เรื่อง : พอลเฮง
หน้าแรกบันเทิง > Recommended >
โดย ASTV ผู้จัดการออนไลน์ 10 มีนาคม 2553
Black Eyed Peas
---------------------
รางวัลแกรมมี่ หรือ แกรมมี่ อวอร์ดส์ นั้น ดูเหมือนจะเป็นรสนิยมหลักของคนอเมริกันและวงการเพลงอเมริกัน แต่แท้จริงแล้วรางวัลนี้เปิดกว้างเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนอเมริกันที่มีหลากหลายเชื้อสายร้อยพ่อพันธุ์แม่หลากเผ่าพันธุ์ที่ สร้างสรรค์ และเชื่อมโยงตลาดดนตรีของโลกไว้ด้วยกัน
นอกจากตลาดเพลงอเมริกาเหนือและสหราชอาณาจักรที่เป็นหลักใหญ่ และข้ามพ้นไปจากดนตรีในแนวดนตรีกระแสหลักแบบอเมริกันจ๋า รางวัลแกรมมี่ก็ยังมีแขนงของดนตรีต่างๆ ที่มีคนฟังกันในอเมริกาเองอย่างไม่ปิดกั้น จากดนตรีรากเหง้าของพวกเขาเอง ก็มีดนตรีที่เป็นสายดนตรีบ้านใกล้เรือนเคียง ทั้งของเม็กซิกัน ละติน แคริบเบียน และอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงดนตรีเวิร์ลด์ มิวสิค ที่กระจายการมอบรางวัลประจำปีกันทั่วถึง
สำหรับคนไทยเอง ที่สามารถยกระดับเข้าไปเกี่ยวพันในรางวัลนี้ ก็มี วู้ดดี้-สราวุธ พรพิทักษ์สุข ซึ่งเป็นซาวด์ เอนจิเนียร์ และมาสเตอริ่งคนไทย ที่เคยสัมผัสกับรางวัลแกรมมี่ ในปี 2544 (2001) หรือเมื่อ 9 ปีที่แล้ว โดยตอนนั้นเขาทำงานอยู่กับโซนี่ มิวสิค นิวยอร์ค
รางวัลแกรมมี่ที่เขาได้รับคือ สาขามาสเตอริ่ง เอนจิเนียร์ จากอัลบั้ม ‘The Complete hot Five and Hot Seven Recording’ ซึ่งเป็นงานบ็อกเซ็ตจำนวน 4 แผ่นของ หลุยส์ อาร์มสตรอง ศิลปินแจ๊ซ มือเป่าทรัมเป็ตผู้เป็นตำนานแห่งวงการดนตรีในศตวรรษที่ 20 ซึ่งเป็นการออกมารีมาสเตอร์ในวาระครบรอบ 100 ปีของเขา
นับเป็นครั้งเดียวที่คนไทยสามารถมีส่วนร่วมคว้ารางวัลแกรมมี่มาได้ แต่ไม่ใช่ในฐานะศิลปินหรือคนสร้างสรรค์งาน แต่เป็นการมอบให้ในด้านเทคนิคเชียลชั้นยอดที่นำงานของศิลปินระดับซือแป๋มา ทำให้มีคุณภาพเสียงที่ควรค่าแก่การฟัง คงคุณค่าอมตะนิรันดร์กาล
ว่าไปแล้ว แกรมมี่ 2010 ก็ยังมีศิลปินเชื้อสายเอเชียมาสร้างชื่ออยู่พอสมควร ที่ดูจะยิ่งใหญ่ก็คือ apl.de.ap หรือมีชื่อจริงว่า อัลลัน พิเนดา ลินโด หนึ่งในสมาชิกวงแบล็ก อายด์ พีส์ ที่เป็นลูกครึ่งแอฟริกัน-อเมริกัน กับฟิลิปปินส์ เขาเกิดที่แองเจลิส ซิตี้ แปมแปกา ฟิลิปปินส์ และย้ายมาเติบโตเป็นวัยรุ่นที่ลอสแองเจลิส แคลิฟอร์เนียร์ สหรัฐฯ ซึ่งคล้ายๆ กับไทเกอร์ วู้ด ที่มีพ่อเป็นอเมริกันผิวสีและแม่เป็นคนไทย
งานในสไตล์ฮิปฮอป-แด๊นซ์-อิเล็กทรอนิกส์ ของวงแบล็ก อายด์ พีส์ ก็ถือว่าอยู่แถวหน้าเข้าชิงและกวาดรางวัลแกรมมี่ในปีนี้ไปอย่างน่าตื่นตา ตื่นใจ จากอัลบั้ม ‘The E.N.D.’ เข้าชิง 6 รางวัล ได้รางวัลแกรมมี่มา 3 รางวัลคือ อัลบั้มร้องพ็อพยอดเยี่ยม, ศิลปินคู่หรือกลุ่มที่แสดงพ็อพยอดเยี่ยม และรางวัลมิวสิควิดีโอสั้นยอดเยี่ยม
นั่นก็คือสีสันจาก คนฟิลิปปิโน-อเมริกัน ที่สามารถขยับขึ้นมาเป็นศิลปินระดับโลกได้อย่างน่าชื่นชม
แต่สำหรับคนเอเชียที่ถือว่าเป็นผลผลิตของคนเอเชียจริงๆ ที่สามารถเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ คือ มาซาโนริ ซาคาฮาชิ หรือที่รู้จักกันในชื่อที่ใช้ออกอัลบั้มว่า ‘คิทาโร่’ ซึ่งไม่ใช่คนหน้าใหม่ในวงการดนตรีหรือวงการเพลงของโลก เพราะเขาเป็นหนึ่งในศิลปินที่บุกเบิกดนตรีนิวเอจให้เกิดขึ้นในโลกดนตรี โดยเฉพาะการนำซาวด์แบบโอเรียนทัลหรือ เสียงดนตรีและบรรยากาศแบบเอเชียตะวันออกมาสู่หูชาวโลก ด้วยซินธิไซเซอร์ เครื่องดนตรีสากล และเครื่องดนตรีชาติพันธุ์แบบเอเชีย
บนเวทีแกรมมี่ 2010 อัลบั้ม ‘Impressions Of The West Lake’ ของ คิทาโร่ สามารถเข้าชิงในสาขาอัลบั้มนิวเอจยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ไปถึงฝั่งฝัน แต่ก็นับได้ว่า เป็นความภูมิใจของเอเชียอีกวาระหนึ่ง
ผลงานของ "คิทาโร่" สามารถเข้าชิงในสาขาอัลบั้มนิวเอจยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ไปถึงฝั่งฝัน
เพราะหากกลับไปดูก่อนหน้านี้ คิทาโร่ ก็ถูกยอมรับบนเวทีโลก ตั้งแต่อัลบั้มชุด ‘Silk Road’ ซึ่งเป็นดนตรีประกอบสารคดีของสถานีโทรทัศน์เอ็นเอชเค ของญี่ปุ่น รวมถึงการได้รับรางวัลลูกโลกทองคำจากดนตรีประกอบภาพยนตร์หรือ ออริจินัล สกอร์ จาก ‘Heaven and Earth’ หนังฮอลลีวู้ดที่พูดถึงสงครามเวียดนามของ โอลิเวอร์ สโตน ส่วนเวทีแกรมมี่ อัลบั้มของคิทาโร่ก็ถูกเสนอเข้าชิงรางวัลแกรมมี่ ถึง 2 ครั้ง และสามารถคว้ารางวัลแกรมมี่ สาขาอัลบั้มนิวเอจยอดเยี่ยม จากอัลบั้ม ‘Thinking Of You’ มาแล้วในปี 2543 (2003)
นับได้ว่าเป็นการรักษามาตรฐานของการทำงานที่ยอดเยี่ยมไว้อีกวาระ
เมื่อพูดถึงอัลบั้ม ‘Impressions Of The West Lake’ ชุดนี้ของ คิทาโร่ ก็นับได้ว่าเป็นงานเพลงในสไตล์นิวเอจแบบเอเชียตะวันออกไกลที่มีความพิเศษ อยู่ในตัวมันเองอยู่แล้ว เพราะเป็นการทำงานร่วมกับจางอี้โหมว ยอดผู้กำกับการแสดงชาวจีน ที่ทำอุปรากรหรือโมเดิร์น โอเปร่า เพื่อใช้แสดงในพิธีปิดกีฬาโอลิมปิคที่กรุงปักกิ่ง สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อปี 2551 (2008) โดยได้นักร้องสาวป๊อปสตาร์ชาวจีน คือ เจน จาง หรือ จางเหลียงหยิง มาเป็นคนขับร้องเพลงนำอัลบั้มหรือไตเติลแทร็คด้วย
นับได้ว่าเป็นการพบกันของคนทำงานด้านภาพยนตร์และดนตรีที่อยู่ในระดับโลกของ เอเชีย คือ จีนกับญี่ปุ่น ซึ่งน่าทึ่งเป็นอย่างมาก และส่งผ่านจิตวิญญาณของเอเชียบูรพาสู่ความเป็นสากล
แน่นอน แม้แกรมมี่ 2010 จะไม่ใช่เวทีที่ คิทาโร่ สามารถขึ้นสู่จุดสูงสุดได้อีกครั้ง แต่ลมได้เปลี่ยนทิศสู่เอเชียใต้ คือ อินเดีย รางวัลแกรมมี่ 2 รางวัล ตกอยู่ในมือของประพันธกรชาวอินเดีย เอ.อาร์.ราห์มาน ที่ทำงานทั้งดนตรีและเพลงประกอบภาพยนตร์ ‘Slumdog Millionaire’ ซึ่งกวาดรางวัลบนเวทีออสการ์ปีที่แล้ว เป็นแรงเหวี่ยงมาสู่เวทีแกรมมี่ในปีนี้
คงต้องมาวิเคราะห์ถึงความยิ่งใหญ่ของดนตรีอินเดียที่ก้าวล่วงสู่ความเป็น สากลผ่านหนังฮอลลีวู้ด ขยับขยายฐานจากบอลลีวู้ดอย่างไม่น่าเชื่อกันในคราวหน้า
..........
เวทีแกรมมี่ 2010 ถือว่าไม่ได้ทิ้งชาวเอเชียไปเลย หลังจากหลายปีก่อน ทั้งจีนและญี่ปุ่นเคยมาใช้เวทีนี้แสดงศักยภาพผ่านดนตรีเวิร์ลด์มิวสิค และในสาขาดนตรีและเพลงประกอบภาพยนตร์มาแล้ว มาครั้งนี้ผลพวงจากหนัง ‘Slumdog Millionaire’ ที่ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ผ่านความสำเร็จของ แดนนี่ บอยล์ ผู้กำกับฯ ชาวอังกฤษ และคนอินเดียก็ร่วมภูมิใจ
รางวัลอัลบั้มดนตรีและรวมเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยมของแกรมมี่ปีนี้ ก็ตกเป็นของหนัง ‘Slumdog Millionaire’ อย่างไม่น่าประหลาดใจ และ เอ.อาร์.ราห์มาน (A. R. Rahman) ในฐานะโปรดิวเซอร์ ก็ได้รับรางวัลเกียรติยศนี้ไป ควบกับรางวัลเพลงประกอบภาพยนตร์ยอดเยี่ยม
ล ‘Jai Ho’ จากหนังเรื่องเดียวกัน
เอ.อาร์.ราห์มาน มีชื่อเต็มว่า อัลลาห์ ราขาห์ ราห์มาน ปัจจุบันอายุ 48 ปี เขาเป็นประพันธกรสร้างสรรค์ฟิล์ม สกอร์ หรือดนตรีประกอบภาพยนตร์ เพลงประกอบละคร และดนตรีเวิร์ลด์ มิวสิค สายอินเดีย กวาดรางวัลมามากมายบนเวทีดนตรีและเวทีของการประกวดภาพยนตร์มาแล้วทั้ง อินเดีย และในระดับโลก ไม่ว่า รางวัลเบฟตา ของอังกฤษ ลูกโลกทองคำ และออสการ์ และล่าสุดกับ 2 รางวัลแกรมมี่ ซึ่งเกือบทั้งหมดก็มาจากภาพยนตร์ ‘Slumdog Millionaire’

ที่น่าสนใจ เขาก้าวเข้าสู่การทำงานดนตรีและเพลงประกอบภาพยนตร์ในระดับนานาชาติเมื่อ 6 ปีที่แล้วเพียงเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นความสำเร็จอย่างมากมายที่ไหลเข้ามา จึงถือว่าเหนือหรือเกินความคาดการณ์เป็นอย่างมาก
นิตยสารไทม์ยกย่องให้เขาเป็น ‘โมสาร์ท แห่ง มัทราส’ และในปี 2552 ก็ยกย่องให้เป็น 1 ใน 100 บุคคลที่มีอิทฺธิพลที่สุดในโลกจากการจัดของไทม์
เขามีความชำนาญในดนตรีทางตอนใต้ของอินเดีย หรือที่เรียกว่า ดนตรีคาร์นาติค ดนตรีคลาสสิคของตะวันตก และดนตรีฮินดูสถาน รวมถึงดนตรีควาวาลี ที่นิยมกันในแถบอินเดีย ปากีสถาน แคชเมียร์ และบังคลาเทศ เขาสามารถนำธาตุดนตรีเหล่านั้นมาประยุกต์ดัดแปลงสร้างสรรค์ให้คงเอกลักษณ์ ของความเป็นเทรดิชั่นหรือประเพณีนิยม และหลอมรวมกับดนตรีคลาสสิค รวมถึงดนตรีสมัยใหม่แบบเวิร์ดมิวสิคได้ โดยผ่านทางดนตรีหนังอินเดียแบบบอลลีวู้ดได้นวลเนียน สามารถตอบโจทย์อินเดียจ๋าและฝรั่งจี๋ได้ทั้งสองฝ่าย
หากนับกันจริงๆ สำหรับดนตรีจากอินเดีย คนที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักกันมากที่สุด และถูกยอมรับจากคนตะวันตกอย่างดุษณี ก็คือ ระวี แชงการ์ ปรมาจารย์ซีตาร์ที่เลอเลิศเยี่ยมยุทธ์ ซึ่งสามารถนำดนตรีของอินเดียผ่านซีตาร์ทั้งแบบดั้งเดิมและฟิวชั่นผสมผสานกับ ดนตรีตะวันตกได้อย่างมหัศจรรย์
มาถึงวันนี้ โลกของภาพยนตร์ทั้งจากบอลลีวู้ดและฮอลลีวู้ด ได้ทำให้ เอ.อาร์.ราห์มาน ก้าวขึ้นสู่ทำเนียบระดับโลกอีกคน
และมีอีกรางวัลบนเวทีแกรมมี่ 2010 ที่น่าสนใจ แม้จะไม่ได้รางวัล แต่ก็ถือว่าถูกเสนอชื่อเข้ารอบสุดท้าย คือ สาขาอัลบั้มเวิร์ลด์มิวสิคยอดเยี่ยม ซึ่งอัลบั้ม ‘Ancient Sounds’ ของ ราฮิม อัลฮาด และ อัมจาด อาลี ข่าน ซึ่งทั้งสองเป็นนักดนตรีในระดับปรมาจารย์ทางดนตรีเครื่องสายโบราณดนตรี อินเดียและตะวันออกกลาง
โดยราฮิม อัลฮาด ชาวอิรักเป็นประพันธกรและเชี่ยวชาญการเล่นเครื่องดนตรีที่เรียกว่า Ud ของอิรัก อย่างหาตัวเทียบได้ยาก ส่วนอัมจาด อาลี ข่าน ก็เป็นเชี่ยวชาญอย่างทะลุปรุโปร่งในเครื่องดนตรีที่เรียกว่า sarod ทั้งสองนำเสียงของดนตรีโบราณมาสร้างสรรค์ใหม่ผสมผสานกันได้อย่างยอดเยี่ยม และลงในอัลบั้มชุดนี้
นี่คือศักดาผ่านเสียงของเอเชียบนเวทีแกรมมี่ 2010 ซึ่งสถาบันศิลปวิทยาการทางการบันทึกเสียงแห่งสหรัฐอเมริกา ให้การยอมรับ
แน่นอน แม้ว่าโลกดนตรีกระแสหลักจะเป็นของรสนิยมแบบอเมริกา แต่ก็ยังพออุ่นใจว่า ในซอกหลืบของการสร้างสรรค์งานดนตรีหลากหลายประเภทและรูปแบบจากทั่วโลกก็ยัง มีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะดนตรีชาติพันธุ์ของแต่ละชาติที่มีลักษณะพิเศษ และสุนทรียะหรือความงามทางเสียงที่แตกต่างออกไปก็ยังทำหน้าที่ของตัวเอง อย่างเข้มแข็ง
สำหรับคนไทยเอง โดยเฉพาะสังคมดนตรีของไทยก็ยังรอเวลาอย่างอดทนเพื่อที่จะก้าวข้ามและสร้าง ความหลากหลายของดนตรีในสังคมให้เกิดขึ้น ไม่ใช่มีแต่ดนตรีและบทเพลงพ็อพตามแฟชั่นร่วมสมัยที่เดินตามรอยทางตะวันตก เป็นสินค้าเพื่อความบันเทิงเพียงอย่างเดียว
หากวันหนึ่งมีคนดนตรีที่ทำงานดนตรี โดยนำอัตลักษณ์ของดนตรีไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผสมผสานกับดนตรีตะวันตก ได้อย่างลงตัว และถูกโฉลกถูกใจคนตะวันตก วันนั้นเวทีแกรมมี่คงจะเปิดทางให้
แต่น่าจะเป็นไปได้ยาก หากมองจากสภาพการณ์ของวงการดนตรีและวงการเพลงที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รวมถึงเงื่อนไขอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่นอกเหนือการควบคุม...