ทำไม น้องใหม่จิตรกรรมฯ ศิลปากร...ต้อง “เกรียน” ?

 

ภาพบรรยากาศแห่งการรับน้อง ศิลปากรวังท่าพระอย่างหนึ่ง ที่เราจะได้เห็น คือ กลุ่มเด็กหนุ่มตัดผมสั้นเกรียนทั้งหัว และเด็กสาวรวบผมเป็นทรงไทยๆในชุดนักศึกษาเสื้อตัวใหญ่ติดกระดุมถึงคอราวกับย้อนยุคไปหลายสิบปีก่อน คนภายนอกอาจมองด้วยความไม่เข้าใจ ว่าทำไมต้องให้รุ่นน้องทำอะไรแบบนั้น แต่สำหรับชาว “จิตรกรรมฯ ศิลปากร” ย่อมรู้ดีถึงความหมายที่ลึกซึ้ง 


ข้อปฏิบัติดังกล่าว เป็นสิ่งที่น้องใหม่แห่งคณะจิตรกรรมประติมากรรมและภาพพิมพ์ ของมหาวิทยาลัยศิลปากร ต้องทำเสมอเหมือนกันทุกคนเมื่อก้าวเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย สังคมภายนอกบางคนอาจมองอย่างผิวเผินว่า เป็นการบังคับน้อง หรือกลั่นแกล้งจากรุ่นพี่หรือเปล่า ? 

แต่ความหมายที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นไร แคมปัสขอทำหน้าที่ไขข้อข้องใจให้รับรู้ 





จิรวัฒน์ ตั้งรุจิธนกร นักศึกษาชั้นปีที่ 4 ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะจิตกรรมฯ เปิดเผยว่า สิ่งเหล่านั้นเป็นรูปแบบเชิงจิตวิทยาที่ใช้ในรับน้อง ว่าแต่ละคนมาจากต่างที่ต่างถิ่นไม่เหมือนกัน แต่เมื่อเป็นชาวจิตรกรรมฯ เราจะให้ทุกคนลดอัตตาให้เกิดความเท่าเทียมกัน 

“เราจะบอกน้องในช่วงสอบสัมภาษณ์ ตอนแรกบางคนอาจจะไม่เข้าใจว่าทำไมต้องตัดผม อาจจะรู้สึกกดดัน แต่เมื่อหมดช่วงรับน้อง ทุกคนก็เข้าใจในกิจกรรมในเรื่องความเท่าเทียม โดยหลังจากนั้นใครอยากจะทำทรงผมอะไรแบบไหนก็ได้ ซึ่งผมคิดว่ามันเป็นประโยชน์ไปตลอดจนหลังจากเรียนจบ เพราะการใช้ชีวิต หรือการทำงานศิลปะ เราก็ต้องมีกฎพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันในสังคม” 





จิรวัฒน์ให้ภาพกว้างๆ ถึงเสน่ห์ของการรับน้องใหม่สไตล์ ม.ศิลปากร ว่าหลักใหญ่ใจความก็ คือ "ซีเนียริตี้" นั่นเอง แม้คนภายนอกอาจมองในแง่ลบ หรือต่อต้าน แต่หนุ่มจิตรกรรมรายนี้คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญ เพราะความหมายของระบบดังกล่าว ครอบคลุมถึงการที่รุ่นพี่ต้องดูแลรุ่นน้อง ซึ่งเป็นระยะเวลาไปทั้งชีวิต เพราะคนในวงการศิลปะจะมีการติดต่อช่วยเหลือกันไปตลอดจนแก่เลยทีเดียว เอกลักษณ์การรับน้อง จึงเป็นการทำให้ทุกคนอยู่ด้วยกันได้ ทั้งเพื่อนพี่น้อง รวมถึงการรู้จักเคารพครูอาจารย์ 

“ชาวจิตรกรรมฯ ยังมีพิธีครอบครู ซึ่งเหมือนพิธีไหว้ครูสายช่างศิลปะ เราจะจัดหลังจากรับน้องเสร็จ โดยทุกปีในช่วงเช้าน้องๆจะแต่งชุดขาวไปวัดพระแก้วไปถ่ายรูปร่วมกันทั้งรุ่น ช่วงบ่ายก็จะมีอาจารย์มาเจิมหน้าผาก ถือเป็นพิธีศักดิ์สิทธิ์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจ และเป็นการเสริมด้านจิตใจแก่น้องใหม่ทุกคน” 





ด้านมุมมองของสาวจิตรกรรมปี 4 อย่าง อัญญุดา อิศรางกูร ณ อยุธยา บอกว่า การที่รุ่นน้องผู้หญิงทำผมทรงเดียวกันทั้งหมด ก็เพื่อความเป็นระเบียบ สมัยที่ตนเรียนชั้นปี 1 ไม่ได้รู้สึกว่าโดนบังคับ ตรงกันข้ามกลับรู้สึกดี และภูมิใจในคณะของตนเอง 

“เอกลักษณ์ของการรับน้องคณะจิตรกรรม คือ การฝึกน้องให้มีระเบียบ การทำกิจกรรมของเรา ก็สร้างสรรค์ไม่มีลามก ไม่มีรุนแรง คนภายนอกอาจจะมองว่าน่ากลัว แต่จริงๆแล้วเหมือนเป็นกลอุบายให้รุ่นน้องได้มีกิจกรรมทำร่วมกัน สร้างความรู้สึกให้ทุกคนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เพราะต่างคนต่างที่มา ก็จะได้รู้สึกถึงความเท่าเทียมกันทุกคน” 





อัญญุดา ยังเล่าถึงเสน่ห์ความเป็นนักศึกษาจิตรกรรมฯ ม.ศิลปากร อีกว่า เราเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลที่ไม่ได้มีสวัสดิการเพียบพร้อม หากใครหวังว่าจะเอาหรูหรา เอาความทันสมัยคงไม่ได้ เราก็เป็นเหมือนออฟฟิศปกติ ไม่ได้มีความสบายมากมาย ก็ต้องดิ้นรนพยายามขวนขวาย แต่สิ่งเหล่านั้น ก็ทำให้เราได้ความคิด เมื่อเวลาไปทำงานข้างนอก จะรู้สึกทำงานได้ง่ายขึ้น เพราะเราไม่ยึดติดกับการเรียนที่เป็นแบบแผน ปรับตัวง่าย เพราะอยู่กับข้อจำกัดมาก่อน ก็อาจจะทำให้ข้อจำกัดของชีวิตน้อยลง 





สาวศิลปากร ยังอธิบายถึงชีวิตของชาวจิตรกรรมว่ามีหลายแบบ นักศึกษาที่คณะฯ ไม่มีภาพรวม ซึ่งคงเป็นเหมือนสังคมทั่วไป มีคนที่มีความมั่นใจสูง คนติสต์จัด คนชอบศิลปะมาก หรือชอบแค่ด้านทฤษฎี แต่ไม่ว่าจะเป็นคนแบบไหน ขอให้มีใจรักในการเรียนศิลปะ ก็มาเรียนที่นี่และประสบความสำเร็จได้ 

… สอดคล้องกับที่ จิรวัฒน์ กล่าวสรุปเอาไว้ว่า 

“เรียนจบจากที่นี่ไปแล้ว ก็สามารถแตกแขนงแยกย่อยไปใช้ได้หลากหลายอาชีพ เช่น อาร์ตไดเร็คเตอร์ ออกแบบผลิตภัณฑ์ เป็นศิลปิน แล้วแต่ใครจะประยุกต์ไปใช้แบบไหน แต่สิ่งสำคัญ คือ คนที่จะมาเลือกเรียนศิลปะ อย่าเลือก เพราะเป็นตัวเลือกสุดท้าย ไม่รู้จะเรียนอะไรแล้ว แต่ขอให้เลือกเรียนศิลปะ เพราะมีใจในการเรียน มีความรักในงานศิลปะจริงๆ” 




หน้าแรก Campus | เรื่องเล่านักศึกษา 
ที่มา ASTVผู้จัดการออนไลน์ 1 มิถุนายน 2553 

Views: 249

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service