โดย : สุดา มั่งมีดี
แม้ ปิแอร์ การ์แดง จะมีอายุปาเข้าไปร่วม 88 ปีแล้ว แต่ดูเหมือนเขายังมีไฟอยู่มากเกินกว่าจะวางมือในเร็วๆ นี้
ที่ทำงานของดีไซเนอร์ชื่อก้องผู้นี้ อยู่ตรงข้ามกับทำเนียบประธานาธิบดีฝรั่งเศส และนับเป็นห้องเสื้อแห่งสุดท้ายในกรุงปารีสที่เหลือรอดมาจากยุคหลัง สงครามโลก แต่การ์แดงก็ยังสร้างสรรค์ผลงานจนห้องเสื้อของเขา เติบใหญ่ขึ้นเป็นอาณาจักรแฟชั่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลก หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นบริษัทเครือที่มีเขาเป็นเจ้าของและผู้นำมาตลอด 60 ปีที่ผ่านมา
"ผมไม่ต้องควักกระเป๋าตัวเองเลย เพราะผมใช้กำไรที่ได้มาไปขยายและลงทุนในธุรกิจของผม" การ์แดงพูดอย่างภาคภูมิใจ
ปีนี้เป็นปีที่บุตรชายที่มาจากครอบครัวผู้มีฐานะยากจนซึ่งอพยพมาจากอิตาลีคน นี้ ฉลองปีที่ 60 ของอาณาจักรซึ่งมีสินค้ากว่า 1,000 ชนิดที่วางขายภายใต้ชื่อของเขา
"ผมขายสินค้าไปทั่วโลก จะมียกเว้นก็เกาหลีเหนือมั้ง แต่จะเข้าไปวางขายในนั้นก็ได้นะ ถ้าผมต้องการ" การ์แดงพูดโอ่ๆ
ชาเลนจ์ นิตยสารเศรษฐกิจ ประมาณการเมื่อปีที่แล้วว่าการ์แดงน่าจะมีทรัพย์สินส่วนตัว 310 ล้านยูโร (13,950 ล้านบาท) ทำให้เขาติดอันดับ 97 ผู้มั่งคั่งของฝรั่งเศส โดยธุรกิจในอาณาจักรของเขานั้นไล่ตั้งแต่โรงภาพยนตร์หลายแห่งในกรุงปารีส ภัตตาคารแมกซิม ผลิตภัณฑ์อาหารและเครื่องดื่ม นาฬิกาปลุก ของตกแต่งภายในรถยนต์ สนามกอล์ฟแห่งใหม่ และที่ขาดไม่ได้คือแฟชั่น รวมถึงเครื่องประดับต่างๆ
"ของเล่นชิ้นใหม่ของผม คือ ชุดเข็มกับด้ายสำหรับนักเดินทาง ซึ่งถือเป็นการสร้างสรรค์ชิ้นใหม่และจะทำเงินให้มาก เพราะทุกคนต้องเย็บกระดุมอยู่แล้วไม่วันใดก็วันหนึ่ง ชื่อของผมนี่แหละที่เป็นตัวทำเงิน"
เสื้อผ้า 'ต้อง' ไม่วิลิศมาหรา
การ์แดงถือเป็นสไตลิสต์ผู้มีวิสัยทัศน์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคนหนึ่งของทศวรรษ 60 ขณะเดียวกัน ยุทธศาสตร์ด้านค้าๆ ขายๆ ของเขาก็นับเป็นการปฏิวัติไม่แพ้กัน ในฐานะที่เป็นดีไซเนอร์สำหรับคนดังและคนรวยคนแรกที่เปิดตัวคอลเลคชัน เสื้อผ้าสำเร็จรูป ทั้งยังเป็นคนแรกที่ขยับเข้าไปทำแฟชั่นสำหรับผู้ชาย
"เสื้อผ้าเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทุกคนต้องใส่เสื้อผ้า ไม่ต่างจากต้นไม้ที่ผลัดใบทุกฤดู" เขาอธิบายอย่างพื้นๆ แต่สมเหตุสมผล
นอกจากนั้นการ์แดงยังเป็นดีไซเนอร์คนแรกที่รุกตลาดจีน อินเดีย และญี่ปุ่น เมื่อ 30 ปี 50 ปี และ 45 ปีที่แล้ว ตามลำดับ การ์แดงบอกว่าเขาตัดสินใจถูกแล้วที่ทำเช่นนี้ พร้อมเสริมว่าจริงๆ แล้วเขาแทบไม่ได้โฆษณาอะไร แต่การสร้างสรรค์ของเขาต่างหากที่เล่าเรื่องราวและนำเสนอทุกอย่างออกไป
ว่ากันว่าชายผู้นี้บริหารอาณาจักรที่ประกอบด้วยพนักงาน 450 คนในกรุงปารีส และ 200,000 คนทั่วโลกแทบจะเพียงลำพัง ซึ่งแน่นอนว่าทำให้เขาค่อนข้างยุ่งเหยิงและมีเวลาส่วนตัวเพียงเล็กน้อย แต่การอยู่ในโลกแฟชั่นก็ทำให้เขามีสายตาเฉียบคม การ์แดงมองว่าภาพแฟชั่นที่ออกมาในทุกวันนี้ เน้นเครื่องแต่งกายที่ดูอลังการเสียเป็นส่วนใหญ่
"แฟชั่นต้องเป็นสิ่งที่สวมใส่ได้จริงๆ ด้วย ผู้หญิงควรจะใช้ชีวิตได้ตามปกติไม่ว่าจะใส่ชุดไหน" การ์แดงแสดงทัศนะ แม้ห้องเสื้อในปารีสของเขาจะนำเสนอการออกแบบที่คล้ายยุคอวกาศ แต่ดีไซเนอร์ชื่อดังอธิบายว่าแฟชั่นกับการออกแบบนั้นไม่เหมือนกัน แฟชั่นคือสิ่งที่สามารถสวมใส่ได้ ส่วนการออกแบบอาจมองดูแล้วไม่น่าพิสมัยหรือไม่ได้รับความนิยมนัก แต่ก็นับเป็นการสร้างสรรค์ ดังนั้นการออกแบบจึงเป็นสิ่งสำคัญ
ในเดือนกรกฎาคม การ์แดงมีแผนจัดแฟชั่นโชว์ชุดใหญ่ เพื่อรำลึกถึงวาระครบรอบ 60 ปีแบรนด์ปิแอร์ การ์แดง แต่ในช่วงก่อนถึงระยะเวลาดังกล่าว เขาก็ไม่ได้อยู่ว่างๆ และวางแผนจะเปิดตัวถุงใส่ลูกกอล์ฟ ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดรับกับสนามกอล์ฟของเขา อันตั้งอยู่ใกล้ๆ กับปราสาทมาร์กิส์ เดอ ซาเดส์ ซึ่งเป็นสมบัติอีกชิ้นหนึ่งของเขาทางใต้ของฝรั่งเศส
"ทำไมไม่หาอะไรให้คนรวยได้ใช้เงินบ้างล่ะ ถ้าไม่มีคนรวย โลกคงหยุดหมุน ส่วนผมนั้นก็จะไม่ไปไหนหรอก และก็ไม่ยอมแก่ด้วย"
นอกจากจะจัดงานแฟชันโชว์ของตัวเองแล้ว อุตสาหกรรมแฟชั่นยังจะจัดงานเพื่อเป็นเกียรติแก่ดีไซเนอร์ชื่อดังคนนี้อีก ด้วย ในฐานะที่เป็นแรงบันดาลใจให้ดีไซเนอร์จำนวนนับไม่ถ้วนในช่วง 3 ทศวรรษที่ผ่านมา นับจากเริ่มอาชีพในแวดวงแฟชั่นที่ห้องเสื้อคริสเตียน ดิออร์ ก่อนออกมาตั้งห้องเสื้อของตัวเองเมื่อปี พ.ศ.2493
ในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ อุตสาหกรรมแฟชั่นจะจัดงานสตาร์กาลาที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา เพื่อมอบรางวัลซูเปอร์สตาร์แก่การ์แดง ซึ่งแน่นอนว่างานนี้จะเป็นแหล่งชุมนุมดนดัง รวมถึงดารา ไม่ต่างจากครั้งที่วาเลนติโนรับรางวัลจากมือของเมอริล สตรีพ ดาราฮอลลีวูดรุ่นลายคราม
ส่วนผู้คลั่งไคล้แฟชั่นก็สามารถไปชมตัวจริงของการ์แดงได้ระหว่างงานปารีส แฟชัน วีค นอกจากนั้นเขายังจะเปิดตัวหนังสือที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับอาชีพของเขาที่ ภัตตาคารแมกซิมอีกด้วย
นอกจากงานด้านแฟชั่นแล้ว ปีที่แล้วการ์แดงยังได้รับการแต่งตั้งเป็นทูตสันถวไมตรีขององค์การอาหารและ เกษตรแห่งสหประชาชาติ ภารกิจของดีไซเนอร์ผู้นี้คือต่อสู้กับความหิวโหยในโลก การ์แดงระบุว่าเขาจะใช้ทุกโอกาสเพื่อกระตุ้นให้ชาวโลกตระหนักมากขึ้นถึงความ สำคัญของการต่อสู้ความหิวโหย อันเป็นการต่อสู้ที่ชาวโลกต้องชนะ
ขณะเดียวกัน การ์แดงก็ใช้โอกาสจากการที่เขาเดินทางทั่วโลก เผยแพร่สารเรื่องความเป็นปึกแผ่นและภราดรภาพ ทั้งยังริเริ่มโครงการด้านมนุษยธรรมมากมายและจัดการรณรงค์หลายครั้ง โดยเฉพาะเพื่อช่วยเหลือเหยื่อหายนะภัยนิวเคลียร์เชอร์โนบิล
สรรพคุณที่มากมายเหล่านี้ มีอยู่ในหัวใจที่เด็กตลอดกาลของปิแอร์ กาแดง
(หมายเหตุ : เรียบเรียงจากสำนักข่าวเอเอฟพีและข่าวต่างประเทศ)
โดย : สุดา มั่งมีดี
ที่มา :
โพสต์ทูเดย์ Life Style : Life
วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553