10 ความเสี่ยง "เฟซบุ๊ก" อาจทำร้ายชีวิตคุณ

 


สัปดาห์ก่อน "เฟซบุ๊ก" เพิ่งประกาศจำนวนผู้ใช้ทะลุ 500 ล้านคนทั่วโลก
ซึ่งถือเป็นหลักไมล์ที่มีความสำคัญสำหรับทั้งบริษัทและเว็บเครือข่ายสังคม
แต่ในขณะที่เฟซบุ๊กกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตใครหลายคน
แต่ก็มีอีกด้านของเหรียญที่หลายคนอาจมองข้าม





เว็บบล็อกของ "นิวส์วีก" ได้รวบรวม 10
ความเสี่ยงที่เฟซบุ๊กอาจทำร้ายชีวิตของเราเอาไว้
เพื่อให้พวกเราใช้เว็บเครือข่ายสังคมอย่างรู้เท่าทัน





1.คุณอาจได้อยู่ร่วมกับคนครอบครัวอีกครั้งหลังจากมีเหตุให้ต้องแยกกันไป
ซึ่งถือเป็นข่าวดี แต่ก็อาจไม่ใช่ทั้งหมด อย่างกรณีของ "พรินซ์ ซากาลา"
ที่ค้นพบลูกๆ ของเธอจากเฟซบุ๊ก โดยเธออ้างว่าอดีตสามีเป็นผู้ที่พาลูกๆ
หนีไปนานนับสิบปี แต่แม้ว่าแม่และลูกจะได้กลับมาเห็นหน้ากันอีกครั้ง
แต่ติดปัญหาตรงที่เด็กๆ เติบโตมาจากการดูแลของพ่อ
และไม่ต้องการที่จะอยู่ร่วมกับแม่ ขณะที่เรื่องราวของ "เอมี สวอร์ด"
น่าตกใจกว่า เมื่อเธอถูกพิพากษาจำคุก 9-30 ปี
ในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็กชายอายุ 15 ปี
ซึ่งเป็นลูกชายในไส้ที่เธอปฏิเสธจะเลี้ยงดู แต่กลับมารู้จักกันทางเฟซบุ๊ก





2.จำไว้ว่าเจ้าหนี้สามารถตามรอยคุณได้ผ่านเฟซบุ๊ก
โดยบรรดาเจ้าหนี้จะใช้เฟซบุ๊กเพื่อประเมินว่าคุณเป็นคนที่น่าจะปล่อยกู้ให้
หรือไม่ รวมทั้งใช้เฟซบุ๊กเป็นช่องทางที่จะติดตามความเคลื่อนไหวของลูกหนี้
และจับตาดูสินทรัพย์ที่อาจจะยึดมาชดใช้หนี้ที่คุณติดอยู่





3.บริษัทประกันอาจปฏิเสธการจ่ายชดเชย
ดังกรณีของผู้หญิงที่ได้รับค่าชดเชยความเครียดจากการทำงาน
แต่กลับไม่ได้รับเงินในส่วนนี้เพราะเธอโพสรูปที่กำลังยิ้มไว้บนเฟซบุ๊ก
บริษัทประกันจึงขอตัดสิทธิประโยชน์ส่วนนี้
โดยอ้างว่าภาพดังกล่าวแสดงว่าเธอพร้อมที่จะกลับมาทำงาน
ซึ่งเรื่องนี้อาจจุดชนวนให้ทนายความถกเถียงรเกี่ยวกับการจ่ายผลประโยชน์
ทุพพลภาพ จึงมีคำแนะนำไม่ให้เปิดเผยเรื่องส่วนตัวบนเฟซบุ๊กมากเกินไป





4.อดีตคนรักอาจใช้เฟซบุ๊กในคดีหย่าร้าง
ปัจจุบันเฟซบุ๊กเป็นเครื่องมือยอดฮิตสำหรับทนายที่ทำคดีหย่าร้าง
ซึ่งจะแสวงหาข้อมูลของสามีหรือภรรยาของลูกค้า
เพื่อใช้เป็นหลักฐานถึงการละเลยไม่เอาใจใส่ การแอบคบกิ๊ก หรือหลอกลวง
มีกรณีที่คุณแม่ต้องสูญเสียสิทธิในการเลี้ยงดูลูกๆ
หลังจากอดีตสามีพิสูจน์ว่าเธอใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่นเกมฟาร์มวิลล์
แทนที่จะใช้เวลาอย่างมีค่าเพื่อลูกๆ





5.เฟซบุ๊กอาจเป็นสาเหตุให้คุณเครียด นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยสโตนี บรู๊ก
ในนิวยอร์ก พบว่า สาวๆ
วัยรุ่นที่ใช้เวลาส่วนใหญ่สนทนาเรื่องราวชีวิตกับผองเพื่อนมีความเป็นไปได้
มากที่จะเครียด เพราะการใช้เวลามากเกินไปในการเม้าท์และคุยถึงปัญหาต่างๆ
จะทำให้คุณรู้สึกแย่ลง ไม่ใช่ดีขึ้น
แม้นักวิจัยจะไม่ได้เน้นศึกษากรณีของเฟซบุ๊กโดยเฉพาะ
แต่ผลการศึกษาดังกล่าวก็สะท้อนว่าเว็บเครือข่ายสังคม อาทิ เฟซบุ๊ก
อาจทำให้ผู้คนติดต่อเพื่อนๆ ได้ง่าย และมักพูดคุยเรื่องไม่เป็นเรื่อง





6.กระทบต่อหน้าที่การงาน จากผลสำรวจความเห็นของนายจ้างในอังกฤษ พบว่า
ครึ่งหนึ่งของนายจ้างเหล่านี้ปฏิเสธว่าจ้างผู้สมัครที่เคยโชว์พฤติกรรมแย่ๆ
ไว้บนเฟซบุ๊ก อาทิ เล่าเรื่องที่ตัวเองเมาจนหัวราน้ำ
โพสภาพกิจกรรมนอกลู่นอกทาง และการใช้ภาษาแบบแย่ๆ ขณะที่ในสหรัฐ ราว 20%
ของนายจ้างยอมรับว่าใช้เฟซบุ๊กในการหาผู้สมัครที่มีศักยภาพ ส่วนราว 9%
บอกว่ากำลังจะเริ่มใช้เฟซบุ๊กในเร็วๆ นี้





7.แฉความลับที่ปิดซ่อนไว้ เพราะแม้คุณจะระมัดระวังการใช้เฟซบุ๊ก
แต่ผองเพื่อนปากสว่างของคุณอาจไม่ได้ระวังด้วย
และอาจเผลอโพสต์ข้อความที่แฉความลับของคุณ ยิ่งกว่านั้น
การใช้เฟซบุ๊กยังอาจบ่งบอกสิ่งที่อยู่เบื้องหลังตัวตนของคุณ
ยกตัวอย่างนักศึกษาสถาบันเอ็มไอทีได้ออกแบบกระบวนการทำงานที่สามารถบ่งบอก
ได้อย่างแม่นยำว่าผู้ใช้รายใดที่เป็นเกย์ โดยวิเคราะห์จากจำนวนเพื่อนๆ
ที่เป็นเกย์






8.เฟซบุ๊กทำให้คู่รักหรือพวกตามรังควานติดตามความเคลื่อนไหวของคุณได้ง่าย
ขึ้น หากไม่มีเฟซบุ๊ก คนเหล่านี้อาจต้องหาวิธีอื่นที่จะไล่ตามคุณ
แต่เฟซบุ๊กทำให้คนเหล่านี้ติดตามเหยื่อได้ง่ายและตอบกลับความเคลื่อนไหว
ต่างๆ แม้เหยื่อจะพยายามตัดความสัมพันธ์แล้วก็ตาม
อย่างกรณีของหญิงรายหนึ่งที่เปลี่ยนสถานะบนเฟซบุ๊กว่า "โสด"
ถูกฆาตกรรมโดยสามีที่เพิ่งถูกบอกเลิก
โดยหลังจากที่เขาเห็นภรรยาเปลี่ยนสถานะเป็นโสด
เขาก็บุกเข้าไปทำร้ายเธอในบ้าน





9.คุณอาจถูกฟ้องหมิ่นประมาทได้
มีหลายกรณีที่ถูกฟ้องเพราะเนื้อหาที่โพสต์บนเฟซบุ๊ก อย่างในอังกฤษ
นักธุรกิจหญิงชนะคดีหลังจากฟ้องร้องเพื่อนร่วมชั้นเรียนที่สร้างโปรไฟล์ปลอม
ที่เต็มไปด้วยข้อความหมิ่นประมาท





10.เด็กๆ อาจตกเป็นเหยื่อของคนร้าย
อย่างกรณีของเด็กสาวในอังกฤษที่ถูกฆ่าโดยผู้ร้ายข่มขืน
ซึ่งโพสตัวตนบนเฟซบุ๊กเป็นวัยรุ่นเหมือนกัน แม้ในอังกฤษจะมีแอพพลิเคชั่น
"panic button" สำหรับให้วัยรุ่นแจ้งเรื่องต้องสงสัยไปยังทางการโดยตรง
แต่แอพพลิเคชั่นนี้ก็ยังไม่ได้มีใช้ในสหรัฐหรือเวอร์ชั่นอื่นๆ







ที่มา: ประชาชาติธุรกิจ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
   

Views: 12

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service