ฟุตบอล ศาสนา การเมือง หนึ่งปีของชีวิตผม

 

ด้วยรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต การเมือง หรือฟุตบอล ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าสนใจ 


ฟุตบอลโลกปี 2010 จบไปตั้งหลายวันแล้วสำหรับแฟนๆ ของ บราซิล 

หลังจากที่ทีมโปรดพ่ายแพ้ต่อฮอลแลนด์ ตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย แฟนแซมบาอย่าง แหนง-ดู ก็ชำระล้างความเศร้าด้วยภาพความภาคภูมิใจในการคว้าแชมป์โลกครั้งที่ 3 ของมหาอำนาจทางฟุตบอล ซึ่งเกิดขึ้นในปี 1970 ผ่านภาพยนตร์เรื่องนี้ 

The Year My Parents Went on Vacation นำเสนอเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อ 40 ปีก่อน ในปีที่คนบราซิลสนุกสนานตื่นเต้นกับการลุ้นให้ชาติของตัวเองได้เป็นเจ้าของชัยชนะในเวิลด์คัพ ขณะที่สถานการณ์ทางการเมืองของประเทศก็สับสนวุ่นวาย เมื่อผู้คนจำนวนไม่น้อยลุกขึ้นมาต่อต้านท้าทายอำนาจของผู้นำเผด็จการ 


ชีวิต ศาสนา การเมือง และฟุตบอล ถูกนำมารวมไว้ด้วยกันในภาพยนตร์ ซึ่งมี เมาโร (ไมเคิล โจเอลซัส) เป็นตัวดำเนินเรื่อง หนุ่มน้อยวัย 12 ปี ผู้หลงใหลในกีฬาฟุตบอล และตื่นเต้นกับการร่วมลุ้นทีมบราซิลที่นำโดย เปเล เช่นเดียวกับเพื่อนร่วมชาติ แต่... หลายสิ่งก็ประดังเข้ามาในชีวิตของเขาพร้อมกัน 

เมื่อพ่อแม่หัวฝ่ายซ้ายของเมาโรต้องเดินทางไกลด้วยเหตุผลที่เจ้าหนูก็ไม่ทราบชัด นั่นทำให้เขาต้องย้ายไปอยู่กับปู่ที่เมืองเซาเปาโลชั่วคราว แต่เหตุไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น แทนที่จะได้อยู่กับญาติสนิทของตัวเอง เมาโรกลับพบตัวเองอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า คือบรรดาเพื่อนของปู่ ในแฟลตของชุมชนชาวยิว 

เจ้าหนูนิสัยเสีย เพราะความเป็นลูกคนเดียวที่ถูกฟูมฟักเลี้ยงดูมาอย่างตามใจโดยพ่อแม่หัวสมัยใหม่ แม้จะมีปู่เป็นยิว แต่เมาโรไม่ใช่ เขาจึงรู้สึกแปลกแยกไม่น้อยกับสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ แต่สิ่งที่ปวดร้าวกว่านั้นคือการรอคอยพ่อและแม่หวนคืนกลับมา (ร่วมลุ้นทีมโปรดด้วยกัน) 

ยังดีที่มีฟุตบอลโลก รวมไปถึงคนสวยประจำร้านอาหาร รวมทั้งสาวน้อยร่วมแฟลตและเพื่อนๆ ของปู่ที่ช่วยให้เมาโรผ่านเรื่องราวแสนยากสำหรับคนวัย 12 ปีไปได้ 

ขณะที่ฟุตบอลทำให้คนบราซิลไม่ว่าจะลูกเล็กเด็กแดง คนหนุ่มสาว หรือผู้เฒ่าผู้แก่รวมกันเป็นหนึ่ง แต่การเมืองกลับทำให้แตกออกเป็นพรรคเป็นพวก 

ที่สุดแม่ของเมาโรก็กลับมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกแยกยิ่งกว่าที่เจ้าหนูเคยเรียนรู้และผ่านพบ เรื่องราวที่เกิดขึ้นในปีนั้นทำให้เขาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว 


เจ้าหนู ไมเคิล โจเอลซัส กับบทเมาโร ทำได้ดีเกินตัว ขณะที่สาวน้อย แดเนียลา ปิเอพส์ซิค ผู้รับบทเป็นฮานนา เพื่อนใหม่ของเมาโรนั้น ขโมยซีนได้ทุกครั้งเมื่อเธอปรากฏตัวบนจอ ตัวละครอย่างเพื่อนร่วมแฟลตของปู่ที่อาจจะไม่ได้นำเสนอในเชิงลึกและกว้างนัก แต่ก็เป็นสีสันของเรื่องได้อย่างดี 

ด้วยรายละเอียดไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิต การเมือง หรือฟุตบอล ทำให้ภาพยนตร์เรื่องนี้น่าสนใจ แต่ถ้ามองโครงสร้างโดยรวมของทั้งหมดทั้งมวลแล้วอาจจะยังไม่มีพลังและสร้างความประทับใจมากนัก 

คล้ายกับภาพยนตร์การเมืองบางเรื่องที่นำเสนอผ่านชีวิตของเด็กๆ ซึ่งมักจะเศร้า ซึ้ง และกินใจคนดูได้เป็นอย่างมาก แต่ถึงอย่างนั้น เคา ฮัมเบอร์เกอร์ ผู้กำกับและคนเขียนเรื่องก็ไม่ได้ยัดเยียดฉากดรามาใส่ในเรื่องมากมายและฟูมฟายเกินไป 

ฉากจบของภาพยนตร์เรื่องนี้มาถึงอย่างเหนือความคาดหมาย และบอกกับคนดูว่า... โลกนี้ยังมีหลายสิ่งอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าถ้วย (ฟุตบอลโลก) 

หลังจากนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 11 ก.ค.นี้ ชีวิตของหลายคนในโลกนี้จะกลับคืนสู่วิถีปกติ จนกว่าเวิลด์คัพครั้งหน้าจะมาถึง 
ภาพจริงของการแข่งขันในปี 1970 ที่ปรากฏในภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้แฟนแซมบาได้ปลาบปลื้มและภาคภูมิใจ 

สำหรับคนรักบราซิลแล้ว ฟุตบอลโลกปี 2010 (อาจจะ) จบไปตั้งหลายวันก่อน เมื่อทีมรักของพวกเขาตกรอบ 8 ทีมสุดท้าย และคู่ชิงกลายเป็น สเปน และ ฮอลแลนด์ แต่ด้วยสปิริตที่มีอยู่เต็มเปี่ยม แฟนๆ ทั่วโลกตั้งตารอคอยวันแห่งชัยชนะที่อาจจะมาถึงใน 4 ปีข้างหน้า 

 

The Year My Parents Went on Vacation 
(O Ano em Que Meus Pais Sairam de Ferias) 
ประเภท ชีวิต 
ประเทศ บราซิล 
ภาษา โปรตุเกส/ยิดดิช 
ความยาว 110 นาที 
กำกับ เคา ฮัมเบอร์เกอร์ 
แสดงนำ ไมเคิล โจเอลซัส/เจอมาโน โอต/แดเนียลา ปิเอพส์ซิค/ลิเลียนา คาสโตร 



เรื่อง: แหนง-ดู 
ที่มา: ​PostToday 
11 กรกฎาคม 2553

Views: 13

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service