ในปฏิทินรัสเซีย หนึ่งในวันที่น่าจดจำวันหนึ่งคือวันที่ 9 พฤษภาคม ซึ่งมีความสำคัญพิเศษอย่างยิ่ง เพียงแค่เอ่ยถึงวันแห่งชัยชนะก็สามารถบีบคั้นหัวใจชาวรัสเซียแต่ละคนได้ ดูราวกับไม่น่าเป็นไปได้เลยว่าเหตุการณ์นั้นได้ผ่านไปแล้วถึง 65 ปี
ไม่มีครอบครัวชาวรัสเซียครอบครัวใดที่ไฟแห่งสงครามมิได้แผดเผา ประสบการณ์อันโหดร้ายและแสนเศร้าที่ตกอยู่กับประชาชนของสหภาพโซเวียต ได้แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ของจิตใจของมนุษย์และเผยให้เห็นถึงตัวอย่างจำนวนมากของวีรกรรมอันกล้าหาญ คุณูปการของปัจเจกชน และความรักชาติอย่างแท้จริง

นั่นเป็นเหตุผลที่อธิบายได้ว่า ทำไมสงครามครั้งนี้ได้รับการบันทึกลงในประวัติศาสตร์ของชาติเราในฐานะของ สงครามของผู้รักชาติอันยิ่งใหญ่ (22 มิถุนายน พ.ศ. 2484 – 9 พฤษภาคม พ.ศ.2488) เป็นวันที่ทหารนาซีเยอรมันยอมจำนนต่อกองทัพโซเวียตในปี พ.ศ. 2488 หลังจากรบยืดเยื้อกันมายาวนานกว่า 5 ปี และนับเป็นการสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในทวีปยุโรป จากผลของสงครามดังกล่าว มีทหารโซเวียตล้มตายไปหลายล้านคน
การเฉลิมฉลองครบรอบวันแห่งชัยชนะ มีความหมายเชิงสัญลักษณ์ ทั้งสำหรับรัฐแบบองค์รวมและสำหรับพลเมืองเช่นกัน ในห้วงเวลาแห่งสงครามอันน่าเศร้าที่กินเวลาหลายปีนั้น ชะตากรรมของประเทศอันยิ่งใหญ่และชะตากรรมของประชาชนได้เกี่ยวพันกันมากที่สุดอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
และยังคงทิ้งบทเรียนที่ประชาคมโลกได้ร่างขึ้นจากเหตุการณ์ที่เกิดมาแล้วมากกว่าครึ่งศตวรรษ ซึ่งยังคงส่งผลเกี่ยวข้องมาถึงปัจจุบัน เป็นผลให้ในการถกถึงเรื่องนี้ เรายังถือเอาความรับผิดชอบที่สำคัญต่อจิตใจที่มีต่อผู้ที่ได้สังเวยชีวิตเพื่อให้ได้มาซึ่งชัยชนะเหนือนาซีและรวมถึงที่มีต่อคนรุ่นใหม่อีกด้วย
สงครามโลกครั้งที่สอง เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญในประวัติศาสตร์อย่างแท้จริง สงครามครั้งนั้นมิใช่แค่การต่อสู้ทั่วโลกครั้งหนึ่งที่อัตราตัวเลขต่างๆ มีมากกว่าในครั้งก่อนมาของความขัดแย้งที่มีการใช้อาวุธประหัตประหารในประวัติศาสตร์โลก

มันมิใช่แค่เป็นการปะทะกันของผลประโยชน์ที่ต่างกันของรัฐ และความเชื่อที่แตกต่างกันไม่มากนัก แต่รวมถึงการวิธีการที่จะให้ได้มา ซึ่งปัจจัยหลักของการมีอยู่ของมนุษยชาติที่ต่างกันอย่างคนละขั้วอย่างมิอาจประ นีประนอมกันได้
ผลลัพธ์หลักของสงคราม มิใช่แค่ชัยชนะของการผนึกกำลังของเหล่ารัฐที่ร่วมกันต่อต้านอีกขั้วหนึ่ง แต่จุดที่สำคัญนั้น มันคือชัยชนะของพลังแห่งการก่อร่างและอารยธรรมที่มีเหนือพลังแห่งการทำลายและความป่าเถื่อน เป็นชัยชนะแห่งชีวิตที่มีเหนือความตาย
ภาระของพวกเรา ที่มีต่อผู้ที่ต้องสูญเสียเลือดเนื้อของพวกเขา เพื่อช่วยหมู่มวลมนุษยชาติจากฟาสซิสต์นั้น สิ่งที่สำคัญมากก็คือ การขัดขวางการเผยแพร่ของลัทธิแห่งความเกลียดชัง และความเชื่อในเรื่องของความเหนือกว่าทางเผ่าพันธุ์ เชื้อชาติ ศาสนา ซึ่งโลกกำลังตกอยู่ในสภาวะถูกครอบงำ ใช้เป็นข้ออ้างในการคุกคามรูปแบบใหม่ในเวลานี้
ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของประเทศต่างๆ ที่ร่วมกันต่อต้านผู้ก่อการร้าย การพัฒนาที่สอดคล้องกันระหว่างศาสนาต่างๆ กับเชื้อชาติและความเชื่อที่หลากหลาย การเปิดใจให้กว้างและความเคารพต่อกันและกัน การรักษาไว้ซึ่งความแตกต่างทางวัฒนธรรม การเปิดรับ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ของอารยประเทศ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นปัจจัยหลักที่นำไปสู่ชัยชนะเหนือพลังแห่งความเกลียดและลัทธิหัวรุนแรง

บทเรียนแห่งสงครามโลกครั้งที่สอง มิได้ลดความสำคัญไปจากทัศนคติของโครงสร้างแห่งรูปแบบโลกหลังสงคราม ผลของสงครามแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลล้ำลึกที่มีต่อการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ แม้ปัจจุบันเวลาได้ผ่านไปถึง 65 ปีแล้ว
เมื่อโลกได้เปลี่ยนไป โดยมิได้จดจำถึงองค์ประกอบของการจัดการหลังสงครามในยุโรป แต่โลกก็ยังคงเก็บส่วนสำคัญอันยิ่งใหญ่ไว้เพื่อรักษาไว้ซึ่งความสงบและความมั่นคงบนโลกของเรา
มาถึงวันนี้ หลักใหญ่ของการจัดงานวันครบรอบวันแห่งชัยชนะนั้น ก็เพื่อเป็นการรำลึกถึงความทรงจำ และเพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งถึงผู้ที่ได้รักษาไว้ซึ่งอธิปไตยของแผ่นดินมาตุภูมิของเรา และได้นำอิสรภาพที่เฝ้ารอคอยมาเป็นเวลานานมาให้แก่ชาวยุโรปซึ่งถูกกดขี่โดยฟาสซิสต์
งานครบรอบนี้จะเป็นเครื่องเตือนใจ ถึงศักยภาพภายในทางจิตใจอันยิ่งใหญ่ที่มีอยู่ของรัสเซียและชาวรัสเซีย ดังนั้นประวัติศาสตร์ของสงครามของผู้รักชาติอันยิ่งใหญ่ก็เป็นเสมือนแหล่งกำเนิดแห่งความเข้มแข็งและความเชื่อมั่นในอนาคตสำหรับเราอย่างไม่มีวันหมด สำหรับสุจริตชนทุกคนวันแห่งชัยชนะจะยังคงเป็นวันที่สดใสและน่ายกย่องอยู่เสมอ

เหตุนี้ ประการหนึ่ง สถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซียประจำประเทศไทย ร่วมกับ กระทรวงวัฒนธรรมของไทย จะจัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายเนื่องในโอกาสครบรอบ “65 ปีหลังชัยชนะอันยิ่งใหญ่” หรือ “65 Years since the Great Victory” จะเป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศไทยและสหพันธรัฐรัสเซีย และเป็นกิจกรรมความร่วมมือระหว่างกันกิจกรรมแรกนับตั้งแต่การลงนามในพิธีสารว่าด้วยความร่วมมือระหว่างกระทรวงวัฒน ธรรมของทั้งสองประเทศ เมื่อเดือนกันยายน 2552
นิทรรศการภาพถ่ายนี้ ประกอบไปด้วยภาพที่ถ่ายในระหว่างสงครามโดยทหารและช่างภาพชาวรัสเซียจำนวนกว่า 90 ภาพ ไม่เพียงแต่จะแสดงให้เห็นถึงโศกนาฏกรรมของสงครามและความทุกข์ทรมานของเหยื่อสงคราม แต่ยังแสดงให้เห็นถึงเกียรติยศและความภาคภูมิใจแห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่อีกด้วย
ขอเชิญชวนทุกท่านชมนิทรรศการนี้ ณ ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยได้ตั้งแต่ วันที่ 23 - 30 มิถุนายน ศกนี้ เวลา 09.00 – 17.00 น. (ปิดวันอาทิตย์)
“นอกจากนิทรรศการแล้ว ยังมีภาพยนตร์รัสเซียเรื่อง “The Star” (วีรกรรมผจญภัย, พ.ศ. 2545) ซึ่งเป็นชื่อเรียกของทหารหน่วยสอดแนมชาวรัสเซียจำนวน 7 คนที่ถูกส่งเข้าไปในบริเวณแนวรบข้าศึก เพื่อค้นหาที่ตั้งของกองกำลังทหารนาซีเยอรมันในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2487ความยาวประมาณ 90 นาที และได้รับรางวัลจากการประกวดจากหลายสถาบัน จะฉายให้ชมที่ห้องโถง เวลา 15.00 น. ของทุกวัน”
บทความนิทรรศการภาพถ่าย “65 Years since the Great Victory“ โดยสถานเอกอัครราชทูตสหพันธรัฐรัสเซีย ประจำประเทศไทย ได้รับความอนุเคราะห์จากกระทรวงวัฒนธรรมของไทย เผยแพร่
มวลมนุษยชาติเพิ่งสงบสุขของสงครามโลกครั้งหลังสุด เมื่อกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมานี่เอง
เรื่อง: ชมวง พฤกษาถิ่น
ที่มา: สยามรัฐ 18/06/2010
Tags:
-
▶ Reply to This