ศิลปะกับไซคีเดลิก ร็อค

โดย : ทศพร กลิ่นหอม


ผลงานของธานินทร์แรงบันดาลใจจากวง Black Sabbath - ผลงานของธานินทร์แรงบันดาลใจจากเดอะ บีตเทิ่ลส์
--------------------------------

"คนที่ฟังเพลงแล้วชอบมันมากๆ บางทีอาจจะมานั่งแกะเนื้อเพลง แกะคอร์ดเล่นกีตาร์ แต่ผมจะออกไปทางวาดภาพ

อย่างตอนได้ดูหนังที่สร้างจากเพลงของ เดอะ บีตเทิ่ลส์เรื่อง Across the Universe ผมกลับมาวาดได้ตั้งหลายรูป อารมณ์มันไหลน่ะครับ" ธานินทร์ กออนันตกุล เจ้าของผลงานภาพวาดในชุด Art on the Rock ที่เสนอคอนเซ็ปต์ "เมื่อความหลงใหลในดนตรีร็อค ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นงานศิลปะ"

"การที่เราชอบอะไรสักอย่างมากๆ มันก็จะทำให้เราอยากแสดงออก และดนตรีมันมีสีสัน แล้วเรารู้จักการใช้สี เราก็เลยได้แสดงออกตรงนั้นออกมา" ธานินทร์ บัณฑิตคณะมัณฑณศิลป์ ม.ศิลปากร (เมื่อปี 2530) วัยต้น 40 คนนี้ ไม่ได้เป็นศิลปินนักวาดโดยอาชีพ แต่ความชอบกับความสามารถส่วนตัว ทำให้เกิดภาพวาดที่แสดงความชื่นชอบและสนุกในงานที่เขาเรียกว่า เป็น "งานอดิเรก" เพราะอาชีพเลี้ยงชีพเป็นฝ่ายบริหารการตลาดในธุรกิจดนตรี

ในนิทรรศการ “ART On The Rock” ธานินทร์จะแสดงภาพทั้งหมด 14 ภาพ เป็นงานผสมสไตล์ Pop Art และ Psychedelic Art ด้วยแรงบันดาลใจจากศิลปินร็อคระดับตำนาน อาทิ Black Sabbath , The Rolling Stone , Bon Jovi , Mike Oldfield และ Jimi Hendrix

"ผมชอบดนตรีร็อคยุคปลายทศวรรษ 60 ถึง ต้นทศวรรษ 70 ซึ่งแนวเพลงแบบไซคีเดลิก(Psychelic) อารมณ์เพลงฟุ้งๆเพราะมันแฝงอิทธิพลของยาเสพติดหลอนประสาททั้งหลาย ทีนี้ยุคนั้นศิลปะบนปกอัลบั้มมันก็ออกมาในแนวที่ควบระหว่างป๊อปอาร์ตที่ใช้ สีแรงๆ กับไซคีเดลิกอาร์ตที่มันเป็นเส้นบิดเบี้ยว อย่างอัลบั้ม Revolver (ปี 1966) ของเดอะ บีตเทิ่ลส์ และอัลบั้ม Disraeli's Gear ของวง Cream จนถึงอัลบั้มของ Pink Floyd และ Queen "

งานนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมส่งเสริมการขายอัลบั้ม Jimi Hendrix Experience ของค่ายยูนิเวอร์แซล มิวสิค แต่จะช่วยฉุดยอดขายแผ่นซีดีในยุควัยรุ่นนิยมดาวน์โหลดเพลงดิจิทัล(และแผ่นผี )ได้มากน้อยแค่ไหน ยังไม่มีคำตอบ

"ทุกวันนี้ เมืองนอกมันยังทำดนตรีย้อนยุค 60-70 ให้ฟังกันอยู่ วงร็อคอินดี้หลายวงเขาก็ยังใช้ศิลปะมาทำปก และยังให้ความสำคัญกันอยู่ บ้านเราอาจจะน้อยลง เด็กยุคใหม่อาจจะไม่นิยมซื้อซีดีที่มีปก และไม่สนใจศิลปะบนปกอัลบั้มอะไรพวกนี้มากนัก มีเฉพาะเด็กเรียนศิลปะหรือคนที่สนใจศิลปะจริงๆ ต่างกับสมัยผม ที่จะต้องมองตั้งแต่ปกอัลบั้มไปจนถึงแกะเพลงน่ะครับ"

สำหรับเทคนิคการวาดภาพของธานินทร์มีทั้งลายเส้นขาวดำ ที่ใช้ ปากกามาร์คเกอร์ และภาพสีสันสะดุดตาจะเป็นสีอะครีลิก มีทั้งวาดลงบนกระดาษ และผ้าใบ "ภาพที่ผมวาดมันจะเป็น semi-abstract ไม่ใช่ expressionist แต่มันเป็นการแสดงออกเกี่ยวกับดนตรีร็อคที่เราชอบ ซึ่งผมสะสมซีดีและแผ่นเสียงด้วย" ธานินทร์บอก พร้อมกับพูดถึงไฮไลต์ภาพวาดชุดนี้ ว่าเป็นภาพที่ได้แรงบันดาลจาก เดอะ บีตเทิ่ลส์ ,แบล็ค แซบบาธ และ Led Zepplelin

"ในยุค 60-80 ภาพศิลปะบนปกอัลบั้มยังใช้มือวาด เพราะมันเป็นยุคคาบเกี่ยวระหว่างดนตรีที่บันทึกเสียงในระบบอะนาล็อก มีทั้งเทปคาสเซ็ตต์และแผ่นซีดีวางขาย แม้กระทั่งเพลงไทยในยุคของวงเฉลียง และศิลปินค่ายแกรมมี่ยุคแรกๆ ก็ทำปกอัลบั้มเป็นลักษณะ conceptual art นะ พอหลังยุค 90 เทคโนโลยีดิจิทัล จึงมีกราฟิกอะไรพวกนี้เข้ามา" ธานินทร์ให้ความรู้เพิ่มเติม ในฐานะคนทำงานธุรกิจดนตรีมาเกินสิบปี

นิทรรศการภาพวาด "Art On The Rock" โดย คุณธานินทร์ กออนันตกุล จัดแสดงตั้งเเต่วันที่ 23 ธันวาคม 2552 - 6 มกราคม 2553 ณ ร้านบีทูเอส สาขาเซ็นทรัลเวิลด์





ภาพจากเวบไซต์ (www.voormann.com/) ผลงานปกอัลบั้มของเดอะ บีตเทิ่ลส์โดย เคล้าส์ วูร์มานน์
------------------------------


Disraeli Gears.jpeg--ศิลปะไซคีเดลิกบนปกอัลบั้มของวง Cream โดยศิลปินชื่อ มาร์ติน ชาร์ป
-------------------------------



ศิลปะบนปกดนตรี


ปกแผ่นเสียงทีมีสีสัน รูปภาพ ข้อความและภาพวาด เริ่มเกิดในปี 1938 หลังจากบริษัทแผ่นเสียง โคลัมเบีย เร็คคอร์ดส์ จ้าง อเล็กซ์ สไตน์เวียสส์ เป็น อาร์ตไดเร็คเตอร์ (ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์) ของค่ายเพลง และสไตน์เวียสส์ก็จัดแจงเปลี่ยนแปลง แพ็คเกจให้กับปกแผ่นเสียงไวนิล และศิลปะบนปกแผ่นเสียงจนถึงปกซีดีเพลง(ในยุค 90) ก็กลายเป็นส่วนสำคัญในการถ่ายทอดดนตรี ทำหน้าที่หลักสองอย่างคือ เพื่อการประชาสัมพันธ์และการแสดงออกทางศิลปะของศิลปินเจ้าของเพลง ก่อนหน้านั้น ปกแผ่นเสียงเป็นเพียงซองกระดาษสีขาวไม่มีลวดลายหรือศิลปะใดๆ ปรากฏอยู่
งานศิลปะกับดนตรีร็อคในยุค 60-70 เฟื่องฟูคู่กัน โดยเฉพาะจากกลางยุค 60 เป็นต้นมาที่ psychedelic art (ศิลปะที่แสดงออกโดยได้แ รงบันดาลใจจากประสบการแบบไซคีเดลิก ซึ่งความหมายตรงตัวของคำนี้ คือ การเปลือยหัวใจ ศิลปะที่แสดงออกต้องแสดงอารมณ์บิดเบี้ยวภายใน และคำนี้ถูกใช้เมื่อเกิดประสบการณ์ภาพหลอน ฟุ้งฝันหลังจากเสพยาอย่าง แอลเอสดี ซึ่งเป็นยาสามัญประจำบ้านของนักดนตรีร็อคยุคนั้น) พบกับ Psychedelic Rock (ดนตรีที่สำเนียงบ่งบอกประสบการณ์หลอนๆ ฟุ้งๆ นั่นแหละ)

ในอัลบั้ม Revolver ปี 1996 ของวงเดอะ บีตเทิ่ลส์ ที่นอกจากจะฉีกแนวดนตรี จากเพลงรักและร็อคแอนด์โรลไปสู่ดนตรีร็อคสไตล์ไซคีเดลิก ที่เนื้อหาและท่วงทำนองบิดเบี้ยวแบบคนตกอยู่อาการเมา(ยา) ศิลปะบนปกที่เป็นลายเส้นขาวดำโดยศิลปินหนุ่มชาวเยอรมันที่ชื่อ เคล้าส์ วูร์มานน์ (Klaus Voormann) โดยวูร์มานน์บอกว่าเริ่มต้นจับประเด็นจาก "เส้นผมยาวๆ" ของสมาชิกวงสี่เต่าทอง และปกอัลบั้มนี้ สร้างประวัติศาสตร์รับรางวัลแกรมมี่ อวอร์ดส์ครั้งที่ 9 ปี 1966 สาขา Best Album Cover, Graphic Arts

อัลบั้มชุด Revolver เป็นการเปลี่ยนแปลงสำเนียงดนตรีของวงสี่เต่าทอง โดยไม่รู้อนาคตว่า แฟนเพลงจะรับได้ไหม ซึ่งผู้จัดการวงเชื่อว่า ภาพศิลปะบนปกโดย เคลาส์ วูร์มานน์ คือสิ่งสำคัญที่จะปูทางให้กับแฟนเพลงเดอะ บีตเทิ่ลส์เข้าสู่เนื้อหาและสำเนียงดนตรีใหม่ของวงได้

อีกหนึ่งงานศิลปะไซคีเดลิกร็อคที่โด่งดังคืองานปกอัลบั้มชุด Disraeli Gears ของศิลปินวง Cream ที่มี เอริค แคลปตัน เป็นมือกีตาร์ของวง ภาพปก เป็นผลงานของศิลปินนักวาด มาร์ติน ชาร์ป ชาวออสเตรเลีย ที่อาศัยอยู่ในตึกอพาร์ตเมนท์เดียวกับแคลปตันย่านเชลซีของลอนดอน

แต่ใช่ว่าศิลปะและดนตรีไซเคดีลิกจะเป็นเรื่องเมาอย่างเดียว เพราะมันเป็นส่วนหนึ่งของการแสดงออก ที่สื่อสารตั้งแต่อารมณ์ดำดิ่งเหมือนหลุดไปในดินแดนแฟนตาซี จนถึงการสื่อสารเรื่องราวที่เกิดกับโลก การเมือง สังคม อย่างที่เพลง Take It Back ในอัลบั้ม Disael Gears ก็เป็นเรื่องราวที่สะท้อนยุคอเมริกันทำสงคราม(ไร้สาระ)กับเวียตนาม


โดย : ทศพร กลิ่นหอม
Life Style : ศิลปวัฒนธรรม
วันที่ 28 ธันวาคม 2552

Views: 2415

Reply to This

© 2009-2026   PORTFOLIOS*NET by CreativeMOVE.   Powered by

Badges  |  Report an Issue  |  Terms of Service