากกว่าเม็ดเงินที่จะตามมา อีกทั้งความเสียสละที่มีให้ต่อสังคมร่วมกัน
“เรื่องเงินมันสำคัญนะฮะ แต่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุด ในปรัชญาของกลุ่ม เราหวังว่าศิลปะซึ่งเกิดขึ้นในรูปแบบของภาพถ่าย มันน่าจะช่วยจรรโลงสังคมหรือว่าช่วยพัฒนาจิตใจผู้คนได้บ้างในทางที่เราถนัด
เราไม่ต้องรอหรอกว่า เราจะประสบความสำเร็จในเชิงทรัพย์สิน แต่ถ้าเราแบ่งภาคของเรามำทำประโยชน์เพื่อชุมชนด้านใดด้านหนึ่งบ้าง มันเป็นเรื่องน่ายินดีมากกว่า”
ระหว่างนี้ - 30 สิงหาคม พ.ศ.2553 ชาว สห + ภาพ ราว 50 คน ได้นำผลงานภาพถ่ายที่สื่อถึงความเป็นกรุงเทพและเปลี่ยนมุมให้ช่างภาพได้มาเป็นดาราหน้ากล้องบ้าง จากไอเดียริเริ่มของพี่ใหญ่ของกลุ่ม จี๊ด -จิระนันท์ มาจัดแสดงให้ชมเป็นนิทรรศการแรกของห้องศิลป์ ผ่านนิทรรศการภาพถ่ายชุด บางกอกบอกด้วยภาพ(Bangkok Photo Tales)
เอกรินทร์ เอกอัจฉริยะวงศ์ หนึ่งในช่างภาพที่มีผลงานร่วมแสดง บอกเล่าว่า นิทรรศการนี้ทำเอาช่างภาพตั้งแต่รุ่น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะภาพถ่าย อย่าง วรนันท์ ชัชวาลทิพากร จนถึงรุ่นเล็ก ถึงกับเครียด เพราะหลายท่านไม่รู้จะนำเสนอมุมมองไหนให้ตัวเองดูดี และไม่ต้องเปิดเผยตัวเองมากเกินควร แต่ก็รู้สึกท้าทายที่ได้นำเสนอภาพบางมุมของกรุงเทพฯ ที่เคยชินสายตาให้มีความพิเศษและน่าสนใจขึ้นมาได้
“ปกติช่างภาพจะไม่ค่อยได้ถ่ายภาพตัวเองเท่าไหร่ แต่ครั้งนี้เราต้องถ่ายเพื่อนำเสนอถึงความเป็นตัวเราและกรุงเทพฯ ควบคู่กันไปด้วย ตัวอย่างภาพของผมภาพนี้ ถ่ายบนหลังคาบ้าน หลังจากตื่นนอน ตอนเช้า (หัวเราะ) เป็นภาพที่ได้เสนอทั้งสองอย่างคือทั้งตัวผมและความเป็นกรุงเทพฯ”
ช่างภาพหนุ่ม ชี้ให้ชมภาพถ่ายของช่างภาพท่านอื่นๆ ไล่มาจนถึงภาพถ่ายของตัวเขาเองที่ยอมเปิดเผยตัวตนให้ผู้ชมได้เห็นแบบเต็มตา โดยมีสถานที่สำคัญใกล้บ้านอย่าง โลหะปราสาทและภูเขาทอง เป็นฉากหลัง
........................
ห้องศิลป์ สห + ภาพ (Foto United Galleria) เปิดทำการระหว่าง เวลา 10.00 - 20.00 น. เลขที่ 519 ถนนพระสุเมรุ แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพฯ10200 สอบถาม โทร.0 - 2629 - 2841 หรือ http://www.fotounited.net/
โดย: ASTVผู้จัดการออนไลน์
ที่มา: ผู้จัดการออนไลน์ 4 สิงหาคม 2553
Tags:
© 2009-2026 PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.
Powered by