คลาสสิก ภาพถ่าย ลายเส้น อารยธรรมลุ่มน้ำโขง

 

140 ปีโดยรวมกับภาพถ่าย ลายเส้นเขียน ชุด อารยธรรมลุ่มน้ำโขง ถ่ายทอดให้เห็นถึง ณ ช่วงเวลานั้นของธรรมชาติ สายน้ำไหลผ่านโตรกผาและช่องเขา วิถีชีวิตของผู้คน การแต่งกาย ล่องเรือหาปลา ฯลฯ ภาพถ่ายลายเส้นเขียนชุดนี้นับว่ามีคุณค่าและคลาสสิกอย่างมาก 

การเดินทางมักมีเรื่องราวของจุดมุ่งหมาย นอกจากนี้แล้วอาจพบเห็นเรื่องอื่นๆ โดยมิได้คาดคิดและเป็นผลพลอยได้ในสารคดีบทต่อมา ดั่งที่ผู้เขียนนำภาพถ่ายลายเส้นเขียนอารยธรรมลุ่มน้ำโขงขุดนี้ของพิพิธ ภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จัดนิทรรศการแสดงภาพดังกล่าวในงานพิธีสืบชะตาแม่น้ำโขง บ้านผาถ่าน อำเภอเชียงของ จังหวัดเชียงราย เมื่อช่วงต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา

 

 



ภาพถ่ายและลายเส้นเขียนชุดนี้ผมชอบมาก แม้ว่าบางภาพเคยผ่านตามาบ้างในหนังสือศิลปวัฒน ธรรมของมติชน และพิพิธภัณฑ์ในประเทศลาว แต่ด้วยทางการลาวไม่อนุญาตให้ถ่ายภาพ ให้ได้แค่ดูแล้วเก็บไปจิตนาการต่อ แต่การได้มาเห็นภาพชุดนี้นับสิบภาพย่อมจะปลื้มใจเป็นธรรมดาอยู่ไม่น้อย แถมทางพิพิธภัณฑ์อารยธรรมลุ่มน้ำโขงยังทำสำเนาภาพส่งมาให้ ศิลปวัฒนธรรม สยามรัฐ เผยแพร่ ก็ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ 


มีโอกาสพูดคุยกับนักวิชาการศึกษาแม่น้ำโขง พลวัฒ ประพัฒน์ทอง อาจารย์ประจำสำนักวิชาศิล ปศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ผู้ดูพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ เล่าถึงที่ไปที่มาภาพถ่ายและลายเส้นเขียนชุดนี้ 

“ภาพถ่ายชุดนี้ เราได้มาจากสูจิบัตรของฝรั่งเศสในการจัดนิทรรศการรวบรวมภาพเก่าของลุ่มน้ำโขงทั้ง หมด ที่มีการกระจายอยู่ตามประเทศต่างๆ ของผู้ที่เคยเดินทางเข้าในดินแดนลุ่มน้ำโขงแล้วทำการบันทึกภาพไว้ ตั้งแต่ทิเบตลงมาถึงจีนตอนใต้ พม่า ลาว ไทย เขมร และเวียดนาม ซึ่งภาพชุดนี้บันทึกไว้มีตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ.1866 - 1937 หรือร่วมๆ 140 ปีประมาณนั้น ส่วนทางพิพิธภัณฑ์ฯ ทำเรื่องขอคัดสำเนามาเพื่อจัดทำนิทรรศการเผย แพร่ในเมืองไทย ซึ่งภาพเหล่านี้สามารถเผยแพร่ได้เพราะอายุเกินจากลิขสิทธิ์” 

“ภาพชุดนี้ที่เกี่ยวข้องกับไทยมีน้อยมาก บางภาพตรวจสอบข้อมูลสถานที่แล้วไม่ถูกต้อง เราจึงไม่ได้นำเสนอ” และอธิบายภาพวิถีชีวิต “ภาพถ่ายผู้หญิงลาวคนนี้ เราได้เห็นการแต่งกายในลักษณะของชนชั้นสูง และภาพการแต่งกายของชาวบ้าน ซึ่งทั้งหมดเราจะเห็นวิถีชีวิตเครื่องแต่งกายของคนลาวแต่งชุดอย่างไร สวย งามแค่ไหนในสมัยนั้น และบางท้องถิ่นของชาวไทลื้อ ชาวไทเขิน (ขึน) ในเชียงตุง เป็นต้น” 



พลวัฒ กล่าวถึงการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์นี้ เป็นส่วนหนึ่งของนโยบายทางมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง ต้อง การสืบทอดปณิธานของสมเด็จย่า สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี เพื่อการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง ทั้งการศึกษา วิจัย ค้นคว้าเกี่ยวกับชุมชน และปลาบึก จะเป็นการช่วยให้กลุ่มชาติพันธุ์ในลุ่มน้ำโขงกลับมาชีวิตมากขึ้น 

“เรามิได้เห็นแม่น้ำโขงเป็นแค่ทรัพยากรธรรมชาติ หรือว่าเป็นเส้นทางเดินเรือ ซึ่งว่าไปแล้วแม่น้ำสายนี้ประกอบด้วยผู้คนหลายเผ่าพันธุ์และผูกพันกันมาแต่กาล แต่ปัจจุบันผู้คนริมฝั่งแม่น้ำโขงกำลังอ่อนล้าอ่อนแรง ทางพิพิธภัณฑ์พยายามชูประเด็นเหล่านี้ให้มีกำลังใจมากขึ้น กลุ่มชาติพันธุ์ก็สามารถแสดงอัตลักษณ์ของตนเองได้อย่างภาคภูมิใจได้ด้วย ที่สำคัญอยู่ต่อไปได้โดยไม่กลายเป็นสินค้า หรือกลืนหายไปเป็นแรงงาน” 

นักวิชาการท่านนี้ ได้สะท้อนสภาวะแม่น้ำโขง “ตอนนี้ได้กลายเป็นเรื่องเศรษฐกิจจนเกินพอดี จนชาว บ้านแทบจะไม่มีการใช้ชีวิตอย่างที่ตนเองควรจะเป็นเหมือนแต่ก่อน อย่างเช่นเรื่องการจับปลาบึก แต่เดิมเมื่อถึงฤดูจับปลาบึก จะมีพิธีกรรมประเพณีและชนสองฝั่งโขงจะแสดงออกถึงความเป็นลูกผู้ชายในการจับปลาบึก แต่แล้ววันหนึ่งแต่วันหนึ่งใครก็ไม่รู้ ทำเป็นมือใหญ่มาบอกกับชาวบ้านว่าอย่าจับปลาบึก เพราะไม่อนุรักษ์” 

“แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ใช่เลยอย่างที่เขากล่าว ชาวบ้านจริงๆ ไม่ได้จับปลาบึกมากินกันทุกวัน จะจับเฉพาะในช่วงฤดูเท่านั้น และจับปลาอื่นๆ เพื่อนำมาทำอาหารในครัวเรือน แต่ที่มีการบริโภคปลาบึกกันทุกวันนี้ เพราะเกิดจากกระแสการท่องเที่ยวต่างหาก ที่โหมกระหน่ำให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวแม่น้ำโขงย่านเชียงของ-เชียงแสน แล้วเชิญชวนบริโภคปลาบึกกันอย่างเอร็ดอร่อย นี่ต่างหากที่เป็นจริง” 



“ทุกวันนี้ ชาวริมโขงแทบจะไม่มีสิทธิ์หรือเข้าไปมีส่วนร่วมการอนุรักษ์แม่น้ำโขง แถมภาครัฐมองชาว บ้านริมน้ำเป็นผู้ร้ายทำลายธรรมชาติ ตรงกันข้ามกับทีองค์กรใหญ่ทำลายนิเวศวิทยาแม่น้ำโขง ทั้งระเบิดแก่งหิน อันเป็นแหล่งเพาะพันธ์ปลามากมาย กลับไม่ตระหนักถึงความเดือดร้อนของคนใช้ชีวิตทางตอนใต้ของแม่น้ำสายนี้ แล้วทุกวันนี้ยังไม่มีการแบ่งโซน ตรงนี้หาปลาได้ ตรงนี้ห้ามจับปลา แต่เหมารวมหมดห้ามชาวบ้านจับปลา” 

พลวัฒ ย้ำว่า “แม่น้ำโขงเหมือนคนมีชีวิตคนๆ หนึ่ง แล้วไม่ใช่ของคนหนึ่งคนใด ไม่ใช่ของประเทศใดประเทศหนึ่ง หากขืนปล่อยให้คนนอกพื้นที่เข้ามาบริหารหารจัดการหรือวางแผนเสียแล้ว คนท้องถิ่นลำบากแน่ ดังนี้แล้วคนใช้ชีวิตริมแม่น้ำสายนี้ต้องร่วมมือกันปกป้อง เพื่อสร้างความหยั่งยืนให้แม่น้ำโขงในวันหน้า” 

นิทรรศการภาพถ่ายชุดนี้ ทำให้เราได้เห็นภาพถ่ายเรือชาวบ้านลอยล่องหาปลาบึกจำนวนหลายร้อยลำในแม่น้ำและภาพบริบทอื่นๆ ของผู้คน ณ ช่วงเวลานั้น ดังในภาพ(เท่าที่ลงได้) พร้อมคำบรรยายใต้ภาพต้นฉบับ 

************************** 

ภูมิบ้านภูมิเมือง 
เรื่อง : บูรพา โชติช่วง 
Thu, 03/06/2010 โดย : สยามรัฐ 

Views: 194

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service