ติ๊ก-ตอก อย่างมีธีม




นาฬิกาเป็นเครื่องประดับชิ้นหนึ่งที่หลายคนขาดไม่ได้ ขณะที่บางคนก็มีเครื่องบอกเวลาชนิดนี้สะสมกันไว้เป็นคอลเลคชัน

เรื่องนี้ก็สุดแท้แต่รสนิยมส่วนบุคคลว่าใครชื่นชอบอย่างไหน และกำลังทรัพย์เอื้อหรือไม่

ความหลงไหลในนาฬิกา น่าจะได้รับแรงบันดาลใจส่วนใหญ่มาจากการรังสรรค์งานของผู้ทำนาฬิกานั่นเอง ซึ่งขยันประดิษฐ์คิดค้นสิ่งใหม่ๆ มานำเสนอต่อลูกค้า และบรรจงสร้างสรรค์ผลงานชนิดต่างๆ ออกสู่ตลาดเป็นระยะ ซึ่งเท่าที่พบเห็นกันนั้น นาฬิกาเรือนงามมักตกแต่งด้วยวัสดุเลอค่า ดูภูมิฐาน บ้างก็น่ารัก สวยงามเพื่อให้ผู้ซื้อได้เลือกสรรไว้ใส่เองหรือเป็นของขวัญแก่คนใกล้ตัว

อย่างไรก็ตาม มีศิลปินบางรายที่พยายามฉีกแนวและหางานที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง เพื่อสร้างความแตกต่างและโดดเด่น รวมถึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งแก่ผู้ที่ชอบของแปลกใหม่ อย่างรายของอีวอน อาร์พา ที่เคยไอเดียบรรเจิดสุดขีดถึงขั้นนำเถ้าจากดวงจันทร์และชิ้นส่วนของจริงจากเรือชื่อก้องโลก “ไททานิก” ที่ได้รับการกู้ขึ้นมาใต้ทะเล ไปประดับไว้บนนาฬิกาข้อมือได้อย่างสวยงามมาแล้ว แต่อาร์พาไม่หยุดนิ่งแถมไปไกลกว่านั้นหลายเท่า เพราะแนวคิดล่าสุดของเขาคือการนำมูลของฟอลซิสไดโนเสาร์ มาประดับนาฬิกาข้อมือเรือนงาม

“ผมตัดสินใจที่จะก้าวไปข้างหน้าก้าวใหญ่ ด้วยการใช้ของต้องห้ามอย่าง ‘โครโปไลต์’” อาร์พาอธิบายพร้อมเอ่ยถึงชื่อทางวิทยาศาสตร์ของมูลฟอสซิลหรือมูลสัตว์ยุคดึกดำบรรพ์

“บังเอิญที่สีสันของเจ้าสิ่งนี้สวยงามตรึงตามากเมื่อได้รับการบรรจุไว้ในตัวเรือน แถมยังเป็นสิ่งล้ำค่าเพราะมีอายุถึง 100 ล้านปี ทั้งยังเป็นวัสดุที่ได้จากธรรมชาติอีก คนอื่นอาจชอบประดับทองหรือเงิน แต่ผมชอบมองหาของไม่ธรรมดามาทำให้นาฬิกาดูเป็นของเลอค่า” อาร์พาอรรถาธิบายถึงแรงบันดาลใจและความเชื่อที่มีอยู่ลึกๆ ในจิตใจของเขา

อาร์พาบอกว่าราคา 12,000 ฟรังก์ หรือประมาณ 360,000 บาท สำหรับนาฬิกาเรือนที่ประดับมูลฟอสซิลไดโนเสาร์ ซึ่งดูค่อนข้างขลังและมาพร้อมสายคาดที่ทำจากหนังคางคกนี้ นับว่าสมน้ำสมเนื้อ เพราะแต่ละเรือนถือเป็นงานที่มี “เอกลักษณ์” เพราะอัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์

อาร์พาเล่าอย่างเพลิดเพลินต่อไปว่า การทดสอบหลายต่อหลายครั้งพบว่ามูลนี้มาจากไดโนเสาร์พันธุ์ที่กินพืชเป็นอาหาร และต้องมีการค้นคว้าต่อไปเพื่อหาว่ามาจากไดโนเสาร์พันธุ์อะไรแน่

นาฬิกาของอาร์พาซึ่งมาจากแถบเวเซนาซของเจนีวา ใช้ยี่ห้อว่า “Artya” เขาเล่าว่าแนวทางการประดิษฐ์นาฬิกาของเขานั้น ใกล้เคียงมากกับสิ่งที่เรียกว่า “ศิลปะร่วมสมัย” โดยนาฬิกาเรือนแรกที่มาจากฝีมือของเขานั้น ไม่ได้บอกเวลา แต่บอกเพียงกลางวันกับกลางคืน

กระนั้น อาร์พาซึ่งสร้างความแตกต่างหรือเอกลักษณ์ให้ตัวเองได้อย่างมากในอุตสาหกรรมนาฬิกาสวิสที่เน้นเรื่องความเที่ยงตรง ก็ยังตั้งราคานาฬิกาเรือนแรกไว้ถึง 300,000 ฟรังก์ หรือประมาณ 9 ล้านบาท

งานสร้างสรรค์ของอาร์พายังไม่หมดแค่นั้น เพราะในบรรดาคอลเลคชันของเขายังมีนาฬิกาที่ฝาครอบถูกเจือด้วย “สายฟ้าผ่า” หรือกระแสไฟที่ความแรงสูงถึง 1 ล้านโวลท์

“ประเด็นสำคัญคือคิดให้ต่างออกไป งานของผมเปรียบเสมือน ‘ด้านมืด’ ของการผลิตนาฬิกา” อดีตครูสอนคณิตศาสตร์รายนี้อรรถาธิบาย

อีวอน อาร์พา โชว์นาฬิกาจากเถ้าบนดวงจันทร์ ซึ่งตัวเรือนประกอบด้วยเหล็กจากยานอพอลโลก 11 และชิ้นส่วนจากยานอวกาศโซยุส รวมถึงชุดที่นักบินอวกาศเคยใส่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่บนสถานีอวกาศนานาชาติ (ภาพเอเอฟพี) 

-----------------------------------


ยืมไดโนเสาร์มาใส่ตัวเรือน

หากงานของอาร์พาเป็นดั่งการสร้างความแหวกแนวในโลกของผู้ผลิตนาฬิกา งานของ ฌอง-มารี ชัลเลอร์ ก็น่าจะเรียกได้ว่าเข้ารูปเข้ารอยหน่อย แม้จะอิงความแปลกนิดหน่อยด้วยนำเอาชิ้นส่วนของไดโนเสาร์มาประกอบในตัวเรือนด้วยก็ตาม

ชัลเลอร์ ซึ่งผลิตนาฬิกายี่ห้อ Louis Moinet ในเมืองเซนต์-เบลส ทางตะวันตกของสวิตเซอร์แลนด์ เป็นอีกคนหนึ่งที่นำวัสดุหายากมารังสรรค์ผลงาน เพื่อให้แตกต่างจากนาฬิกาทั่วไปในท้องตลาด ซึ่งมีเจ้าตลาดที่ครอบครองในอุตสาหกรรมมานานอย่าง Swatch Group หรือ Richemont

ขณะที่นาฬิกายี่ห้ออื่นๆ พยายามสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยการนำเพชรเม็ดงามหรือแซฟไฟร์หายากมาประดับนาฬิกา แต่ชัลเลอร์หันไปหาเศษอุกกาบาตจากดาวอังคาร หรืออุกาบาตโรเซตตาสโตน อันเป็นหินก้อนที่เก่าที่สุดในระบบสุริยจักรวาล และมีอายุถึง 4.56 พันล้านปี

มาในปีนี้ ชัลเลอร์รังสรรค์ผลงานที่มีจำนวนจำกัดอันประกอบด้วยเศษกระดูกจากสัตว์กินพืชที่เชื่อว่ามีอายุเก่าแก่ถึง 150 ล้านปีและได้รับการค้นพบในอเมริกาเหนือ

นาฬิกาที่ทำจากกระดูกไดโนเสาร์เรือนนี้ สนนราคา 310,000 ฟรังก์ และมาพร้อมใบรับประกันว่าเป็นกระดูกไดโนเสาร์ของแท้ ไม่มีเทียม

แต่งานของชัลเลอร์แตกต่างจากของอาร์พาอยู่นิดหน่อย ตรงที่มีความคลาสสิกของตัวเรือนโลหะที่ประกอบด้วยกลไกซึ่งช่วยต้านทานแรงโน้มถ่วง อันนับว่าช่วยเพิ่มความเที่ยงตรงของนาฬิกา อีกทั้งตัวเรือนยังประดับด้วยเพชรเม็ดเหลี่ยม

“แนวคิดของผมคือผสมผสานศิลปะของการทำนาฬิกาเข้ากับวัสดุพิเศษ” ชัลเลอร์อธิบาย

“การนำอุกาบาตมาประดับนาฬิกา เพราะเราได้แนวคิดว่าเป็นวัสดุพิเศษที่ทำให้รู้สึกเสมือนการเดินทางผ่านห้วงอวกาศ และเราก็ปรารถนาจะสร้างธีมของการเดินทางผ่านกาลเวลา” ชัลเลอร์พูดถึงแรงบันดาลใจของการทำนาฬิกาเพื่อบอกเวลาและสะท้อนการเดินทางผ่านกาลเวลาได้อย่างสวยงาม

(หมายเหตุ : เรียบเรียงจากสำนักข่าวเอเอฟพี)



โดย : สุดา มั่งมีดี
ที่มา : กรุงเทพธุรกิจ Life Style : Life
วันที่ 16 เมษายน 2553

Views: 97

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service